Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ชุมนุมจอมยุทธ

แลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างสรรค์สังคม เปิดโลกทัศน์ จัดระบบความคิด สื่อสารกับชาวโลก

แวดวงจอมยุทธ ตำนานจอมยุทธฯ

ชุมนุมจอมยุทธ (1)
ไปหน้า >> 1 - 2 - 3 - 4 - 5 - 6 - 7 - 8 - 9 - 10

หัวข้อ :

ซาดิสม์กับรัฐธรรมนูญไทย

ถึง ท่าน จอมยุทธ ท่านวาสิน น้านัน มารบะหมี่ ฒ วัยทอง เฒ่าโล้ว เสียงเพลง อาอี้ เซียเซียวหงส์ ซาบู กระบี่ดาวแดง จันทร์เจ้าขา อิ่มอุ่น ครูชัว ฯลฯ

อย่าแปลกใจครับที่ผมเรียนซะหมด แค่ทักทายอะนะ
เห็นว่าช่วงนี้บ้านจอมยุทธ คึกคัก กลัวจะลืมผม พูดเสียที
ก็ชอบพูดยาว พาลนิสัยไม่ดี ทู้กที

ที่ขึ้นหัวข้อย่างนี้ คือไม่รู้ผมซาดิสม์หรือปล่าว
อย่างท่านอาอี้กล่าว ว่าไม่อยากคุยเรื่องการเมือง
เดี๋ยวเลือดท่วม ฮ่าๆ ผมชอบอะครับ

ผมกลับยินดีที่มีคนชอบคุยเรื่องหนักๆเสียบ้าง
ไม่งั้นบางทีเข้ามาก็เหงาๆอะ เห็นมะ เว็บเรา(บ้านจอมยุทธ)
มีสีสันตั้งเยอะ ผมอะเช็คทุกวันเลย ตั้งแต่มีประดาบเสียบ้าง
ไม่ใช่เว็บหาคู่ซักกะหน่อยเนอะ

อย่างท่านกระบี่ดาวแดงมาเปิดประเด็นบ้างเงี้ย
ก็อ่านะ ชอบใจ เพราะชอบอยู่แล้ว
อย่าพึ่งเบื่อกันนะ เดือนที่แล้วรู้สึกก่อนกระทู้หาย
ผมพึ่งเขียนเรื่องรัฐธรรมนูญ ตอบ ท่านชาย ชาตรี ไปเอง
ตอนผมเปิดกระทู้พระราชอำนาจ

ครั้งนี้ผมขอต่อแสดงความคิดเห็นสั้นๆพอ
.........................................................
รัฐธรรมนูญ ไทย ทั้งหมดมี มา16 ฉบับครับ ไม่ถึงห้าสิบอย่างกระบี่ดาวแดงว่าไว้หรอกครับ (เฮ้อได้ยินชื่อกระบี่กระบี่ คิดถึงกระบี่ไม้ไผ่ พอมันเอ็นติดก็หายศรีษะไปเลย ใครรู้อยู่ไหนตามมารายงานตัวด้วยอะครับ)

แล้วก็อย่างที่เล่าให้ฟังครั้งที่แล้วว่า รัฐธรรมนูญ ฉบับแรก
เรียกว่า "พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองสยามชั่วคราว พ.ศ.2475"
ซึ่งตอนนั้น เรายังไม่ได้สนใจเรื่องของคำว่า "รัฐธรรมนูญ"
เนื่องจากเรามีสัญลักษณ์ ให้เล่นในเรื่องความเป็นชาติหลายอย่าง
ทั้งเรื่องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เชื้อชาติ สัญชาติ สงคราม
ก่อนหน้ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน รัฐธรรมนูญที่ใช้ยาวที่สุด
คือฉบับที่2 ปี2475 ใช้ประมาณ13ปีครึ่ง
ส่วนรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันใช้ตั้งแต่ปี40

ในปัจจุบันเกิดการเรียกร้องให้แก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นจากการบังคับใช้ และกรอบของรัฐธรรมนูญปัจจุบัน โดยเฉพาะประเด็นที่ใฝ่ฝัน
กับมาทำร้ายความฝัน นั่นคือประเด็นStrong Priminister
Strong Partyหรือนายกฯมีความเข้มแข็ง พรรคการเมืองมีความเข้มแข็ง
ผู้หนึ่งที่มีความคิดในการเปลี่ยนแปลงก็มาจากผู้นำความคิดลัทธิธรรมนูญนิยม มาเผยแพร่ในไทยเป็นคนแรกนั่นคือ อาจารย์อมร จันทรสมบูรณ์
ถือว่าเป็นมือหนึ่งรัฐธรรมนูญเมืองไทยนะครับ
รายละเอียดร่างรธน.ใหม่หาอ่านได้ที่ (ขี้เกียจพิมพ์อะ)
http://www.pub-law.net/publaw/View.asp?publawIDs=717

ไม่ใช่เป็นเพราะเจ๊กคนนั้น ที่เดินสายรายอาทิตย์ทำให้ผมคิดอย่างนี้
ผมคิดเพราะเกิดจาก ในฐานะ นักรัฐศาสตร์คนหนึ่ง ที่ปฏิบัติงานอยู่จริง
มิใช่พวกนั่งอยู่ในหอคอยงาช้าง
........................................................................................
สมัยก่อน ก่อนรัฐธรรมนูญปัจจุบัน
อาจารย์อมร พิมพ์หนังสือ มาเล่มหนึ่ง เรื่อง ลัทธิรัฐธรรมนูญนิยม(Constitutionalism)
นักศึกษารุ่นผมถูกบังคับให้อ่านแล้วเสนอแนวทางการแก้รัฐธรรมนูญตามแนวทางหนังสือดังกล่าว และรัฐธรรมนูญประเทศต่างๆ
พวกเราต่างตั้งโจทย์ให้การแก้นั้นเกิดการเมืองการปกครองให้ดีที่สุด
ให้นายกฯมีเสถียรภาพ และลดการคอรัปชั่น ให้มากที่สุด ลดการโกงการเลือกตั้ง ให้มากที่สุด

จนวันนี้ผมทำงานที่สัมผัสประชาชน ทำให้ผมนึกถึงภาพตอนเป็นนักศึกษา
ของตัวเอง ซึ่งคิดว่าตนเข้าใจถ่องแท้ มาออกค่ายเป็นประธาน ทำเป็นสร้างนู่นสร้างนี่ เอาภาษี ที่เบียดเบียนทรัพยากร เขามาสร้างให้เขา จนถึงวันนี้ผมเห็นว่าโครงสร้างทางการเมือง เป็นเรื่องรอง เราต้องตั้งโจทย์จากปากท้องของเขา ว่ารัฐธรรมนูญของเรานั้นทำอย่างไรถึงจะตอบสนองปากท้องประชาชน มิใช่พวกสภา ทั้งสภาล่าง สภาสูง และสภาท้องถิ่น

จนทุกวันนี้ความยากจนเกิดทั่วด้านล่าง
ด้านบนบวมเป่งจนต้องถ่ายเงินออกนอก
ตัวโตขาลีบ จนต้องเจียดเงินจากส่วนบนลงมา
เป็นเงินกู้ เงินช่วย เงินสงเคราะห์ ประชาสังคมต่างๆนาๆ
เอาเศษทรัพยากรที่เบียดเบียนจากความเชี่ยวชาญเชิงธุรกิจและกฎหมาย
มาแบ่งปัน แล้วดูดกลับไปใหม่ ในรูปแบบผลกำไร
ถ้าเขาจะเปิดร้านข้าวแกงทุกหมู่บ้านแข่งกับเรา เราก็แพ้ มันขนาดนั้นแล้วนะ
สายป่านเขาพันรอบโลกได้ ประชาชนสายป่านจะลืมตาอ้าปาก ยังไม่มี

ท้ายที่สุดทำให้ผมเห็นว่า
รัฐธรรมนูญ มิใช่สิ่งที่ควรตอบสนองระบบการเมือง

รัฐธรรมนูญ ต้องเป็นสิ่งที่ตอบสนองปากท้องประชาชนทุกหมู่เหล่าอย่างเท่าเทียม

..............................................................................................

ถ้าพี่น้องประชาชน ระดับล่าง ยังต้องกู้เพื่อเรียน
ถ้าพี่น้องประชาชน ระดับล่าง ยังต้องกู้เพื่อกิน
ถ้าพี่น้องประชาชน ระดับล่าง ยังต้องกู้เพื่อ ดำรงอยู่
จะฉีกรัฐธรรมนูญ ทุกวัน ผมก็จะทำ!

...............................................................................................



โดย : ปลัดหนุ่ม
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 1 : 38 ]






...สงสัยท่านปลัดหนุ่มคงต้องนิ้วมือหักเสียก่อนเป็นแน่แท้

...ด้วยผู้ที่เราเลือก เขามิได้หันมองดูผู้ยาก

...แต่เขาไม่อาจหลบสายตา....สายตาผู้มั่งมี

...รัฐธรรมนูญ..จึงเป็นดั่งเสมือน..


...ภรรยาผู้ประเสริฐที่กำลังพร่ำเจรจาต่อสามี

...สามีผู้ต้องการให้ภรรยากราบเท้าก่อนนอนทุกวัน...ฉันนั้นแล








โดย : กระบี่ไล่ล่า ////
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 2 : 15 ]

ผมเคยคิดเช่นท่าน
แล้วผมก็มาเปลี่ยนความคิดใหม่?
สละเลือดจนหมดร่าง อย่าหวังจะเปลี่ยนสีน้ำทะเล

ยอมรับ ว่า เข้าสู่วัยทองแล้ว

โดย : วาสิน ไทยแท้
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 9 : 3 ]

ผมเคยคิดเช่นท่าน
แล้วผมก็มาเปลี่ยนความคิดใหม่?
สละเลือดจนหมดร่าง อย่าหวังจะเปลี่ยนสีน้ำทะเล

ยอมรับ ว่า เข้าสู่วัยทองแล้ว

โดย : วาสิน ไทยแท้
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 9 : 3 ]

ยังไม่ถึงขนาดนั้นมั้งท่านพี่ ไฟ น่าจะยังคุโชนอยู่นา

ผมขอเป็นกรวดหิน ที่อยู่บนถนน ขวางทางรถด่วน
มิได้หวังให้รถหยุด เพียงปราถนา ให้ระมัดระวัง
และชะลอความเร็วบ้าง....

ถ้าเปรียบเสมือนสละเลือดจนหมดร่าง อย่าหวังเปลี่ยนสีน้ำทะเล
ผมว่าเราจะหนีกันหมด ท้อกันหมด
เห็นไหมครับ ศาลปกครอง ยังสั่งชะลอการขายหุ้น กฟผ.เลย
ขอให้คนหันมามองบ้าง ก็น่าจะพอ

น่ะท่านกระบี่ไล่ล่า ผมไม่ใช่ วัฒนา แอปปี้ซิตี้ นะครับ ที่ต้องมากราบเท้าทุกคืนก่อนนอน 555


โดย : ปลัดหนุ่ม
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 9 : 21 ]

ยินดีขอรับ ท่านปลัดหนุ่ม

ก่อนเราจะแลกดอกไม้ ขอเก็บหินออกก่อนได้มั้ย
คำว่าเจ๊กนั้น เป็นคำที่คนไทยใช้เรียกคนจีนหรือเชื้อสายจีนอย่างกดต่ำหยามเหยียบ
บังเอิญข้าฯเองก็เกิดเป็นลูกเจ๊กลูกจีนเหมือนกัน แล้วมันผิดตรงไหนหรือ?

