Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ชุมนุมจอมยุทธ

แลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างสรรค์สังคม เปิดโลกทัศน์ จัดระบบความคิด สื่อสารกับชาวโลก

แวดวงจอมยุทธ ตำนานจอมยุทธฯ

ชุมนุมจอมยุทธ (1)
ไปหน้า >> 1 - 2 - 3 - 4 - 5 - 6 - 7 - 8 - 9 - 10

หัวข้อ : ค้น..มาให้สหาย...เคยได้ยินว่า

อยากรู้เรื่องนี้

คัดลอกมาให้นิดหน่อยครับจะได้อ่านสบายตา.......ให้เพื่อนๆทุกท่านแหละครับ...แต่ซาบูต้องอ่านมากๆหน่อยนะครับ
สมเด็จ (ตอบ) : คำว่า นิพพาน นี้ต้องเข้าใจว่ามีหลักแห่งความจริงของคำว่า นิพพานัง ปรมัง สุขัง นิพพานัง ปรมัง สุญญัง ถ้าในหลักแห่งความจริงของพระสัมมาสัมพุทธโคดมแล้ว คำว่า นิพพาน ในโลกมนุษย์นี้ ก็คือว่า มนุษย์ผู้ใดปฏิบัติตนให้อยู่ในจิตแห่งความว่าง ให้อยู่ในจิตแห่งความนิ่ง ให้อยู่ในจิตแห่งความสิ้นจากสรรพกิเลสที่รอบล้อมอยู่ในตัว เขาเรียกว่า ....
ใจกลางแห่งนิพพานตั้งอยู่เมือง
รอบล้อมต่อเนื่องกำแพงอันแสนหนา
ผู้ใดหาทางทะลุอยู่ในเมือง
มนุษย์ผู้นั้นย่อมถึงนิพพาน
นิพพานในโลกมนุษย์นี้เขาเรียกว่าปฏิบัติจิตให้ว่างที่สุด นานเท่านาน ผู้นั้นถึงนิพพานแห่งการเป็นมนุษย์ คือ สุญญัง นี้แหละเขาเรียกว่าสูญจากอาสวกิเลส สูญจากการป็นทาสอารมณ์แห่งการเป็นมนุษย์ จิตวิญญาณนี้พุ่งสู่แดนอรหันต์ ไม่ใช่สูญทั้งจิตและวิญญาณ ถ้าสูญทั้งจิตและวิญญาณ จะเอาอะไรไปเสวยกรรม สภาพการณ์วิญญาณที่สูญนั้นเขาเรียกว่า วิญญาณธาตุในเบญจขันธ์ วิญญาธาตุนี้เป็นอุปาทาน รูปนี้ประกอบขึ้นด้วย ดิน น้ำ ลม ไฟ วิญญาณธาตุจึงอยู่เป็นกาย แต่วิญญาณอีกอันหนึ่งเขาเรียกว่าวิญญาณซึ่งวนเวียนอยู่ในกฏแห่งวิฏสงสารนั้นแหล่
โดย : ห่านหิมาลัย
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 26 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 19 : 32 ]

นิพพาน เป็นสภาวะของจิตที่ปราศจากกิเลส อันเป็นเครื่องมือร้อยรัดจิตใจให้ห่วง กังวล วุ่นวาย
สับสน รุ่มร้อน เมื่อจิตใจปราศจากกิเลสเสียแล้วก็ไม่วุ่นวาย สับสน หรือรุ่มร้อนใดๆอีก จิตก็สงบ
ร่มเย็น และเป็นสุข ซึ่งเป็น ความสุขอันสูงสุด เป็นเป้าหมายของการปฎิบัติธรรม ตามหลักคำสอน
ของพระพุทธศาสนา ความสุขแบบนิพพานนั้นไม่ใช่ความสุขปกติธรรมดาทั่วไปอันเกิดจากการ
ได้รับอารมณ์ที่น่าปรารถนา น่าพอใจ โดยผ่านทางประสาทสัมผัสต่างๆ ที่เรียกว่า สุขเวทนา
แต่จะเป็นความสุขที่อยู่นอกเหนือการรับรู้ทางประสาท สัมผัสเหล่านั้น เป็นสภาวะแห่งความสุข
ที่ผู้บรรลุแล้วเท่านั้น จึงจะประจักษ์ได้ด้วยตนเอง.

