Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ชุมนุมจอมยุทธ

แลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างสรรค์สังคม เปิดโลกทัศน์ จัดระบบความคิด สื่อสารกับชาวโลก

แวดวงจอมยุทธ ตำนานจอมยุทธฯ

ชุมนุมจอมยุทธ (4)
ไปหน้า >> 1 - 2 - 3 - 4 - 5 - 6 - 7 - 8 - 9 - 10 - 11 - 12 - 13 - 14

หัวข้อ :

ตักน้ำทะเล



ตักน้ำทะเล

เด็กคนนั้น
ตักน้ำทะเล
ทีละขัน
ทีละขัน
ทีละขัน
เทใส่ไว้ในบ้าน

ในบ้านก็เป็นทะเล
เจิ่งนองด้วยน้ำทะเล

เด็กคนนั้น
ตักเมฆบนฟ้า
ทีละขัน
ทีละขัน
ทีละขัน
เทใส่ไว้ในข้างบนของบ้าน

ในบ้านก็มีท้องฟ้า
เต็มไปด้วยเมฆขาวลอยบิน
เมฆเต็มฟ้า

น้ำทะเลเต็มท่วมทั้งวัน
เสียงมันกู่ร้องทั้งวัน
คลื่นซัดเข้าฝั่งไม่ยอมหยุด

เมฆบนท้องฟ้า
ล่องลอยไปที่ไกลไกล
มันบรรเลงจังหวะดนตรี
ดังดัง
เรียกหาดวงอาทิตย์
ดวงอาทิตย์
ออกมาฉายแสง

น้ำทะเลเจิ่งนองไหล
ทั้งคืน
เสียงมันกู่ร้อง
หลั่งไหลไปสุดขอบฟ้า

เมฆบนฟ้า
ลอยล่องไปที่กว้างกว้าง
มันบรรเลงจังหวะดนตรีเบาเบา
เรียกหาดวงจันทร์ ดวงดาว
ดวงดาว ออกมาฉายแสง

เด็กคนนั้น
ยามกลางคืน
ยืนดู
ปลาในทะเล
แหวกว่าย
ออกนอกหน้าต่างบ้าน
ไปลงแหวกว่าย
อาศัยอยู่ในบ่อน้ำข้างบ้าน

ยามกลางวัน
เด็กคนนั้น
ยืนดู
นกบนท้องฟ้า
บินออกนอกหน้าต่างบ้าน
บินไปสู่บนท้องฟ้า
กว้างใหญ่ของธรรมชาติโลก

เด็กคนนั้น
ยืนมอง
ออกนอกหน้าต่าง
เห็นอีกโลกหนึ่ง
อยู่ข้างนอก

จ่าง แซ่ตั้ง
1970

....................................................................................

คิดถึงบทกวีเพราะๆ ของจ่าง ที่นับวันหาอ่านยากแล้ว
ว่ากันว่า จ่าง แซ่ตั้ง คือผู้ริเริ่มเขียนกวีแบบกลอนเปล่า
คนแรกของไทย ไม่รู้จริงหรือเปล่า



โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 6 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 1 : 3 ]

รู้นั้นไม่พูด พูดนั้นไม่รู้
อุดอามิส
ปิดทวาร
ทำลายความคม
แก้ความยุ่ง
สมานด้วยแสง
ร่วมด้วยธุลี
เรียกว่าร่วมกัน

ฉะนั้นไม่ควรได้แต่สนิมสนม
ไม่ควรได้แต่ห่างเหิน
ไม่ควรได้แต่คุณ
ไม่ควรได้แต่สูงศักดิ์
ไม่ควรได้แต่ต่ำต้อย
ฉะนั้น เพื่อความเป็นศรีสุขแก่โลก


งานแปลของจ่าง แซ่ตั้ง จาก"เต้าเต้อจิง" ของท่านเหล่าจวื่อ
พศ.2512


โดย : กาแคว
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 6 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 1 : 29 ]

ไม่อย่าหลับตานอนเพราะใจเหงา
ไม่อย่าเอาความทุกข์ใส่อกสุ่ม
ไม่อย่าเป็นเช่นวันนี้ชีวีจม
แสนระบมใจข้า...ล้าเต็มที

อยากมีใครสักคนคอยเคียงข้าง
อยากร่วมทางด้วยกันปันใจเหงา
อยากจะแบ่งรอยยิ้มอิ่มสุขเรา
ไม่อยากเหงาเช่นแบบเดิม...ขอคนเติมใจ(ข้าให้เต็ม)


โดย : devil จอมยุทธ์หน้าโฉด
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 6 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 2 : 28 ]