ก็เข้าใจว่าท่านคงไม่มีเจตนาว่าคนอื่นๆ หรอก ที่จริงบอกไปเลยตรงๆ ก็ได้ว่านายสนธิ
ในข้อเขียนของท่านก็ไม่เห็นไปละเมิดเขาที่ไหนนี่นา เอาละ จบ ไม่ติดใจ

ปกติข้าก็ชอบสนทนาในเรื่องสาระทั้งหนักและเบาอยู่เป็นประจำ
แต่ค่อนข้างหลีกเลี่ยงสาระที่ทั้งใหญ่และยาว มันหาข้อสรุปยาก
จนในหลายๆ คราวต่างก็เบลอๆ กันไป บางทีคุยกันไปคนละทางเลยก็มี

ข้าฯจะขอแอบใช้จิกวิทยาของน้องป้าอิสฯ จิกประเด็นย่อยๆ บางประเด็น มาคุ้ยเขี่ยก็แล้วกันเนาะ

มาที่เบาๆ หน่อยก่อน(ตามหลักการตลาดเลยนะเนี่ย)
ปั่มป๊ามมม....ขอเสนอเรื่องการออกค่าย
สมัยที่ข้าฯเรียนหนังสือ กิจกรรมออกค่าย แม้จะออกไปทำโน่นสร้างนี่ให้ชาวบ้าน
แต่วัตถุประสงค์หลักของการออกค่าย ไม่ใช่เพื่อไปช่วยหรือไปให้
ความต้องการที่แท้จริงในยุคนั้น คือต้องการออกไปศึกษา ไปเรียนรู้ ไปสัมผัสกับความเป็นจริงในโลกชนบท และจากสังคมที่ขาดแคลน
เรียนแล้ว รู้แล้ว ด้วยหวังว่าวันหนึ่ง เมื่อวันหนึ่งจบการศึกษา ออกไปใช้ชีวิต จะได้คิดถึงพวกเขาเหล่านั้น ที่ยังขาดโอกาสกว่าผู้คนในสังคมเมือง
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรามุ่งหวังไปที่ คนที่จะออกไปมีหน้าที่โดยตรง
อย่างนักการเมือง นักบริหาร และนักปกครองนักพัฒนาโดยอาชีพอย่างท่านหลัดหนุ่มนี่แหละ คือกลุ่มมุ่งหวังเลยล่ะ

ตอนหลังมากิจกรรมออกค่าย ก็ผิดเพี้ยนไป ถูกมองเป็นเรื่องสังคมสงเคราะห์
เปลี่ยนจากคุณหญิงคุณนายแจกผ้าห่ม มาเป็นนักศึกษาแจกบ่อน้ำ แจกสะพาน แจกห้องสมุด
จากผู้ขอเรียนรู้ กลับมาเป็นผู้ให้ ความนึกคิดต่อสังคมจึงเปลี่ยนไป

การให้รู้ให้สัมผัสโดยไม่มีการสรุป จึงกลายเป็นดาบสองคม
ให้เรียนรู้เรื่องคนจน เพื่อต่อไปจะได้ไปช่วยคนอื่นให้หายจน
กลับเป็นว่า รู้แล้วว่าจนลำบาก ชาตินี้จะทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้จน แม้จะต้องเอาเปรียบคนจนก็ยอม

เพราะคิดกันอย่างนี้ สมัยนี้กิจกรรมออกค่ายจึงสิ้นมนต์ขลัง
สู้กิจกรรมเข้าค่ายไม่ได้ ต้อนนักเรียนนักศึกษาไปเข้าค่าย
เพื่อประโยขน์ส่วนตัวล้วนๆ ค่ายลูกเสือ สนุกสนานเฮฮา
ค่ายวิชาการ เพื่อความเป็นเลิศทางการศึกษา ค่ายศิลปะเพื่อเตรียมตัวเป็นศิลปินเอก

เขียนแล้วเรื่องมันยาว ก็นี่แหละในหลายๆ คราวจึงแค่อ่านก็แย่แล้ว
แต่ก็จะพยายามเข้ามาร่วมแจมเท่าที่สามารถก็แล้วกัน
หรือก็เล่นจิกมาที่ย่อยๆ แบบนี้คงไม่ว่ากัน




โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 9 : 25 ]

ประชาชนเป็นใหญ่ในแผ่นดิน ยังคงคลาสสิกยู่อย่างนี้เรื่อยมาจนทุกวันนี้ และผมก็คิดเช่นนั้น ประชาชนได้เลือกแล้ว ที่เห็นและเป็นอยู่คือภาพสะท้อน จะระบบไหนถ้าประชาชนส่วนใหญ่ไม่เอาด้วย (ขอยำว่าสาวนใหญ่)มันก็อยู่ไม่สุขหรอก แล้วกฎกติกามันอยู่ตรงไหน สำหรับผม ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับเดียวกัน ในขอบเขตเดียวกันมันก็แฟร์ดี ปัญหาคือในทางปฎิบัติมันไม่ใช่ เขาบอกว่าเรียนฟรี ผมเพิ่งเสียค่าอะไรบ้างก็ไม่รู้ตอนเปิดเทอมนี้ ไป 2700 บาท นี่ฟรีนะครับ แล้วจะต้องไปขุดไปค้นไปหาความจริงความผิดพลาดจากตรงไหน มันก็คงต้องอยู่กันไปแบบนี้ หรือจะเข้าป่าไปเป็นคอมมิวนิสต์กัน

โดย : จอมยุทธ
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 9 : 55 ]

ลืมบอกไปว่าเห็นด้วยกับท่านปลัดหนุ่ม ทุกอย่าง ถ้าจะล่ารายชื่อใส่ชื่อผมไปได้เลย

โดย : จอมยุทธ
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 9 : 58 ]

ยินดีครับ ท่านเฒ่าโล้ว
ตอนหลังรุ่นน้องเชิญผมไปเปิดงานค่ายผมมักจะกล่าวทิ้งท้าย
เสมอๆว่า
"วันนี้พวกเรามายืนอยู่ตรงนี้ มิได้มาสร้างสิ่งปลูกสร้างให้ใคร
เรามาเพื่อสร้างบุคลากร ให้มีความเสียสละ และการอยู่ร่วมกัน
ในสังคม พูดง่ายๆคือเรามาสร้างคน ทุกคน ให้เป็น คนดี"
สรุปคือเห็นด้วยกับท่านเฒ่าโล้ว ทุกประการ ฮ่ะๆ

ส่วนเรื่องเจ๊กเจิ๊กเนี่ยผมก็มีเชื้อจีนนะ เพียงแต่เอาที่หน้าบ้าน
มาแหย่เล่น สงสัยท่านเฒ่ายังไม่ได้อ่านหน้าบ้าน แต่อ่านตอนนี้ไม่ทันแล้วเพราะท่านจอมยุทธลบแล้ว ด้วยเหตุผลกลได้ก็ตาม
*********************************************************************
ที่มาของคำว่า"เจ๊ก"
ไหนๆก็มาเรื่อง เจ๊กๆแล้ว ขออธิบายหน่อย ว่าจริงๆแล้วมันไม่ใช่คำหยาบคายอะไรหรอก ผมเคยอ่านมาจากไหนจำไม่ได้ รู้สึกจะเป็นอาจารย์เสรี เขียนนี่แหละ ว่า คำว่าเจ๊ก จริงๆแล้วมาจากภาษาอังกฤษ คือคำว่า Subject นั้นมีความหมายว่า อยู่ในสังกัด,อยู่ในอำนาจ,อยู่ในสาขา,ประเภทแยกย่อย ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยูหัว ได้มีการจำแนก ซับเจ๊ก ออกเป็นกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นชาวมอญ แขก ฝรั่ง รวมทั้งชาวจีน เป็นซับเจ๊กต่างๆ
แต่เนื่องจากว่าชาวจีนมีอยู่เป็นจำนวนมาก การจำแนกซับเจ๊ก นั้นจึงถูกเรียกไปที่ชาวจีน และในที่สุดก็ถูกเรียกว่า เจ็ก ในท้ายที่สุดนั่นเอง และในปัจจุบันอาจกลายเป็นคำต่ำหยามเหยียด อย่างว่าก็ได้ แต่ผมก็เห็นคุณชิน โสภณพนิช แกภูมิใจนะ แกเรียกตัวเองว่า "เจ๊กเมืองจีน" ครับผม...อะได้ความรู้ด้วยเห็นไหม 555




โดย : ปลัดหนุ่ม
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 10 : 4 ]

เตรียมล่า ลายชื่อจะมาหาพี่เกรียงเป็นรายแรก

โดย : ปลัดหนุ่ม
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 10 : 5 ]

จุดอ่อนและจุดแข็งของรัฐธรรมนูญฉบับนี้อยู่ที่อะไร?

โดย : อาเม่ย
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 10 : 9 ]

โทรนัดก่อนนะปลัด ช่วงนี้งานยุ่งมากๆ เลย

โดย : จอมยุทธ
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 10 : 9 ]

คำตอบน่าจะเป็นตามหลัก....เหตุและผลนะ
.... ท่านพี่จอมยุทธคงสบายดีนะคะ

โดย : อาเม่ย
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 10 : 12 ]

ผมเอาจิงนาท่าน
คารวะท่านพี่ ด้วยความเคารพ

วิญญาณนักศึกษามันเข้าสิง ช่วงนี้คุเหลือเกินผม


โดย : ปลัดหนุ่ม
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 10 : 13 ]

การตั้งกฎกติกาใดๆในสังคม .... ล้วนมีที่มีที่ไปทั้งสิ้น
.....หลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้น ไม่มีคำตอบให้สังคม
หรือหลายๆสิ่งที่พวกท่านคุยกัน
...ยกตัวอย่างการแต่งตั้งคุณหญิงเมทกา
...กรณีกทช.
กรณีการถ่ายโอนสถานศึกษฯ งานวิจัยที่อาเม่ยทำ เสร็จตั้งแต่ปี 45-46 ถูกรัฐบาลดองเก็บ และเงิน7,000 พันล้านบาท หรือ(35% ต้องอุดหนุนท้องถิ่นไม่มีใครพูดถึง) ืทำไมอยู่เกิดมาฮิตกันในตอนนี้

....หรือแม้แต่หุ้นกฝผ ซึ่งต่อไปมีแนวโน้มเหมือนหุ้นปตท.หรือไม่
.....รัฐบาลทุกสมัยมีปัญหากับสุวรรรณภูมิ แต่กลับเสร็จในรัฐบาลชุดนี้ เป็นต้น

โดย : อาเม่ย
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 10 : 22 ]

ไม่รู้นะ ส่วนใหญ่มีแต่คนมาบ่นให้ฟัง...
ที่ถูกต้องทำอะไรออกมาให้เห็นเป็นรูปธรรม
และก็ยังคงยืนยันว่าเงินซื้อได้ทุกอย่าง


สว.เป็นอย่างไรท่าน ประทินก็กล่าวอย่างหมดเปลือก
กกต.เป็นพวกใครบ้างก็รู้กันดีอยู่
แม้แต่ผู้ว่าฯมาจากสายไหนบ้าง ก็รู้กันดีอยู่

ใครจะสามารถควบคุมหรือตั้งกติกาให้กับเรื่องเล่านี้


โดย : อาเม่ย
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 10 : 26 ]

ขอแตะๆ รัฐธรรมนูญซักหน่อยๆ ก็แล้วกัน
ในฐานะประชาชนเต็มขั้น ที่หาชดใช้ที่กินไปก่อนตั้งหลายวันแล้ว (สาหัสกว่าหาเช้ากินค่ำเยอะ)

มองขึ้นไปบนพานที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางถนนราชดำเนิน
โอโฮ...นั่นไง รัฐธรรมนูญ เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ
มั้นอยู่สูงจริงๆ ด้วยแฮะ

รัฐธรรมนูญที่ดี มันต้องอยู่สูงๆ ดูขรึมขลัง อยู่เงียบๆ ไม่ปากมากโวยวาย
ได้ยินคนอื่นเขาพูดถึงรัฐธรรมนูญของสหรัฐฯ ว่ามันสั้นจุ๊ดจู๋ มีแค่บรรทัดเดียว
ก็ดูขรึมขลังและพูดน้อยจริงๆ ด้วย
อยู่สูงสุดแล้วพูดน้อยๆ ทำมากๆ ไม่ทวงบุญคุณ อดนึกถึงพลเอกเปรมไม่ได้ ท่านไม่พูดแล้วใครจะเถียง

เรื่องหลักการรัฐธรรมนูญเถียงในมุมหลักการ เหนื่อยขอรับ
กว่าจะออกมาเป็นหลักการได้ มันก็ผ่านความจริงมาแล้วทั้งนั้น
เถียงกันมาเถียงกันไป ถูกทุกคน แล้วจะอย่างไรล่ะเนี่ย
เพราะฉะนั้น หลักการใหญ่เขาจึงพูดน้อยน้อย
หันมาดูที่วิธีการที่จะให้เป็นไปตามหลักการ นี่แหละที่จะต้องเถียงต้องเปลี่ยนไปตามคน คนที่เปลี่ยนไป

ถ้าเรามองให้เล็กลงเช่น หลักการใช้รถใช้ถนน เน้นทุกคนต้องปลอดภัย (นี่คือถนนธรรมนูญ)