********อันนี้ที่ห้องสมุด บ้านจอมยุทธ อาจเข้าใจได้ง่ายกว่า
โดย : จอมยุทธ
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 26 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 19 : 44 ]

ขอบคุณสหายห่าน...แยกแยะได้ชัดเจนดี.......
ขอบคุณท่านจอมยุทธ....ที่เพิ่มเติมลายละเอียดด้วยภาษาที่อ่อนโยน

โดย : ซาบู
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 26 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 21 : 53 ]

สาธุ...
โดย : อิสตรีมาร
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 26 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 22 : 3 ]

สาธุ....ด้วยคน...
โดย : หนึ่งร้อยปีแห่งความเหงา
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 26 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 22 : 7 ]

คำถาม..........ปุจฉา...(เขียนถูกอ๊ะป่าวเนี่ย)
กำแพง......นั้น......สร้างด้วยมูลค่าเท่าไหร่.....
น่าน....นอกเรื่องจนได้..อิอิ
เอาใหม่
คำถาม........
ทำอย่างไรให้มองเห็นกำแพงที่ว่า....
เมื่อมองเห็นแล้วจะใช้อะไรทลายกำแพง........
ยังตั้งหน้าตั้งตารอฟัง
โดย : ซาบู
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 26 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 22 : 12 ]

กำแพงมูลค่าเท่าชีวิต
จะมองเห็นได้ต้องใช้ปัญญา
ปฏิบัติตามพระธรรม...ทลายกำแพงขวางกั้น...ล้มครืน
โดย : อิสตรีมาร
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 26 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 22 : 20 ]

คำถาม
ปัญญา....เราจะมีปัญญาเกิดขึ้นมาได้อย่างไร
โดย : ซาบู
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 26 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 22 : 21 ]

ศีลมี สมาธิมา ปัญญาเกิด
หรือ ปัญญาเกิด เพราะสมาธิมี ศีลมา
โดย : อิสตรีมาร
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 26 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 22 : 25 ]

คำถาม
ต้องถือศีลให้ได้มากที่สุด....ถึงจะส่งผลให้เกิดสมาธิ และปํญญา มากขึ้นตามเท่านั้นใช่หรือไม่
โดย : ซาบู
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 26 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 22 : 27 ]

ป้าอิสฯ ว่า ทุกอย่างต้องเหมาะเจาะ ลงตัว
อะไรมากล้น จะกลายเป็นมิจฉาทิฏฐิ
สายกลางน่ะท่าน
โดย : อิสตรีมาร
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 26 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 22 : 30 ]

ปริมาณแห่งธรรม..........บางคราเพียงประโยคเดียวก็ถึงบางอ้อ
ดีใจที่ซา*สนใจธรรมะ
โดย : ห่านหิมาลัย
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 26 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 22 : 31 ]

คุยกับป้าอิส*ต่อเถิดนะ...ห่าน*เข้ามาแว๊บเดียวต้องโหลดงานต่อค๊าบ
ราตรีสวัสดิ์ค๊าบป้า*/ซา*
โดย : ห่านหิมาลัย
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 26 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 22 : 32 ]

เมื่อกลางวันทำมดตายไปแล้วด้วยความไม่เจตนา 4 ตัว....
และที่ไม่เห็นอีก
และแล้วค่ำ ๆ ก็ทำยุงตายไปแล้วอีก 2 ตัว..........สารภาพ....พวกมันจะโกรธข้าไหมอ่ะ.......
เขาบอกว่า....ทำไปโดยไม่เจตนา กับเจตนา มันแตกต่างกัน แต่ผลเท่ากันท่านคิดเห็นเช่นไร
โดย : ซาบู
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 26 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 22 : 36 ]

จ้า โชคดีเด้อ งานเสร็จ คนเสร็จด้วย
โดย : อิสตรีมาร
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 26 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 22 : 36 ]