ข้าน้อยแวะเวียนมาคาราวะ

หากแข้น้อยมิได้มีบทกวี..หรือปรัชญา ของกวีผู้ใดมากล่าว

คงเพราะข้าน้อยด้อยความรู้..มีแต่ความจริงใจ..ปรัชญา..กวี.
และคำคมที่คิดเองจากหัวใจ



โดย : มารเหล้าขาว
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 6 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 3 : 50 ]

ยืมคำใคร? ไม่ใช่เรื่องแปลก
ยืมความคิดใคร ไม่ใช่เรื่องน่าอาย
ขอแค่ มีความคิด เป็น ของตนเองบ้าง
ไม่เอา มากล่าวอ้าง เหมือนเช่น นกแก้ว
"สวัสดี ครับ สวัสดี ครับ แบบไม่รู้ความหมาย

โดย : วาสิน ไทยแท้
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 6 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 11 : 1 ]

ข้าน้อยมาคารวะเช่นกัน


ลูกไม่ใหญ่ใส่ถั่ว
ลูกเล็กก็เห็ด
กินน้ำตาเล็ด
กุ้งเห็ดติดคอ


งานแปลกวีบ๊ะจ่างอาม้า อากง อารมณ์ คนข้างบ้านกินกัน






โดย : ภูวดินทร์
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 6 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 11 : 2 ]

รู้สึกทึ่งมาก ทั้งคมคารม และความภาษา
เรียกว่าคมด้วยความ งามด้วยภาษา
นึกว่าท่านเฒ่าโล้วคิดเอง แหมกะจะทึ่ง
แต่ก็ไม่เป็นไร ทึ่งนักเขียนในดวงใจของท่านน่ะแล

คล้ายๆ การ์ตูนภาพ เรื่อง "ชายผู้หลงรักดวงจันทร์" นะ
ส่วน เต้าเต๋อจิง ก็เป็นเรื่องของเต๋า ข้าพเจ้าก็ชอบอ่าน
แต่พรรณนาชื่นชมเต๋า ไม่เน้นสื่อความของเต๋ามากนัก

โดย : หนึ่งประหลาดเดียวดาย
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 6 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 12 : 49 ]


เด็กรุ่นใหม่เช่นท่านภูวดินทร์หรือใครๆ คงไม่รู้จัก จ่าง แซ่ตั้ง กันแล้วล่ะมั๊ง

ในห้วงเวลาปี ๒๕๒๔ (๑๗ก.ย.๒๕๒๔) นิสิตอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เชิญ “จ่าง แซ่ตั้ง” กวีซึ่งได้ชื่อว่า สะท้อนภาพจริง ในรูปของ “ไร้ลักษณ์”มาร่วมเสวนาในรายการ “บทกวีมีเพื่อฝันเท่านั้นหรือ” ในงานนี้ ผู้จัดได้รวบรวมบทกวีเกี่ยวกับความฝัน ทั้งจากนักเขียนและนิสิตจำนวน ๑๐ บทนำเสนอ และ “จ่าง แซ่ตั้ง” ได้เขียนบทกวี “ความจริง”จำนวน ๑๐ บท หลังจากนั้น เพื่อแสดงทัศนะคู่ขนานกับบทกวี “ความฝัน” จำนวน ๑๐ บทดังกล่าว

และนี่เป็นบางส่วนของชิ้นงานบทกวี ที่ประกบคู่มุมมองคู่ขนาน ระหว่างบทกวีที่ชื่อ “ความฝันในชนบท” ของ “วิทยากร เชียงกูล” กับ “ความจริง ๑ (มิใช่ความฝัน)” ของ “จ่าง แซ่ตั้ง”

ความฝันในชนบท : วิทยากร เชียงกูล
“จะสอยดาวสาวเดือนที่เกลื่อนฟ้า
มาทำอาหารให้คนไร้สิ้น
ฟันนภาที่เห็นออกเป็นชิ้น
เอามาสินเย็บเป็นเสื้อเพื่อคนจน
จับเอาดวงตะวันอันกว้างใหญ่
จัดสรรให้คนพำนักพักอาศัย
เที่ยวรวบรวมธาตุมาทั้งสากล
แล้วคิดค้นปรุงเป็นยาฆ่าโรคภัย”

ความจริง ๑ (มิใช่ความฝัน)” : จ่าง แซ่ตั้ง
“เพ้อฝันสอยดาวสาวเดือน
คนไร้สิ้นต้องการอาหารจริงจริง
เพ้อเจ้อฟันนภาออกเป็นชิ้นชิ้น
คนจนต้องการเครื่องนุ่งห่มจริงจริง
เพ้อจับตะวันเป็นแดนดิน
ผู้คนต้องการพำนักที่เป็นจริง
ธาตุทั้งสากลที่เพ้อฝัน
ก็เป็นยาฆ่าโรคภัยไม่ได้เลย”