กฎหมายและมาตรการต่างๆ ก็เริ่มวางกันออกมา
มีทั้งใช้กับรถ มีทั้งใช้กับคน เรามีมาตรการใหม่ออกมาทุกปี
เพื่อสู้กับความไม่ปลอดภัยบนท้องถนน คนขับต้องมีใบขี่ เอ๊ยขับขี่
รถยนต์ต้องมีสภาพดี รถแพงๆ ก็ดีๆ ขึ้นไป มีถุงถีบหน้า มีเบรกหัวไม่ทิ่ม
ถนนก็ยิ่งต้องดี แข็งๆ แล้วไปนิ่มๆ นิ่มๆ กลับมาแข็งๆ
วิศกรรมยานยนต์ วิศวกรรมถนน วิศกรรมจราจร ออกๆๆๆๆมา
แล้วก็ปรับๆๆๆ เปลี่ยนๆๆๆๆ ไปเรื่อยๆ ตามวิศวกรรม เอ๊ยพฤติกรรมของคน

วิศกรรมต่างๆ ที่กล่าวมา คงช่วยอะไรได้ไม่มากถ้าคนไม่เปลี่ยน
ใบขับขี่ยังหาซื้อง่ายกว่าบุหรี่ โรงพักขึ้นง่ายแต่ลงง่ายกว่าถ้าเป็นลูกทั่นหลานเธอ
สโลแกนเมาไม่ขับแล้วกูจะกลับอย่างไรยังมีเสน่ห์กว่า
ขับรถยามเมามาย ถึงไม่ตายก็อาจกลายเป็นฆาตกร

ฉะนั้นเราควรรู้ว่า ตกปลาไหลไม่อาจใช้แต่กำลัง
เล่นกับของใหญ่ต้องใจเย้นเย็น

มีบ้างบางคราวถ้าท้อถอย หยุดสักเดี๋ยว แล้วเหลียวกลับไปดูข้างหลัง
ถึงจะช้าบ้างเร็วบ้าง แต่ถ้ามันยังขับเคลื่อนไปข้างหน้า ก็ควรจะพอใจ
หายเหนื่อยแล้วก็ชวนกันผลักชวนกันดันกันต่อไป
ตายแล้วก็ให้ลูกหลานผลักต่อ ตายอีกก็เหลนโหลนยังมี

นี่ก็เป็นแค่หลักการ หากจะกล่าวในรายละเอียดแต่ละจุด
คงจะได้หนังสือหลายเล่ม

มีกึ๋นแลกได้แค่ดอกไม้ดอกเล็กๆ




โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 10 : 29 ]

ทำนายได้เลย
ว่า การเลือกสว.ปี 49 ใช้เงินเท่าไร อาจมีการฆ่ากันตายด้วย


เฮ้อ ..วันเสาร์ นี้อาเม่ยจะไปประเมินหลักสูตร ที่มีวิทยากร เป็นนายกฯรองนายกฯ และเลขาธิการครม. และวิทยากรท่านอื่นล้วนเป็นสสร.ทั้งสิ้น..

......ต้องลองฟังระดับนโยบายด้วย เพราะรู้มาว่า ส่วนใหญ่ทำอะไรล้วนแล้วทำตามนายสั่งทั้งนั้น ไม่เห็นมีใครกล้าแตกแถว
ท่านว่าจริงไหม



โดย : อาเม่ย
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 10 : 31 ]

ท่านปลัดหนุ่ม....

ศาลปกครอง

หากคิดในแง่ดี..........เที่ยงธรรม
หากคิดในแง่ร้าย.........ฉากแรกก็สร้างข่าวให้ดีใจไปอย่างนั้น...ยังไม่ถึงฉากจบที่แสนโหดร้าย...จบแบบว่า..สุดท้ายก็ปล่อยให้ขายอยู่ดี

ท่านเฒ่าโล้ว.........ท่านทำให้ข้าได้สัมผัสถึงความอ่อนโยนในจิตใจของคนที่ไปออกค่ายอาสาพัฒนา....และทำให้ระลึกถึงมัน.....
และท่านก็ทำให้ได้เห็น.....สิ่งที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป...ปัจจุบันมุมมองของใคร ๆ หลายคนที่รู้สึกว่าเด็กที่ไปออกค่ายอาสา..หวังเพียงแค่สนุก...แต่หลาย ๆ คนก็ยังคงอุดมการณ์

สิ่งที่เห็นส่วนใหญ่ คือ การให้วัตถุ...การสร้างสิ่งอำนวยความสะดวก...สาธารณะสุข....แต่สิ่งที่ต้องการจริง ๆ ของผู้ที่จะรับล่ะ..คืออะไร....

บางที บางที่ ก็ให้ถูกจุด.......บางที่ก็ไม่ถูกจุด

แต่ที่แน่ ๆ.......การออกค่ายแต่ละครั้ง ข้าเชื่อว่า...ไม่มีคำว่า...สูญเปล่า....

โดย : ซาบู
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 10 : 34 ]

มีนักศึกษาตอบอาเม่ยว่า
จุดอ่อนของรัฐธรรมนูญตั้งอยู่ที่ถนนราชดำเนิน ทำให้รถติด...
ดูมานนนน.นักศึกษาที่เคารพรักยิ่งของอาเม่ยสิ

โดย : อาเม่ย
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 10 : 34 ]

ที่แน่ๆ ศาลเตี้ย ที่นี่เร็วๆนี้...

โดย : จอมยุทธ
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 10 : 39 ]



แบบประมวลมาด...จิกวิทยา...
พิจารณาจากสามเหลี่ยมทางความคิก:

จะจิกกัดฟัดกันสัมพันธ์จิต
คิดไม่คิกจะคิกค๊อกออกความเห็น
คนกินข้าวควายกินหญ้าอ้าเช้าเย็น
ทำไม่เป็นไม่เป็นธรรมระกำกา

ว่าด้วยรํฐสวัสดิการสำราญชาติ
ประชาชนสูญอำนาจที่เป็นใหญ่
เสมอภาคแค่อ้างอิงจริงหรือไร
พหุชนคนหลากหลายต่างกิ๊กกัน

บริโภคนิยมถมไม่หมด
สื่อตักคดยัดปากท้องพี่น้องฉัน
จะต้องเอาที่ดีกว่ามาประชัน
ถามเราท่านเพียงพอไหมให้เพียงพอ

จะผ่องถ่ายเลือดสีแดงมาแบ่งช่วย
พระเจ้ากล้วยฯเจอเลือดเทาเหาเห่าหนอ
กระแสทุนหนุนเต็มปากลำบากคอ
คงวัยทองแล้วละเน๊าะรีบกอบโกย

จะขอเป็นกรวดหินบนถนน
พวกก็ขนไปกินกันเพราะมันโหย
ถนนคูเขื่อนของข้าหน้าไม่โอย
ทำอิดโรยเพื่อประชาข้ายอมทน

จะลูกเจ๊กลูกจีนไม่หมิ่นศักดิ์
พลพรรคไทยแท้ทำก่อกำฝน
นั่งถูไปถูมาออกมาคน
ชั่วดีปนมีเปรอะปละคละกันไป

จะออกค่ายคุณธรรมนำชีวิต
แจกลูกคิดเจอลูกขอต่อไม่ไหว
แจกลูกเล่นเจอเล่นลูกก็จุกไง
แจกหัวใจได้หัวจุกคลุกน้ำปลา

จะพูดมากลำบากพุงกุงเกงหลวม
พูดโดยรวมแบบคิดน้อยด้อยภาษา
อยู่ที่คนอยู่ที่ใจไม่ไก่กา
ช่วยกันว่าช่วยล่อ(ล้อ)อย่าท้อใจ

เพื่อชาติ...ประชาชน....คนตาดำ

ด้วยรัก....จากมารซื่อชื่อบะหมี่



โดย : มารบะหมี่
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 10 : 39 ]

อาเม่ยมีอาจารย์เป็นสสร.
อาเม่ยมีอาจารย์เป็น อดีต กกต.
.....เข้าใจมาก เพราะรู้ที่มาที่ไป...แต่ในทางปฏิบัติ บางอย่างก็มีช่องโหว่ และช่องตรงนี้เอง ที่ถูกคนนำมาใช้...

...ปัญหาหนักที่อยู่ในนโยบายของรัฐบาลคือ การแก้ปัญหาความยากจน และเมื่อแก้ไม่ได้ ปัญหาทุกอย่างมันก็ลาม มาอย่างที่ท่านทั้งหลายกล่าวนั่นละ ทุกเรื่อง มาจากรากเหง้าของปัญหานี้ ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข
..ความรวยไปกระจุกที่คนบางกลุ่มเท่านั้น เรื่องมานก็เป็นอย่างนี้ละ

โดย : อาเม่ย
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 10 : 42 ]

....ต้องขอบคุณท่านปลัดหนุ่ม...ที่ให้รายละเอียดข้อมูลรัฐธรรมนูญไทย..ข้ามิได้ศึกษามาในทางนี้ก็ประมาณเอาแหละทั้งร่างและประกาศใช้...
.....ดังท่านกล่าวมานั่นแหละรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ก็มาจากแนวคิดหลักของท่าน ศ.อมร จันทรสมบูรณ์
.....และต้องให้เครดิต...กับ สนธิ เช่นกันในยามที่ความคิดฟุ้งเฟื่อง...กล่าวคือ..
......ในช่วงเกิดกรณีพฤษภาทมิฬ....( ข้าคงมิวิเคราะห์ว่าเกิดอย่างไร..ทำไมต้องเกิด..หรือมีขบวนการให้เกิดอย่างไร...เพราะไหนๆมันก็เกิดแล้วและจบไปแล้ว).....ในช่วงนั้นหนังสือพิมพ์ผู้จัดการเพิ่งจะพิมพ์เป็นรายวัน...ก็มีเพียงฉบับเดียวที่พิมพ์เป็นแท็บลอยด์วางขายทั้งในมอ็บและทั่วไป....รายงานละเอียดว่าเกิดอะไรขึ้น...

.......หลังเหตุการณ์เข้าสู่การร่างรัฐธรรมนูญ...งานเขียนของท่าน ศ.อมร จันทรสมบูรณ์...ในเรื่องรัฐธรรมนูญนี้ก็ได้รับการเผยแพร่ทาง นสพ.ผู้จัดการ มาต่อเนื่อง...จึงเป็นที่ยอมรับจากบรรดา อีลิด ทั้งหลาย....นสพ.ผู้จัดการช่วงนี้ก็ติดตลาดอันมาจากผลพวงพฤษภาทมิฬ....และมีส่วนสำคัญในการผลักดันแนวคิด...ใหม่ๆ...

.......มาถึงยุคปัจจุบัน...ที่จริงแล้ว ทั้งทักษิณ และสนธิ..ต่างมีสัมพันธ์ต่อกันมาอย่างยาวนานและลึกซึ้ง...รวมไปถึงบรรดาที่ปรึกษาต่างๆ เช่นท่านจิ้ง พันศักดิ์..และท่านอื่นๆมากมายฯลฯ..
ประเด็นนี้ข้าไม่ขอกล่าวมันจะยาวไปถึงเรื่องราวในต่างประเทศและในประเทศ...เอาเป็นว่าทั้งสองสนิทกันก็พอ....

.......ที่ข้ามองว่า ประเทศมหาอำนาจเขามีรัฐธรรมนูญกันแค่ฉบับ สองฉบับ เขาก็นำพาประเทศรุ่งเรือง แก้ปัญหาสารพัดในประเทศได้....หากมิใช่ว่าเขาแก้รัฐธรรมนูญเป็นว่าเล่นจึงบรรลุ...

.......ดังนั้น...ข้าสรุปง่ายๆสั้นๆ...แบบฟันธง...ก็คือ...ข้าไม่ชอบยุทธวิธีการโค่นรัฐบาลตามกฎหมายด้วยวิธีนี้...โดยอาศัยยุทธวิธีเคลื่อนไหวร่างรัฐธรรมนูญ...ด้วยข้อหาผู้นำจะล้มล้างสถาบันชาติ...ศาสนา...พระมหากษัตริย์..ตั้งตัวเป็นประธานาธิบดี.......
.......ข้ามิชอบข้อหาที่ฟั่นเฟือนอันมากมายแบบนี้...
.......การขยายข้อบกพร่องอันเกิดจากการกระทำที่ไม่สมบูรณ์ให้กลายเป็น...ความผิดพลาดที่ร้ายแรงโดยเจตนาที่บิดเบือน...ย่อมมิใช่วิธีการที่สร้างสรรค์...

.......หากเรามองแบบองค์รวมในยุทธศาสตร์...การโค่นล้มรัฐบาลที่เกิดขึ้นมาภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้...ถ้ามองย้อนไปเมื่อ 2 ปีที่แล้วจะเห็นภาพชัดเจน...แต่ปัจจุบันถ้ามองจากภาพรวมก็จะเห็นเช่นกัน....

นี่แหละ...ข้าจึงกล่าวว่าข้ามิชอบยุทธวิธีแบบนี้....มันจะกลายเป็นวัฒนธรรม..ที่ถ่ายโอนอำนาจระบบวงจรอุบาทว์...จากการปฏิวัติของทหาร.....มาสู่นายทุนสื่อสารฯ....

........เรื่อง กฟผ. อืม....ข้าสงสัย...นายเอกยุทธ์ อัญชันบุตร...ไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับม็อบเขา..

.......เรื่องชาวนา..ชาวไร่...หากจะแก้ปัญหาตามที่ท่านเห็น...ท่านมิเห็นหรือว่าโดนรุมด่ายับเยินว่าเป็นนโยบายประชานิยม...จากบรรดาอรหันต์ทั้งหลายแหล่..
.......ข้าว่าปล่อยยากจนต่อไปเถอะ...เพื่อเอาใจท่านอรหันต์ต่างๆ..คราวนี้จะได้ชื่นชมว่เป็นนโยบายถูกต้องเสียที....

......คุยกับท่านยาวนาน...ลืมถามไปเรื่องออกค่ายฯท่านและท่าน โล้ว.....
.......อืม...ท่านปลัดหนุ่ม.เป็นหัวหน้าค่ายฯ..งั้นข้า..ต้องเรียกท่านว่า..นายอำเภอ...ก็แล้วกัน..เพราะจะเป็นปลัดอำเภอ(เนื่องจากหนุ่ม)..ไม่ได้..


โดย : กระบี่ดาวแดง
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 10 : 43 ]

ข้าฯได้อ่านหน้าบ้านฉบับสมบูรณ์อยู่
และเข้าใจเป็นอย่างยิ่ง ว่าท่านเขียนกระทบชิ่ง จึงว่า ไม่ติดใจเอาความ

ลองมาแลกเรื่องเจ๊กต่อนิด เพื่อเกิดเป็นมุมมองหลากหลาย

คงจะไม่เห็นด้วยกับท่านปลัดแล้วล่ะ เรื่องที่ว่ามาจากจากภาษาฝรั่ง
ฟังดูก็เป็นเจตนาดี ประนีประนอม แต่อันตรายที่มันอธิบายผิด

คำว่าเจ๊กนั้น เห็นด้วยว่าไม่หยาบ แต่มันหยาม
เหมือนคำว่าเสี่ยว บัง แขก อีก้อ ล้วนไม่หยาบ แต่มันออกเชิงหยาม
(ก็ไม่ได้คิดว่าท่านปลัดมีเจตนาอย่างนั้น เพียงเป็นการอธิบายความเท่านั้น เกรงจะเข้าใจกันผิดอีก)

คำว่าเจ็ก มาจากคำว่าเจ็ก หรืออาเจ็กในภาษาแต้จิ๋ว แปลว่าอา
คนไทยออกเสียงในภาษาแต้จิ๋วเพี้ยนจากเสียงโทเป็นเสียงตรีไปหมดเช่น

แปะ ก็เป็นแป๊ะ เจ้ก็เป็นเจ๊ ซิ่มก็เป็นซิ้ม อาม่าก็เป็นอาม้า บ้วยก็เป็นบ๊วย (ที่แปลว่าท้ายน่ะ)

ผู้ชายที่เป็นผู้ใหญ่วัยหนุ่ม เขาก็มักเรียกกันว่าอาเจ็ก หรือเจ็ก หนุ่มใหญ่หน่อยก็เป็นแปะหรือแป๊ะ(ลุง)

นี่ก็มองจากเจ๊กแต้จิ๋วคนหนึ่งเท่านั้น ไม่มีหลักฐานอ้างอิงใดๆ เลย

ด้วยจิตคารวะ



โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 10 : 45 ]

ชนชั้นกลางที่หาเงินเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง ข้าราชการชั้นผู้น้อย ชาวไร่ชาวนา ชวนสวน ควรจะอยู่อย่างไร ในสภาวะแบบนี้
..... มีเงินส่งเสียลูก มีความอดทนต่อภาวะกดดันทั้งหลายทั้งปวง
...นี่ต่างหาก เราตัวเล็กในสังคม บ่นไปก็เท่านั้น ทำอะไรที่เป็นรูปธรรมที่ทำให้ตัวเองอยู่รอดในหน้าที่การงาน และสร้างครอบครัวให้เป็นปึกแผ่น คิดว่าไง


โดย : อาเม่ย
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 10 : 48 ]

ความคิด ท่านมิได้แตกต่างไปจากหลายๆคน
แต่สิ่งหนึ่ง ที่อยากจะบอก
ผมมิได้เห็นด้วยกับวิธีการโค่นล้มอะไรนั่น
แต่ผมเห็นว่ารัฐธรรมนูญต้องเปลี่ยน
ส่วนจะเปลี่ยนด้วยวิธีไหน สุดแล้วแต่ครับ
เห็นท่านเอาเรื่องที่ผมเขียน ไปรวมกันแนวความคิดสนธิ
มันเลยกลายเป็นคนละเรื่องอะ

โดย : ปลัดหนุ่ม
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 10 : 52 ]

ขอบคุณ สำหรับข้อมูลเรื่องเจ๊ก แม้จะมาจากตำราคนละเล่ม

โดย : จอมยุทธ
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 10 : 54 ]

อ้อ ขอต่อนิดนึงทำไมชิน โสภณพนิช จึงพอใจเรียกตัวเองว่าเจ๊ก

คนอีสานก็ยินดีเรียกตัวเองว่าเสี่ยว
แต่ก็ไม่ชอบให้ใครเรียกไอ้เสี่ยว

จริงมิจริงประการใดขอเสียงด้วย

โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 10 : 55 ]

ครับ ยินดีที่ทราบข้อมูลเพิ่มเติมจากท่านเฒ่าโล้วเช่นกันครับ
..............................................................


โดย : ปลัดหนุ่ม
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 10 : 59 ]

ท่านเฒ่าโล้ว มีงานวิจัยเรื่อเชื้อชาติหรือชนชาติ ชนเผ่าต่าง ๆ แนะนำอาเม่ยบ้างซิ ...ท่านสามารถแนะนำเรื่องชนเผ่าไต ได้ไหม อาจมาจากยูนาน พอจะแนะนำงานวิจัยดี หรือหนังสือดีๆไหมคะ

อันนี้อาเม่ยเอามาใช้ในการทำงานในสภาบันภาษาศาสตร์และวัฒนธรรมศึกษา
ซึ่งมันจะเป็นรูปธรรมมากกว่า มากว่านามธรรมคะ

โดย : อาเม่ย
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 11 : 4 ]

อันเนื่องมาจาก
"ผมกลับยินดีที่มีคนชอบคุยเรื่องหนักๆเสียบ้าง
ไม่งั้นบางทีเข้ามาก็เหงาๆอะ เห็นมะ เว็บเรา(บ้านจอมยุทธ)
มีสีสันตั้งเยอะ ผมอะเช็คทุกวันเลย ตั้งแต่มีประดาบเสียบ้าง
ไม่ใช่เว็บหาคู่ซักกะหน่อยเนอะ"
.............................


คุยกันเรื่องการบ้านการเมืองบ้างก็ดีอ่ะ
แต่ไม่ใช่ว่าเรื่องของความรู้สึกจะเป็นเรื่องที่ไร้สาระ
ข้าพเจ้าไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง
ปัจจุบันชีวิตเราอยู่ภายใต้สังคมที่บีบรัดตัว
อยู่ใต้เท้า...ใต้อำนาจ..ของผู้มีอิทธิพลตั้งแต่ระดับท้องถิ่นไปจนถึง
ระดับประเทศ...ต้องเดินตามผู้นำ...คล้าย/เหมือนในอดีต
รัฐบาลมีนโยบายอย่างไรก็ต้องเดินตาม...ใครไม่เดินตาม
ออกนอกกรอบ...อาจต้องโดนกำจัด
......
การที่ใครสักคนหรือหลายคน
เข้ามาหาที่พักผ่อน....พูดคุยกันห้วงเวลาหนึ่งในแต่ละวัน
เพื่อผ่อนคลาย...คงไม่ไร้สาระจนเกินไป


โดย : **
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 11 : 14 ]

อ้าว ผมไปว่าใครไร้สาระ อะเนี่ย

โดย : ปลัดหนุ่ม
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 11 : 17 ]


อันที่จริงได้สาระมากทีเดียวนะครับ
อยากจะออกความคิดเห็นบ้างแต่ไม่ค่อยถนัดในการ
พิมพ์ ต้องขอเรียบเรียงสักหน่อย
ผมถนัดพูดมากกว่าครับ

อาเม่ยครับ
ผมขอแนะนำหนังสือ"ชนเผ่าไต"......ได้รับอนุเคระห์มาจากท่านพี่กาแควมา 1 เล่ม ก็น่าสนใจเหมือนกันนะครับ

หนังสือสถาปัตยกรรมไต ของอาจารย์อรศิริ ก็น่าสนใจ อาจารย์เข้าไปศึกษาเรื่องความเกี่ยวกันของ เชื้อชาติ ภาษา วัฒนธรรม และ สถาปัตยกรรม (รวมการวางผัง) ของ ชาวไต กรมศิลปากรพิมพ์


โดย : เพลงดาบแห่งสายน้ำ
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 11 : 22 ]

อาเม่ยมายกมือคะ
ท่าน อาเม่ยมีพรสวรรค์ในการใช้กระดานชุมนุมกระทู้หลายอย่าง
ดังวัตถุประสงค์1.อ่านกลอนเพื่อความบันเทิงใจ
2.ต้องการพักผ่อนพูดคุยกับเพื่อนในเวปยามว่างจากการเหนื่อยล้าในการทำงาน(ซึ่งในชีวิตจริงการมีเพื่อนพูดคุยเป็นไปได้ยาก
3.ถ้าไม่ระบายออกมาบ้างอาจบ้าเข้าศรีธัญญาหรือกระโดดตึกตายจากชั้นแด
4.ได้แลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งเป็นแบบการพูดคุยไม่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ
5.เช่นบอกทุกคนว่าป่วยก็มีคนมาบอกยา รักษา ปัจจุบันสูตรยากนั้นได้แจกคนไปทั่วประเทศเรียบร้อยแล้ว และเมือบอกว่า อ้วน
มีคนมาแนะนำความรู้ทำอย่างไรไม่อ้วน หรือง่วง ซึ่ง มีใครบ้างไม่เจอปัญหาเล่านี้ (ท่านคิดว่าไร้สาระหรือไม่)
6.ขอบคุณที่ได้มีโอกาสที่ทำให้ได้อธิบายและทำให้เกิดการสื่อสารที่ถูก
7.และการมีอีคิว และไอคิวที่ดีเป็นสิ่งสำคัญ ในการอ่านหรือเล่นกระทู้ด้วย
(คนบ้าในศรีธัญญา สามารถเล่นอินเตอร์เนตได้หรือไม่ ท่านคิดว่าไง)


โดย : อาเม่ย
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 11 : 29 ]



จับจุดอ่อน...เคาะจุดแข็ง...แสดงเหตุ

จุดอ่อนนิ่มอยู่ตรงนั้น.........ที่ท่านว่า
จุดแข็งมาอยู่ตรงนี้.............เท่าที่เห็น
คอมมูนิดคอมมูหน่อย........สอยประเด็น
ปลุกแข็งเป็นกระแสร์ดัน....มั่นหลักการ

เธอรู้รอบระบอบคิด.............จิตแน่วแน่
ตอนเธอแก้ขอให้ปัก...........เป็นหลักฐาน
กำหนดแนบทฤษฎี.............มีใช้งาน
วางท่ากันให้มั่นคง..............ปักธงทอง

วิญญาณนักศึกษาข้าวลิง......สิงเข้าใส่
วิญญาณไพรเสียงปืนก้อง.....คะนองฝัน
ฟ้าสีทองผ่องในใจ................อำไพพัน
ศาลเตี้ยมันท้าอำนาจ...........ชาติประชา

รํฐธรรมนูณบรรทัดเดียว......ให้เชี่ยวเถิด
คงก่อเกิดโภคผล...................คนค้นหา
อยู่ที่ใครถือบรรทัด................จัดที่มา
วิศวโฆษณา.........................หรือว่าใคร

จับปลาไหลใช้กำลัง...............ยากยั้งหยุด
เล่นของใหญ่ก็ต้องขุด............ดูฐานเสา
จับปลาไหลใช้ไฟฟ้า..............ยาเบื่อเมา
เขาก็เอาไปแจงหุ้น................ตุ๋นกันเพลิน