ก็จำได้แต่ที่ท่านกาแควมาโพสต์ไว้
ว่างๆ จะหาประวัติมาแถมให้ ตอนนี้ไม่มีเวลาแล้ว

โดย : อิสตรีมาร
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 6 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 13 : 0 ]

ลืม reference เด๋วมาโพสต์ให้

โดย : อิสตรีมาร
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 6 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 13 : 2 ]

อ่า หนูก้อมะรู้อะคะ "จ่าง แซ่ตั้ง" รู้แต่คำว่า "จ่าง มันเต๊อะ จ่าง มันเต๊อะ จ่างมัน"

(จ่าง มันเต๊อะ ก็แปล ว่า ช่างมันเถอะ)




โดย : แฮมสเตอร์ค๊ะ
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 6 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 13 : 16 ]

จ่าง......คนจริง....คนที่เป็น...คน....นับถือ..คาราวะ

โดย : พู่กันหยก
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 6 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 14 : 27 ]

กะทู้ในบ้านนี้ มีหลายรส หลากลีลา
สนุกสนาน หวานซึ้ง
ดุเด็ด คมคาย
เป็นประเภท ปกิณกะบันเทิง
แฝงไว้ด้วยสาระบ้างในบางครา แก้เลี่ยน

ข้าชอบอ่านกวี แต่ไม่ค่อยชอบเขียนสักเท่าใด
ได้แต่เลียนแบบไก่ เขี่ยๆ คุ้ยๆ อยู่บ้างบางคราว
เห็นของเก่ายังมีดี เลยเอามาฝากกัน

ขอเสริมท่านกาแคว ให้อยากอ่านมากกว่านี้ลองไปที่
http://www.santipap.com/jang1.htm
ขอบคุณที่มาช่วยเพิ่มสาระให้แก่ผู้สนใจ

ขอบคุณท่านอิสตรีมารที่มาช่วยต่อจิ๊กซอ
หวังว่าคงจะรีบๆ ว่าง อย่าให้ผู้อ่านต้องคอยนาน
ใครอดใจคอยไม่ไหว จะแว่บไปอุ่นเครื่องก่อนก็ได้ ที่
http://www.dokya.net/Author/w88.htm

จ่างมีงานภาพเขียนอยู่มากมาย แม้จะยากจนสักเท่าใด
ลูกเมียจะลำบากสักเพียงไหน ก็ไม่ยอมขายภาพเขียน
โดยบอกกับลูกเมียทำนองว่า ศิลปะไม่ใช่สินค้า
เขาเขียนภาพขึ้นมาเพื่อเป็นสมบัติของชาวโลก เพราะฉะนั้น จึงไม่ขาย

ขอขอบคุณทุกท่าน ที่มาร่วมกันเสพกวีดีดี


โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 7 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 1 : 4 ]

กลอนท่านจ่างนี้ได้อารมณ์ดีนะ
ป.ล.ระหว่างนี้ไม่มีอารมณ์แต่งกลอนได้แต่บอกความรู้สึกไปตรงๆ

โดย : แชแช
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 7 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 16 : 36 ]

จ่างเป็นคนวาดเขียนเส้นสาย
ระบายพู่กันสร้างสรรค์ศิลปะ
จ่างดิ้นรนแบกรับภาระ
เลี้ยงครอบครัวด้วยเก๊กฮวย
จ่างเป็นคนขีดเขียนถ้อยคำ
คำ คำ คำย้ำเตือนในสัจจะ
จ่างศึกษาเรียนรู้ธรรมะ
มีศรัทธาลัทธิเต๋า

เต๋า เต๋า เต๋า มีจ่าง แซ่ตั้ง
จ่าง จ่าง จ่าง แซ่ตั้ง มีเต๋า
เต๋า เต๋า เต๋า มีจ่าง แซ่ตั้ง
จ่าง แซ่ตั้งมีเต๋า
จ่าง ก็คือเต๋า เต๋า ก็คือจ่าง
ถึงฟ้าดินไม่ยอมเข้าข้าง
จ่างก็ไม่ขายรูปกิน


โดย : เฒ่ารำพึง
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 15 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 21 : 37 ]

ขออำภัยเป็นยิ่งนัก
เพิ่งรู้ตัวว่าชักจะเลอะเลือน
เฒ่าโล้วก็อย่าว่าข้าเลย
อันบทเพลงข้างต้นข้าจำไม่ได้ว่าใครร้อง
แต่ข้าจำจ่าง แซ่ตั้งได้ดี
จ้าก็อยู่ในช่วงคนตุลาเหมือนกาน

โดย : เฒ่ารำพึง
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 15 พ.ค. ปี 2005 [ เวลา 21 : 39 ]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com