ผู้น้อยด้อยประสบการณ์นัก...ไม่กล้าอ้าอวดกึ๋น
แต่งกลอนมาพอมึนมึน..........ประสาฉัน

คารวะทุกท่าน.....
ยินดีครับที่มีประกายความคิดดีๆเช่นนี้เกิดขึ้น........ในบ้านจอมยุทธ
ดอกไม้ประชาธิปไตยคงเบ่งบานบนจานดาวเทียมได้อีกครั้งหนึ่ง

เชื่อมัน..และ...สรัทธา....อย่าท้อหอย..ครับ



โดย : มารบะหมี่
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 11 : 32 ]

ทุกวันนี้ทำงานทุกวัน ไม่รู้จะตายวันไหน เดินทางมาทำงานทุกวันไม่รู้จะโดนรถชนตายวันนี้ วันไหนทำอะไรเพื่อเป็นประโยชน์กับสังคมบ้างอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่ดีแต่จะพ่นด่าคนอื่นแบบไม่สร้างสรรค์
(ขออนุญาตเช็คไอพีเก็บไว้เป็นที่ระลึกหน่อย) คงรู้ตัวนะว่าใคร

อย่าให้ต้องร้องเพลงหนักอะไรสักอย่างนะ


.....อาเม่ยชอบบริหารความขัดแย้งมาก เชิญคะท่าน หลายปีแล้วที่ชีวิตมันอยู่เงียบๆมากไม่มีอะไรตื่นเต้นเลย จะเพิ่มคนอ่านให้กระทู้นี้ด้วย เพราะมีทั้งสาระและไร้สาระ จริงไหมคะ




ป.ล ของคุณท่านเพลงดาบ ฯก๊อปปี้เอาไว้แล้ว จะเสนออาจารย์ที่เค้าทำเรื่องนี้คะ ตอนนี้เปลี่ยนหัวโขนมาอยู่สถาบันนี้ มีโปรเจคทำให้เค้าจะเสร็จสิ้นเดือน เงินที่ทำมาจากภาษีของประชาชน เดือนหน้าต้องเดินทางไกลอีกแล้ว

โดย : อาเม่ย
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 11 : 36 ]

ท่านอาเม่ย

สนับสนุนข้อ7...

ตั้งใจมาพักผ่อนใจ..แต่ไง๋..มานั่งพิมพ์แก๊ก ๆ ทำให้ไม่ได้พักผ่อนกาย

ไม่สบายใจ.....ก็เหมือนได้มาถูกที่....ทำให้พอบรรเทา...ทุเลา...
ไม่สบายกาย....ข้าว่ามาไม่ถูกที่....แต่ก็จะมีคนแนะนำชี้ทางไปให้ถูกที่....

คนบ้าในศรีธัญญา เล่นเน็ตได้.....

ก็ข้านี่ไง...ท่านอาเม่ย...เลยไม่รู้ว่าเล่นได้แล้วหรือไม่ได้เล่น

โดย : ซาบู
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 11 : 37 ]

ขอบพระคุณ กลอนเพราะๆจากท่านมารบะหมี่ครับ


โดย : ปลัดหนุ่ม
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 11 : 37 ]

มาเฉลย เล่นได้คะท่านซาบู แต่ต้องอยู่ในความควบคุม
เพราะคนบ้ามีหลายระดับ... บางคนแแค่พูดก็หยุ บางคนต้องใช้ยา บางคนต้องใช้ไฟฟ้า หรือต้องแยกให้อยู่ตามลำพัง

..อาเม่ยได้เรียนรู้กับคนบ้านี่ละคะ
...บางคน.มีหนี้มีสิน ไฟไหม้บ้าน
อกหัก บ้าดารา บ้ากลอนก็มีคะ
ถูกขมขืนถูกทำร้าย มาจากซ่อง เป็นต้น

โดย : อาเม่ย
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 11 : 46 ]

พี่เกรียงอย่าหาว่าหนูชวนใครทะเลาะนะเพ่

เรียกว่าบริหารจัดการความขัดแย้งนะคะ
มีเอกสารจะให้พี่เพิ่มเติม ช่วงนี้งานยุ่งมากเหมือนกัน
เอาเงินภาษีประชาชนเค้ามาแล้ว ต้องทำให้คุ้มกับหยาดเหงื่อนแรงงานที่เค้าให้เสียหน่อย

โดย : อาเม่ย
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 11 : 48 ]

ใครเลยเสพสุขได้ เพียงตน
รอบข้างคือประชาชน หม่นไหม้
หนึ่งเสียงหนึ่งมือดล จึ่งเจ้า เข้ามา
ทรยศ ท่านได้ไซร้ เยี่ยงเจ้า เนรคุณ




โดย : จอหงวนบู้
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 11 : 48 ]

ขออภัย..หากวาจาข้าไปลบหลู่ผู้ใด
แต่ข้าฯเป็นคนเซ้นส์...
เจอถ้อยคำบาดใจ....แล้วมันทนไม่ด้ายยยยย...
ไอคิวข้าฯก็ไม่มี
อีคิวยิ่งไม่มีใหญ่
เพราะข้าฯเป็นคนบ้าไง
เลยไม่ต้องใช้..คิว
(ข้าฯใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 107 บรรทัดที่ 5 หน้าที่ 30 ในการแสดงความคิดเห็น)

โดย : **
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 12 : 4 ]

อ่านข้อความทุกท่านแล้ว..อยากแสดงความคิดเห็นเหมือนกัน
แต่ยังสับสนทางความคิด..เรียบเรียงไม่ค่อยถูก
ข้อคิดหนัก ๆ ที่ผ่านมาไม่ค่อยสะสมในหัวซักเท่าไหร่
ข้าเองออกเป็นคนไร้สาระอ่ะนะท่านปลัด

ช่วงนี้การบ้านการเมืองดูวุ่นวายเป็นพิเศษ...
วันนี้ที่นี่เค้านัดรวมพลคนเสื้อเหลืองกันอ่ะ...แต่ข้าไม่ได้ใส่หรอกนะ
อยากแสดงจุดยืนเหมือนกันอ่ะน๊า...ท่านมารบะหมี่เตือนข้าว่า
และอย่าลืมหาจุดนั่งด้วยอ่ะ..เหอๆๆ ยืนมาก เมื่อยก็นั่งมันตรงที่ยืนอ่ะเนอะ
---คุยกันหน่อยก็น่าจะมีข้อสรุปทีดี ที่พอใจทั้งสองฝ่าย---
ท่านผู้นำกล่าวว่า----อย่ามีหน้าไหนโผล่มาว่าอยากถ่ายโอนและกัน----
คำพูดนี้ข้าเองไม่ได้ยินอ่ะน๊า เพื่อนถ่ายโอนข้อมูลอีกที
ฟังดูแล้ว----เจ็บใจ โ ค ตะ ระ----
เรื่องระงับการจองหุ้นกฟผ.ชั่วคราวของศาลปกครองสูงสุด...
ข้าเกรงจะเป็นอย่างที่ท่านซาบูกล่าวอ่ะน๊า---สุดท้ายที่กรุงเทพ เหอ เหอ
มีข่าวออกมาได้อ่ะว่า--พนักงานได้เตรียมการกู้เงินไว้แล้วเพื่อจองหุ้นตามสิทธิ์
และประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศก็พอใจที่จะจองหุ้นครั้งนี้
ถามหน่อยเด่ะท่าน...ประชาชนส่วนใหญ่ที่ว่าอ่ะ...ส่วนไหญ่ของประเทศ
หรือว่าส่วนใหญ่ของพวกคนร่ำรวยกันแน่...เหอ เหอ
-----------คิดแล้วมานแค้นใจจนจุกเลยอ่ะน๊าท่านปลัด------------






โดย : เซียเสียวหงส์
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 12 : 35 ]



เรียน..ท่านปลัดฯ

ขอบพระคุณท่านเช่นกันครับ...ทีจุดประกายความคิดดีๆมา...ณ..ที่นี้
ทำให้เห็นว่า...นักปกครองที่มีอุดมการณ์เชิงปฏิบัตินั้นยังมีอยู่
เป็นทีพึ่งพิงเป็นกำลังใจให้ความหวังแก่เยาวชนและประชาชนที่รอคอย
มุ่งมั่นจรรโลงหลักธรรมาภิบาลให้บรรลุเป้าหมาย

ขอให้ท่านเจริญในหน้าที่การงานยิ่งๆขึ้นไปไวๆนะครับ
ฝากอนาคตของชาติไว้กับท่านแล้ว



โดย : มารบะหมี่
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 12 : 39 ]


ถึงแม้ไม่มีรายชื่อตามวาระข้างบน เนื่องจากเป็นคนชอบไร้สาระ
ชอบอย่างเดียวคือ..สาระแน
จึงต้องขออนุญาตมาสาระแนวุ่นวายซะหน่อย

ไม่สนใจนักการเมืองใดๆ
อ่านแต่มติชนและเนชั่นทุกอาทิตย์จนกระอักข้อมูล
พักหลัง...เริ่มอ่านตามหลังโลกประมาณ 1 เดือน
ซื้อเก็บ..รออ่านอ่ะ
ดู TV ก็เบื่อหน่าย เข้าเวบผู้จัดกวนอย่างเดียว...แน่นอน 555
เด๋ว..หนังสือ ค. คน ออกมา จะบอกเลิกทุกเล่มที่รับตอนนี้

ท่านเซียฯ
20 นี้ ข้าก็จะไปรวมพลคนเสื้อเหลืองที่หนามหลวง
ไปออกกำลังกายต่อต้านบุหรี่อ่ะ
อย่าลืมติดตามนะ เผื่อได้ออก TV. กะเขามั่งอ่ะ


โดย : อิสตรีมาร
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 12 : 54 ]

คงต้องมีคนให้คำจำกัดความว่า ไอคิว อี อิว และคนบ้า บ้างคงจะดี จะทำให้เกิดการแตกยอดทางความคิด ซึ่งดังตัวอย่างต่อไป

หมวดที่ 6 ื มาตราที่ 107 บุคคลผู้มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีสิทธิสมัครรับ เลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
(1) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
(2) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง
(3) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า เว้นแต่เคย เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา
(4) เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียง พรรคเดียวนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า เก้าสิบวัน
(5) ผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งต้องมีลักษณะอย่างใด อย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ด้วย คือ
(ก) มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้งมาแล้ว เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าหนึ่งปีนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง
(ข) เคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้ง หรือเคยเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นในจังหวัดนั้น
(ค) เป็นบุคคลซึ่งเกิดในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้ง
(ง) เคยศึกษาในสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้ง เป็นเวลาติอต่อกันไม่น้อยกว่าสองปีการศึกษา
(จ) เคยรับราชการหรือเคยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในจังหวัดที่ สมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าสองปี

และข้อ 4 เป็นเรื่องที่กล่าวขานถึงมากที่สุด


นอกนั้นไม่มีความคิดเห็นใดๆ



โดย : อาเม่ย
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 12 : 55 ]

ขอบคุณท่านปลัดหนุ่มเช่นกัน


อาเม่ยทำงานให้กับหน่วยงานรัฐสภาพอดี ได้ใช้ประโยชน์มากจากกระทู้ท่านคะ
และรวมทั้งของท่านกระบี่ดาวแดงด้วยนะคะ ได้ข้อมูลเยอะพอที่ใช้ทำงานทีเดียว
ขอบพระคุณทุกท่านมากนะคะ กำลังสรุปงานพอดี ไม่ว่ากันนะคะ
ขอบพระคุณคะ

โดย : อาเม่ย
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 13 : 13 ]



ต่างก็ล้วน...ปุถุชน..............คนบ้า
บ้าประชา....บ้าอัตตา...........บ้าจู๋จี๋
ท่านสองดอกเราหนึ่งดอก....บอกที่มี
ไอคิวซีอีคิวหา.....................ปัญญาใย

มีจุดยืนยืนเด่นล้ำ...............ค้ำสง่า
มีจุดนั่งบ้างก็ว่า....................อย่าสงสัย
มีจุดนอนแต่ไม่นอน............เดือดร้อนใคร
มีจุดร้อนผ่อนเย็นไง............ให้ง้องอน

มีกระจกยกขึ้นส่อง...............ให้..มองเห็น
มีประเด็นมาชี้แจง................แถลง..ไข
มีอารมณ์อย่าเก็บ..กรด..........ลด..จิตใจ
มีอะไรก็ว่ามา........................ปัญญา..ชน



โดย : มารบะหมี่
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 13 : 19 ]

ท่านป้าอิสฯที่รัก...และจะให้เสียวหงส์สังเกตไรอ่ะว่าเป็นท่าน อิอิ
ผ่านมาหลายวัน...หนังสือ ค.คน เสียวหงส์ยังไม่ได้ไปช้อปอ่ะน๊า
เสียวหงส์อ่ะแฟนคลับปู่เย็นเจ้าค่ะ อิอิ...ฉบับ 2 ไล่หลังจวนจะออกและ
ง้านเย็นนี้เสียวหงส์ไปหาไรใส่สมองเล็ก เล็ก ซักกะน่อยและน๊า

ท่านอาเม่ยที่คิดถึง...มีหนังสือรัฐธรรมนูญไว้ติดตัวเลยนะเจ้าคะ อิอิ
เสียวหงส์ได้รับแจกเหมือนกัน...แต่มันไม่ยอมติดตัวเสียวหงส์อ่ะน๊า



โดย : เซียเสียวหงส์
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 13 : 23 ]



บ้าดีเนอะ...................................สิทธิผู้สมัครรับเลือกตั้งเนี่ย
ต้องเป็นผู้ฉลาดปราดเปรื่องมาชี้แจงให้ทราบ.........ถึงจะรู้ได้
แบบนี้ประชาชนทั่วไปที่มีการศึกษาอยู่บ้างจะทราบกันไหมนี่



โดย : มารบะหมี่
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 13 : 31 ]



ปู่เย็น..........เป็นอยู่...........อย่างปู่เย็น
ค.คน...........คนเป็น..........เช่นคนอยู่
เล็กใหญ่......ใส่ให้เหมาะ....เคาะตูดู
แมวอยู่รู......หนูอยู่ตึก........ก็นึกไป



โดย : มารบะหมี่
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 13 : 37 ]

..ผมคนความรู้น้อยครับ ขอประโยชน์จากตรงนี้นะครับ

โดย : กายใจฯ
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 13 : 40 ]

ขอขอบคุณอาเม่ยที่ให้เกียรติ
ขอออกตัวเลยว่า เป็นคนที่ไม่ค่อยชอบอ่านงานวิชาการ ยิ่งงานวิจัยวิจักข์อะไรนั่น ไม่ไหว

เรื่องไตๆ อ่านมาบ้าง ยังรู้น้อย แม้ว่าคนที่นั่งทำงานอยู่ด้วยกันข้างๆ
คนหนึ่งบัตรชมพู(ไทยใหญ่) คนหนึ่งบัตรส้ม(ไทยลื้อ)ก็ตาม

หนังสือที่เคยอ่านพอจำได้และที่เห็นว่าดี
เล่มแรกก็ ความเป็นมาของคำสยาม ไทย ลาวและขอม และลักษณะทางสังคมของชื่อชนชาติ ของจิตร ภูมิศักดิ์ น่าจะยังหาซื้อได้ เช็คดูจาดเคล็ดไทย

ไทยสิบสองปันนา มี 2 เล่ม ของ บุญช่วย ศรีสวัสดิ์ เคล็ดไทยเหมือนกัน นฉบับพิมพ์ใหม่ น่าจะยังมีขายอยู่
เป็นเรื่องราวของไตลื้อโดยค่อนข้างละเอียด มีภาพประกอบมากโขอยู่
นี่แหละไท ที่มาจากยุนนาน หรือหยูนหนาน หรือ ฮุ้นหนำ ในภาษาแต้จิ๋ว

ที่อ่านอยู่ประจำ ก็เป็นสาละวินโพสต์
http://www.salweennews.org/
ลองเข้าไปดูรายละเอียดได้

ถ้าจะแวะไปดูเรื่องไทใหญ่ก็ลองที่นี่ก่อนก็ได้มีข้อมูลหลายด้านดี เป็นภาษาไทย
http://www.sarmluangfa.com/index.htm

นอกนั้นกอ่านสะเปะสะปะไปเรื่อย
นี่ก็กำลังสนใจหมากาพย์คำโคลง (ไม่รู้เรียกถูกหรือเปล่า) พงศาวดาร "ท้าวฮุ่ง ขุนเจือง" เป็นโคลงโบราณที่ยาวที่สุด มีทั้งภาคลาวและภาคไทยล้านนา
เคยเห็นในโฆษณาว่ากำลังจัดพิมพ์ พร้อมคำถอดภาษาไทย
ราคาแพงซักหน่อย รู้สึกปกแข็งจะ 1600 บาท ลองติดต่อ มติชนดู
หาโฆษณาชิ้นนั้นไม่เจอแล้ว เลยไม่ค่อยได้รายละเอียด

อ้อ หนังสือของจิตร ภูมิศักดิ์เล่มที่ว่า แค่บรรณานุกรมก็เหลือจะคุ้มแล้ว

ไตโหลง หรือไตหลวง หรือไทยใหญ่ ไตลื้อ ไตขึนหรือไตเขิน
ล้วนมีภาษาพูดและภาษาเขียนเป็นของตัวเอง ซึ่งตัวไตลื้อ ไตขึน จะเกือบเหมือนตัวเมือง หรือตัวล้านนาเลย
แต่ของไทยใหญ่ จะคล้ายไปทางภาษาพม่ามากกว่า
ใครสนใจอยากมีไว้ศึกษา ที่ข้ามีพอสมควร ไม่ถึงร้อยแบบ แต่ก็เยอะ

ขอบคุณที่ให้เกียรติอ่านมาจนถึงนี่


โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 13 : 49 ]


รู้รู้อยู่............ฉันก็ชอบ...ปู่เย็น
คนเป็นเป็น..ที่ยังเป็น.....คนอยู่
คนใหญ่ใหญ่..ใยจึงชอบ...อยู่รู
แอบแอบดู......อ๋อเพราะรู..มันเย็น

กลัวลุงหมี่*เหงาง่ะ เลยมาช่วยเจาะรู





โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 14 : 4 ]

ขอบคุณที่สุดเลย ท่านเฒ่าโล้ว ตอนนี้งานยุ่งมากคะ
เก็บบันทึกไว้แล้วละคะ ขอบพระคุณแทนอาจารย์ที่ทำวิจัยเรื่องด้วยละกัน
ปัจจุบัน โพล สำรวจ และงานวิจัย สำคัญ เพราะใช้ในการวางแผนคะ

พันธกิจคือ
1.วิจัยส่งเสริมงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับภาษาและวัฒนธรรมเพื่อสร้างสมและเผยแพร่ความรู้ใหม่ทางภาษาและวัฒนธรรม
2.เผยแพร่และสร้างเสริมความรู้ทางภาษาและวัฒธรรมที่เหมาะสม
3.จัดพัฒนาระบบข้อมูลด้านภาษาและวัฒนธรรมศึกษา
4.อนุรักษ์ส่งเสริมวัฒนธรรมไทยให้เป็นเอกลักษณ์ทางวิชาการของชาติ
5.ปลูกจิตสำนึกในความเป็นไทย ความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมของชาติ

......นี่คือหน้าที่(บางส่วน) ของอาเม่ยคะ
ขอบคุณท่านเฒ่าโล้วอีกครั้ง และขอบคุณทุกท่านที่อ่าน


โดย : อาเม่ย
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 14 : 18 ]

จากรัฐธรรมนูญ ถึง ปู่เย็นที่เป็นอยู่
ไม่อยู่รู แต่อยู่เรือพอเกื้อหนุน
เฝ้าสายน้ำจับเอ็นเอื้อพอเจือจุน
ใช้แรงงานต่างทุนลุ้นตนเอง
ไม่เคยคิดวางแผนเป็นแสนผัง
ต้องระวัง............. ไม่รู้และ ต่อ กันเอง เหอะ ละทิ้งหน้าที่ และ แหกกติกา แบบว่า ..............

โดย : วาสิน ไทยแท้
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 14 : 56 ]



ขอบคุณ......ท่านเฒ่าโล้วที่มีน้ำใจ..เป็นห่วง

ผมหาของเล่นไว้เยอะครับที่บ้าน
ไม่ค่อยเหงา...............หรอกครับ
เปลือกอัตตา...............ก็ไม่หนามาก
ถ้าแทะกินทั้งเปลือก.....ก็คงพอจะได้วิตตามินอยู่บ้าง

นี่ว่าเดี๋ยว..
จะไปเล่น ปังย่า อนุรักษ์ส่งเสริมพัฒนาวัฒนธรรมไทยร่วมสมัยกับเด็กๆน้องๆเสียหน่อย

ฝากคิดถึงผมบ้างนะ
ดูเหมือนที่นี่...ชาจะล้นถ้วยจนท่วมบ่อไปหมดแล้วละครับ....
รอน้ำพร่องสักหน่อยพอเห็นตัวปลาแล้วกลับมาเล่นเป็นเพื่อนกันใหม่

ลาก่อนสหายโล้ผู้มีน้ำใจ..
ลาก่อนสหายในสหาย



โดย : มารบะหมี่
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 15 : 8 ]

จากรัฐธรรมนูญ ถึง ปู่เย็นที่เป็นอยู่
ไม่อยู่รู แต่อยู่เรือพอเกื้อหนุน
เฝ้าสายน้ำจับเอ็นเอื้อพอเจือจุน
ใช้แรงงานต่างทุนลุ้นตนเอง

ไม่เคยคิดวางแผนเป็นแสนผัง
ต้องระวังเพราะว่าแผนมันแสนเจ๋ง
วางดีดีสองทีมันทำเอง
ไม่เคยเบ่งวางบึ้งจึงอยู่เย็น

ต่อให้แล้วนะท่าน

โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 16 : 23 ]

ขอบคุณครับ
ผู้เฒ่าโล้ว เด๋วดี ท่าน มาร จะรีบไปไหน?
ชามันล้นถ้วย เดี๋ยวมันก็ ระเหิด ระเหยหาย กลายเป็นไอ ไปเอง

มันจาเต็มอยู่ได้อย่างไร? ทุกวัน ในเมื่อโลกมันเปลี่ยนไป ทุกนาที

โดย : วาสิน ไทยแท้
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 19 : 6 ]

ตราบใดที่คนเรายังมี(id) (Ego ) ( superego )
สังคมก็ต้องเป็นไปตามกระบวนการที่เคยเป็นและเปลี่ยนไปตลอดเวลาเพราะคนเราเป็นตัวกำหนด

โดย : เณรขวานและเด็กวัด
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 20 : 57 ]

"ท้าวฮุ่ง ขุนเจือง" เห็นโฆษณาอยู่ในมติชนสุดฯ เกือบทุกเล่มช่วงนี้

ใครอยากจะไปไหน ก็เชิญไป ไม่ต้องมาร่ำลา
รีบไป รีบมา ละกัน

โดย : อิสตรีมาร
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 17 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 22 : 37 ]

อ้าว ท่านมารไปไหนเสียแล้ว
..........................................................

ถึงท่านเฒ่าโล้ว
จริงๆผมว่าจะไม่เขียนแล้วหละ
เพราะเดี๋ยวท่านหาว่าผมเป็น ปลัดนุ่ม ไม่ใช่ ปลัดหนุ่ม อีก
เพราะผมเข็ดแล้ว เลยมิกล้า
เพราะรู้ว่าเดี๋ยวโดนด่านอกประเด็น ก็ต้องนั่งนิ่งอึ้งอีก

แต่ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ท่านบอกว่าท่านอ่าน
บทความท่านจอมยุทธตั้งแต่ต้น ตั้งแต่ตัวเต็ม
ที่บทความตีหัวเข้าบ้านน่ะ
แล้วทำไมไม่ออกมาพูดเรื่องเจ๊กๆอะไรเนี่ย
ว่าเป็นการดูถูก มาประท้วงเจ้าบ้าน
ทำไมมาถามเอาตอนผมเขียน ตอบหน่อยนะ
ว่าผมดูถูกเจ๊ก อะไรก็ไม่รู้อะ
ผมเขียนตั้งเยอะตั้งแยะ เรื่องรัฐธรรมนูญ
ล่อบรรทัดเดียวมาเล่น
แต่พอเจ้าบ้านเขียนไม่ถาม งงโว้ย!
เจ้าบ้านอย่าว่าผมนะ แต่ผมอยากรู้จริงๆ
ถึงท่านว่าไม่เอาความก็เถอะ ถ้าเอาความแล้วเป็นไง!
ผมเสนอเรื่องที่เคยอ่านไว้ว่าคำว่าเจ๊กมาจากไหน
ท่านก็ว่าผมอ้างผิด อะผิดก็ผิด ผมไม่ได้ว่ามันถูกหรอก
แต่ก็อ้างอิงว่าอ่านมาจากอาจารย์เสรี วงศ์มณฑา ก็เท่านั้น

หรือว่าผมเป็น ปลัดนุ่ม อย่างท่านว่าจริงๆ

รบกวนอย่างนี้ ถ้าบางครั้ง เห็นกระทู้ผม
รบกวนท่านเฒ่าโล้ว อย่าเข้ามาอ่านเลยครับ
ผมเห็นด้วยกับความเห็นที่แตกต่างไม่ว่ากัน
แต่ไม่ใช่มากระทบกระเทียบ เหน็บแนม
ตั้งแต่ ที่ท่านเรียกผมว่า "ปลัดนุ่ม"แล้วล่ะ
แล้วผมก็คิดว่าท่านยังตามรักผมอยู่นั่น
ขอโทษที่ทำให้หลายท่านขุ่นเคืองอารมณ์
แต่ผมได้แค่อ่านบ้านจอมยุทธ ก็เพราะอย่างนี้นี่แหละ
ทั้งๆที่รักบ้านนี้แท้ๆ
...........................................................................
ตื่นมาตอนดึกแล้วนึกเรื่องนี้ออก
ก็เลยเออว่ะ เอาซักหน่อย!



โดย : ปลัดหนุ่ม
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 18 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 1 : 26 ]

เห็นมะๆๆๆ บอกแล้วว่าอย่าลบหลู่กระทู้ที่ทำให้ดุเดือด ปลัดหนุ่ม มีคนเรียกปลัดนุ่ม ความจริง ตัว ห มันตกหล่นไป อย่างอาอี้เคยเขียนปลัดหนุ่มเป็นหลัดหนุ่ม แบบว่าพิมพ์เร็วไปหน่อย บังเอิญว่าเคยปากเสีย แนะแหน นายจู้จี้ไปนิดนึง ตอนนี้บ้านจอมยุทธเลยขาดคนมาแยงภาษาไทย เสียดายเนอะ เอางี้ ถ้านายจู้จี้เห็นละก้อกลับมาที่นี่ช่วยแก้คำผิดให้ถูกที่เถอะ ผิดไปแล้วค๊าบบบบบบบ


โดย : อาอี้
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 18 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 1 : 58 ]

พ่อปลัดหนุ่ม นิ่งได้ก็นิ่งเถอะ เรื่องเล็กๆ อย่าใส่ใจเลย เพื่อความสงบสุข และเป็นสุขใจที่เอาชนะตนเองได้

โดย : จอมยุทธ
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 18 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 2 : 3 ]

ลืมไปอีกเรื่อง

เรื่องคำเรียกว่า เจ๊ก

เฒ่าโล้วบอกก่อนแล้วว่าก่อนแลกดอกไม้ขอเก็บก้อนหินก่อน อันนี้ท่านปลัดเห็นดอกไม้ป่าวเนี่ย ช่างเหอะ ในฐานะที่ลูกเจ๊กคือกัน ขอบอกว่า ที่เฒ่าโล้วแจงมานั้นถูกต้อง อาจารย์เสรีมีมุมมองอีกมุมนึงก็ยกประโยชน์ให้ไป

ถ้าเรียนรัฐศาสตร์แล้วทำงานด้านการชุมชนหรือด้านการปกครอง มีวิสัยทัศน์ที่ดี ใจเย็นลงหน่อยจะเยี่ยมมากนะปลัดนะ

ส่วนท่านวาสิน ขอบอกว่าอาอี้เกิดมาไม่เคยคิดจะหลั่งเลือดเพื่อใดๆทั้งสิ้น แค่เข็มฉีดยาไม่จำเป็นแล้วไม่อยากโดน ขอเป็นผู้ที่ยอมงอไม่ยอมหัก อ่อนให้แต่ไม่ใจอ่อน เลือดน่ะเห็นแล้วลมจะใส่เอาอ่ะ

โดย : อาอี้
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 18 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 2 : 9 ]

เจ้ วานไปกระทู้บนสุดหน่อยดิ คนกำลังจะตาย เจอเจ้คงไม่อยากตาย เอาหน่อย ถือเป็นการไหว้วาน....

โดย : จอมยุทธ
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 18 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 2 : 11 ]

รักอาอี้

โดย : **
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 18 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 7 : 59 ]

น้อมรับครับ ท่านอาอี้ พี่จอมยุทธ

อยู่บ้านนี้ก็ใจเย็น มาสี่ซ้าห้าปีแล้ว
สงสัยจะกินยาผิด ทำงานดึกหงุดหงิด
เลยคิดฟุ้งซ่าน
แต่บอกเสียบ้างให้รู้ ผมว่าก็ดี
ผมแค่อยากยิ้มๆ เวลามาเข้ามา
................................................
ส่วนเรื่องชื่อผม ที่แกพิมพ์
ไม่ต้องเรียกนายจู้จี้มา
เพราะแกตั้งใจ (เรื่องมันเดือนนึงแล้วหละ)
พึ่งรู้สึกตัวอะ เฮ้อ ต้องตื่นอีกแล้ว
นอนวันละ สี่ชั่วโมง มาสองอาทิตย์
สงสัยมีผลต่อจิตรประสาท ฮ่า

โดย : ปลัดหนุ่ม
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 18 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 8 : 11 ]



ก่อนอื่นขอขอบคุณท่านอาอี้ ที่มาช่วยเชื่อมใจให้ ขอบคุณค่ะ

ข้ายอมรับว่าข้าเคยแซวท่านปลัดหนุ่มเป็นปลัดนุ่มจริงๆ
ขอบอกเลยนะว่าแซว ไม่ได้เป็นจงใจจะเหน็บแนมแบบเจตนาร้าย
จำได้ว่าคราวก่อน ข้าไม่ได้โต้ตอบอะไรไป นอกจากรอยยิ้มใหญ่ๆ หนึ่งอัน ไม่นึกว่าท่านยังติดใจอยู่ งั้น

ข้าถือเอามาขอโทษท่านตรงนี้ก็แล้วกัน

เรื่องเจ๊กนั้น ลองมาย้อนดูที่ข้าเขียนหน่อยนะ
.............................................................................................................
ลองมาแลกเรื่องเจ๊กต่อนิด เพื่อเกิดเป็นมุมมองหลากหลาย

คงจะไม่เห็นด้วยกับท่านปลัดแล้วล่ะ เรื่องที่ว่ามาจากจากภาษาฝรั่ง
ฟังดูก็เป็นเจตนาดี ประนีประนอม แต่อันตรายที่มันอธิบายผิด

คำว่าเจ๊กนั้น เห็นด้วยว่าไม่หยาบ แต่มันหยาม
เหมือนคำว่าเสี่ยว บัง แขก อีก้อ ล้วนไม่หยาบ แต่มันออกเชิงหยาม
(ก็ไม่ได้คิดว่าท่านปลัดมีเจตนาอย่างนั้น เพียงเป็นการอธิบายความเท่านั้น เกรงจะเข้าใจกันผิดอีก)

........................................................................................................................

หนึ่งนั้น ข้าบอกแล้วขอแลกเลี่ยนมุมมอง มิใช่เอาเป็นเอาตาย
สองนั้น ข้าไม่บอกว่าท่านผิด ข้าบอกว่าเจตนาของคนเขียนเขาดี แต่ผิด
สามนั้น ข้าก็เกรงท่านจะเข้าใจว่าว่าท่าน จึงมีวงเล็บตามมา ว่าเพียงหยิบประเด็นเจ๊กมาอธิบายเพิ่มเท่านั้น เกรงจะเข้าใจผิดอีก

ส่วนเรื่องข้อเขียนของจอมยุทธที่หน้าบ้าน ท่านต้องการเขียนให้อ่านอย่างเดียว
ถ้าท่านต้องการให้ร่วมแจมด้วย ท่านคงมาเขียนที่ชุมนุมจอมยุทธนี่
ก็เมื่อท่านใช้เวทีนั้นเพื่อแสดงออก ข้าจึงไม่คิดจะเอาตัวไปเป็นโจทก์ ถ้ามาตั้งเป็นกระทู้ให้ออกความเห็นกันเสรีแบบนี้
ท่านคิดหรือว่าไม่มีคนตอบถล่มทลาย ขนาดอยู่หน้าบ้าน ยังถูกนำมาขยายตั้งหลายกระทู้

ท่านคงนึกว่าข้าคงเข้ามาเพื่อป่วนกระทู้ท่าน เจตนาจะมองข้ามประเด็นของท่านไป
ก็บอกแล้วประเด็นที่ท่านตั้งนั้น มันทั้งใหญ่ทั้งยาว ข้าจะค่อยๆ จิกแยกออกมาคุยกัน
หรือท่านไม่ได้อ่านมุมมองเรื่องรัฐธรรมนูญที่ข้าก็เขียนไว้ข้างบน
ข้าเองไม่ใช่นักปกครอง ไม่ใช่นักการเมือง ไม่ใช่วิชาการ ข้าย่อมมีภาษาและอารมณ์ที่แตกต่างออกไป

คงเป็นเพราะความเห็นของข้าในหลายๆ ข้อ ไม่ได้ตรงกับท่าน วิธีการนำเสนอของข้า ไม่ถูกรสนิยมของท่าน
เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน หลังจากนี้ไป ข้าของดที่จะเข้ามาแสดงความเห็นในกระทู้ที่ท่านตั้งก็แล้วกัน

ถ้าจะให้ดี ท่านน่าจะเขียนกติกาใหม่ใส่หัวกระทู้ไว้ด้วย ว่าเวทีนี้ไม่เสรี รับเฉพาะผู้ที่มีความเห็นถูกใจเจ้าของกระทู้เท่านั้น

ไม่ได้เขียนมาด้วยอารมณ์ไม่พอใจ หรือน้อยใจ หรือใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่รู้สึกอะไร

ท่านน่าจะศึกษาท่านจอมยุทธในเรื่องความเป็นผู้รับฟังที่ดีนะ
บางทีความนุ่มมันจะได้แน่นขึ้น

ท่านว่ามาได้เต็มที่เลยนะ ข้าไปละ อ้อ แต่จะยังตามอ่านเท่าที่มีโอกาสอยู่

โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 18 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 8 : 41 ]

ถึง ท่านเฒ่าโล้ว ที่เคารพ

....ะสมัยก่อนตอนเข้ามาใหม่ๆ อาเม่ยไม่มีใครคุยด้วยเลยคะ
มีคนว่ากระทบกระเทียบเปรียบเปรยอาเม่ยคะ
และเมื่อก่อนอาเม่ย ใช้ย่งยี้คะ นานมาก จนมีท่านพี่อาอี้ ท่านมารนบะหมี่ และท่านแม่น้ำร้อยสายมาคุยด้วย
อาเม่ย พูดแต่ฝ่ายเดียวคะ(ซึ่งพี่อิสฯเคยเป็นมาก่อน และท่านหายไปเลย 1 ปี ขออนุญาตกล่าวพาดพิง)
...ท่านลองสังเกตุสิคะ เจ้าของกระทู้ไม่เคยเอ่ยถึงความคิดอาเม่ยเลยสักคำ นั่นเป็นสิทธิ์ของท่าน
...ถ้าเราจะคิดอยากได้ข้อมูลหรือข้อเท็จจริงบางอย่าง ก็ต้องแลกเหมือนกัน ..คือไม่ให้ความสนใจ

.....คนเรารับข้อมูลข่าวสารมาถึงตัวไม่เท่ากันคะ สื่อความทางเดียว
ผู้นำของประเทศยังไม่สนใจฟังนักวิชาการเลยคะ หลายครั้งเราไม่อยากเปลืองตัว อาเม่ยเลย เปลี่ยนเป็นอ่านอย่างเดียวในกระทู้ที่แสดงความคิดเห็นแบบนี้ แต่ที่ไปร่วมแจม เพื่อต้องการกระตุ้นคนคิดคนเขียนให้ตอบให้ตรงวัตถุประสงค์ของอาเม่ยเท่านั้น
...อย่าไปสนใจเลยคะทุกท่าน มีความเป็นตัวตนสูงทั้งนั้นคะ

..อาเม่ยเคยถูกด่าถึงบุพการีก็ยังเคยเลยด้วยซ้ำ ผู้ชายถลาเข้ามาจะชกหน้าก็ยังเคย โดนมาหมดทุกอย่างแล้ว เพียงแต่เราอดทนเพื่อแลกกับเป้าหมายของเรา ต้องรีบหยุดสถานการณ์บางอย่าง เพื่อต้องการสิ่งที่มีอะไรสำคัญมากกว่านั้น
...อาเม่ยไม่สนใจหรอก อาเม่ยก๊อปปี้ทุกอย่างเก็บไว้หมด และนี่คือเวทีสาธารณะ ท่านบุคคลที่มีประโยชน์ อาเม่ยชื่นชม แต่คนอื่นอาเม่ยไม่รู้ เพราะถ้าเรามีนักวิชาการ อยู่จะทำให้เวปนี้ดีขึ้น(บอกตามตรงอาเม่ยก็เริมเบื่อเวปนี้แล้วเหมือนกัน) แต่บังเอิญติดอยู่นิดเดียวความรักคะ ท่านหลายๆท่าน ซึ่งเป็นสายใยที่อาเม่ยยังตัดไม่ขาด ถ้าไม่มีก็ไม่เล่นเวปนี้เหมือนกัน เพราะมันก็มีอีกเยอะแยะที่จะเล่น อาเม่ยเข้าใจท่านเป็นอย่างดี... คนเพียงไม่กี่คน อย่าทำให้ท้อแท้หมดกำลังใจนะคะ

....ใครไม่อ่าน อาเม่ย อ่านคะ.....อาเม่ยทำงานให้กับรัฐสภา ผ่านทางสถาบันพระปกเกล้า ในหลักสูตรที่นายฯ และรองนายก และเลขาเป็นประธาน
อาเม่ยทำงานให้สถาบันวิจัยในมหาวิทยาลัยเกษตร
อาเม่ยทำให้มูลนิธของสวิส เรื่องสึนามิและโรคเอดส์ ทำงานให้ท่านผู้ว่าฯ จังหวัดหนึ่งในประเทศไทย กำลังจะไปเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยหนึ่ง อาเม่ยเป็นกรรมสภาสรีแห่งชาติฯ
และ
....แผนต่างๆที่ทำเสนอในที่ต่างๆ ความคิดเห็นส่วนหนึ่งอาเม่ยเอามาจากเวปนี้..และจากทุกท่านที่นี่....ที่แสดงความคิดเห็น
ถ้าแผนอาเม่ยไม่ดี แสดงว่าคนที่แสดงความคิดเในเวปนี้จะเป็นอย่างไรตรองดูนะคะ

...ถ้าไม่มีท่าน ก็ขาดรสชาดมากเลยคะขอบอก แต่นั่นไม่ใช่ว่าจะเกิดกับท่านเพียงคนเดียว คนที่เข้ามา ท่านจอมยุทธใช้คำว่าปลาตายน้ำตื่น สิ่งหนึ่ง ที่อาเม่ยอยากแสดงความคิดเห็นคือ คน ไม่ใช่ปลาคะ


โดย : อาเม่ย
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 18 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 9 : 26 ]

ครับ ขอบคุณครับ
และขออภัยในอารมณ์
แต่ยังติดใจก็เลยอยากบอก
ครั้งนี้ผมสัมผัสได้ว่าท่านบริสุทธิ์ใจ
ส่วนผมมีแต่โมหะ
.....................................................
ส่วนเรื่องความเห็นต่างผมได้กล่าวไปแล้ว
ว่าผมไม่ติดใจอะไร ผมชอบให้แย้งกันในเรื่องที่พูดกันน่ะ
ไม่ใช่ว่า เห็นไม่เหมือนกันแล้วจะพูดมาว่า
ใครไม่เห็นเหมือนผม ผมก็รับฟัง
ลองอ่านกระทู้นี้แต่ต้นก็ได้ ว่าผมว่าหรือด่าใครไหม
ทั้งที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย

จริงๆแล้วผมยอมรับความจริงเลยก็ได้
ว่าผมยังไม่พอใจท่านตั้งแต่ครั้งที่แล้วนั่นแหละ
เพราะผมเห็นว่าเรื่องชื่อผมมันนอกประเด็น
นั่งทำงานจนดึก อยู่ๆก็นึกเรื่องนี้ขึ้นมา
แล้วก็มีความร้อนเกิดขึ้นในหัว
แล้วก็พิมพ์ออกมา ด้วยอีโก้ตัวเอง
คิดว่าช่างมัน

หากท่านว่าล้อเล่น ผมก็รับได้แล้วหละ

และผมขอน้อมรับความผิดทั้งหมดเอง
ด้วยโมหะจริตของผม ขออภัยทุกท่าน
ขออภัยเฒ่าโล้ว มาแย้งผมบ่อยๆเหมือนเดิมนะ
แต่ห้ามเล่นชื่อผมอีกหละ ขออภัย ขออภัย


โดย : ปลัดหนุ่ม
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 18 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 9 : 37 ]

ขอบคุณอาเม่ยครับ หวังว่าคงได้รับฟังความคิดท่านอีก
และขออภัย

โดย : ปลัดหนุ่ม
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 18 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 9 : 41 ]


ลูกผู้ชาย กล้ายกขึ้นกล้าวางลง
ข้าก็ไม่ได้อยากให้ประเด็นเล็กๆ นี้ลากไปยาว จนเป็นความขัดแย้งสาธารณะ (ว่าไปโน่น)

เมื่อต่างผิดกันคนละส่วน เจ๊ากันไปแล้วกัน นี่แหละที่เขาว่า ไม่ต่อยตีไม่รู้จักกัน

ท่านทำให้ข้านึกถึงละคร "เป็นต่อ" เมื่อคืนเลย แซวอะไรก็ได้แต่ห้ามแซวเรื่องหัว ...โกรธ

จะระวังท่าทีในกระทู้ท่านแล้วกัน



โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 18 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 9 : 48 ]

ขอบคุณเช่นกันคะ
การให้เกียรติซึ่งกันและกัน
เป็นมรรยาทอันดีงามในสังคมไทยคะ


โดย : อาเม่ย
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 18 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 10 : 1 ]

ขอขอบคุณอาเม่ยที่เป็นห่วง
และขอแสดงความยินดีกับหลายๆ ท่านในนี้ ที่ความเห็นของท่านเป็นประโยชน์กับประเทศชาติแล้ว
โดยผ่านทางอาเม่ยไป ไม่ใช่แค่เสียงนกเสียงกาอย่างที่กระแนะกระแหนกัน(เอง)

แถมประเจ๊กให้ท่านปลัดฯ อีกสองคำ ที่คนไทยเอามาใช้จนเป็นภาษาไทยไปแล้วคือ

อั๊ว กับ ลื้อ

ในสำเนียงแต้จิ๋วจะออกว่า อั้ว กับ ลื่อ

ยังมีอีกหลายคำ แต่คิดว่ายกมาแค่นี้ คงพอมีน้ำหนักแล้ว




โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 18 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 10 : 2 ]

ครับ

โดย : ปลัดหนุ่ม
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 18 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 10 : 32 ]

ว้า...เลิกกันแล้วหรือ ? มาไม่ทัน ติดภารกิจ ใหญ่ ของตัวเองอยู่ คือ
นอน..............ดีใจจัง ที่มีคน คอยสานฝัน ให้เป็นจริง?
ขอบคุณ ในความพยายาม ของทุกท่าน ผมเชื่ออยู่อย่างว่า
"ผู้ให้ ย่อมไม่โกรธ" " วันทะโก ปฏิวันทนัง"
ผู้ไหว้ ย่อมได้รับการไหว้ตอบ แม้มันจะไม่เสมอไป แต่ก็ต้องได้บ้าง ล่ะนะ

โดย : วาสิน ไทแยท้
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 18 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 10 : 37 ]

กินอิ่มแล้ว สนทนาแล้ว ได้เวลาก็นอนหลับไปแล้ว แทนที่จะหลับรวดเดียวให้ยาวนานจนสว่าง ทำมั๊ยทำมัยยังต้องตื่นขึ้นมาเปิดคอมอีก นับถือในความสามารถจริงๆ

น้องเม่ยเม่ย
พี่ก็เหมือนกันเบื่อเวบอื่นที่มีแต่มาชวนจีบกันกิ๊กกัน มีคนแนะนำเวบนี้ให้ เห็นว่ามันอ้างว้างดี เลยมาเล่นคำใส่กลอนสนุกๆ ไม่นึกว่าจะมีคนตามมาดูมาอ่านกัน ทั้งที่รู้จักและไม่รู้จัก ทุกวันนี้ยังสงสัยอยู่เลยว่าเวลาไปเล่นที่เวบไหน ทำไมเพื่อนๆมันตามไปถูก นามแฝงก้เปลี่ยน ลีลาการเขียนก็เปลี่ยน อันนี้ก็ขอนับถือจริงๆอีกเหมือนกัน

เฒ่าโล้วน้องรัก ท่านปลัดหนุ่มผู้กล้าหาญ
พี่อ่ะนะเวลาอ่านอะไรพี่จะอ่านให้เข้าใจเนื้อความก่อน จึงจะเขียนโต้แย้ง หรือแซวเล่น หรือเล่นบ้าบอตามอารมณ์ แต่เวลาพิมพ์บางครั้งพิมพ์แล้วไม่ทวนอักษร ผิดคือผิดแต่รู้ตัวดีว่าจะผิดให้น้อยที่สุด

อ่านมาท่อนหลังๆเจอเนื้อแท้ของจิตใจสองหนุ่มนี้แล้ว รู้สึกดีแฮะ นี่ยังกลัวว่าจะเอาอีโต้กะพร้าถือมากันเสียอีก ฮาฮา..


โดย : อาอี้
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 18 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 19 : 8 ]

รักอาอี้

โดย : **
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 18 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 19 : 32 ]

รักด้วย ๆ รักอาอี้ ลักกี้ ๆ

โดย : โปเย
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 18 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 19 : 41 ]

นี่ท่าน ** ต่อไปนี้จะเรียกท่านว่า สองดอกจอก(แหน) แล้วละนะ แล้วมาตามบอกรักน่ะ อาอี้พวกแม่นาคพระขโนงนะจะบอกให้ รักกันจริงอย่าเรียกหมอผีมาจับถ่วงแม่น้ำละกัน ฮิฮิ

โปเย เจ้าก็เอากะเค้าด้วยหรือ

โดย : อาอี้
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 18 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 20 : 8 ]

ก็แม่บอกว่า รักคนไทย รักประเทศไทยอ่ะน๊า

หนูรักอาอี้น๊า อิอิ

แว๊บ!!
หรือว่าอาอี้เป็นกะเหรี่ยงที่กำลังเรียกร้องขอสัญชาติ
ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร
แม่บอกว่า ให้รักมนุษย์ร่วมโลกเดียวกัน

แว๊บ!!
หรือว่าอาอี้ไม่ใช่มนุษย์
ไม่เป็นไร แม่ก็สอนไว้ว่าเป็นเพื่อนร่วมจักรวาลทางช้างเผือกเดียวกัน


ยังไงหนูก็จะรักน๊า

โดย : โปเย
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 18 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 20 : 20 ]

หนูมาบอกรักท่านพี่อาอี้ด้วยคน
ขอบอกกลอนพี่เพราะจริงนะคะ
บ้ายบาย..ไปละคะ

โดย : อาเม่ย
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 19 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 13 : 2 ]


ขอบคุณ ท่านปลัดหนุ่ม ค่ะ...ที่เอ่ยถึง

ได้เข้ามาอ่านทู้นี้แล้วรู้สึกคุ้มค่ะ...ได้อะไร ต่อมิอะไรไปเยอะ

ทั้งเรื่องรับธรรมมนูญ...ถึงแม้จะหนักไป..สำหรับข้าน้อย....จะอ่านอย่างซึมซับได้ ต้องตอนสมองโปร่งๆ โล่งๆ..ค่ะ

....ที่ชอบมากคือ...ที่ท่านได้โต้ตอบ กับท่านผู้เฒ่าโล้ว...
....ชอบในความ มีเหตุมีผล ของทั้งสองท่าน
....ชอบตรงภาษาที่ใช้...ภาที่ไม่แสงดถึงการใช้อารมณ์
....มีความสุภาพตลอด...แม้จะขัดแย้งทางความคิดกันบ้าง

...คนเราขัดแย้ง...ไม่ชอบกันได้....
...แต่ภาษาที่ใช้ ก็มีผลนะคะว่า...จะทำให้ความขัดแย้ง นั้น ลงเอยอย่างไร....จะกลับมาเป็นมิตร...หรือศัตรู กัน ก็ตรงนี้แหล่ะค่ะ...

...แหะ...แบบว่า...ขอแสดง..ความคิดเห็นหน่อย...
...อย่าว่ากัน นะ เจ้าคะ

...ด้วยคาระวะ...และคิดถึง ทุกท่านค่ะ






โดย : อิ่มอุ่น
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 19 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 15 : 27 ]

เจ็ก คู่กะ โก
กู๋ คู่กะ อี๊
หมวย คูกะ ตี๋


โดย : +++++++++
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 19 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 23 : 53 ]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com