เจตนา เป็นกรรม ผลแห่งกรรมจะเป็นกุศล หรืออกุศล
ถ้าไม่เจตนา บาปคงน้อยกว่ามาก เพราะถ้าเรามีสติ ระมัดระวังอยู่เสมอ คงไม่เกิดขึ้น อีกอย่างหนึ่ง เป็นวิบากกรรมของมด ยุง เหล่านั้นด้วย
แต่ถ้าเจตนา แต่ละตัว คือ 1 ชีวิต
ท่านซา* เอ๋ย เจอกันกะข้าแน่
สถานที่นัดพบ กระทะทองแดง ฐานที่ท่านเป็นผู้รู้ ผู้สงสัยตั้งคำถาม ข้าให้ Gentleman First
โดย : อิสตรีมาร
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 26 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 22 : 41 ]

ก็มันสงสัยนี่.....อยากรู้....มิได้หมายความว่าเป็นผู้รู้นะท่าน...แต่ความอยากรู้อาจนำให้เป็นผู้รู้ได้ เมื่อได้รู้.....
ไปที่วัด...พระก็บอก...โยมมาวัดต้องการอะไร....
โดย : ซาบู
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 26 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 22 : 49 ]

โยมมา....วัดต้องการอะไร
โยมมาวัด...ต้องการอะไร
วัดต้องการให้คนมาทำบุญจำนวนเยอะๆ (บางวัดนะคะ)
เหมือนแม่ชี ดร. ท่านหนึ่ง ลงในหนังสือรายสัปดาห์
บอกว่า พระก็ปฏิบัติต่อคนไม่เหมือนกัน
พระจะเกรงใจโยมผู้มีฐานะมากกว่าชาวบ้านทั่วไป
โยมเอง มาวัดก็อยากทำบุญ ขอให้รวย สวย ฯลฯ
ทำบุญ 100 ขอ ล้าน (บางคนเท่านั้นนะค้า)
บางคน มาให้พระดูดวง ทำเสน่ห์ ขอเครื่องลางของขลัง ฯลฯ
บางคน เพราะอกหัก ฯลฯ
เอ...ท่านซา จะนำป้าอิสฯ ตกนรกแล้วมั๊ยเนี่ย

โดย : อิสตรีมาร
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 26 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 22 : 58 ]

อิอิ.......นั่นเป็นกลอุบายชักนำให้ท่านมาอยู่กับข้าน้อยกระมังท่านอิสฯ
เข้าเรื่อง....
ข้าไปวัดมา......เทศน์ประมาณว่า "โยมมาวัด...ต้องการสิ่งใด"
ข้าตอบไม่ได้อ่ะ........แค่รู้ว่า...อยากมาก็คืออยากมา...555
พวกท่านล่ะ.....ไปวัด....ต้องการสิ่งใด
โดย : ซาบู
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 26 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 23 : 3 ]

ข้าไปวัด เมื่อข้าอยากไปทำบุญตามเทศกาลต่างๆ เช่นวันเกิด ครบรอบวันตาย ไปงานศพ ไปปฏิบัติธรรม ไปเที่ยว ฯลฯ
ต้องการอะร
ต้องการทำบุญเพื่อความสบายใจ ต้องการความสุข สงบใจ ต้องการฟังพระเทศน์ เพื่อนำไปใช้ได้กะชีวิต
โดย : อิสตรีมาร
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 26 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 23 : 11 ]

แล้วท่านอื่นๆ ล่ะ....เข้าวัดต้องการสิ่งใด...
โดย : ซาบู
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 26 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 23 : 19 ]

แล้วท่านก็กล่าวมากว่า.......อย่าคาดหวังว่าสิ่งใดเมื่อมาวัด.....
ข้าคงจะประเภทบัวในตม.....สัปงก....
หนทางนิพพาน.......เชิญชี้นำทางให้ดูหน่อยจะได้ไหม
โดย : ซาบู
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 26 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 23 : 22 ]

อย่าคาดหวังสิ่งใด....เมื่อมาวัด
โดย : ซาบู
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 26 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 23 : 25 ]

ท่านซาบู นิพพานแค่เอื้อมเอง เริ่มจากศีล 5 ก่อนดีกว่ามั๊ย อะไรจะได้ง่ายเข้า
โดย : จอมยุทธ
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 27 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 0 : 30 ]

..ข้าเข้าวัดทำจิตให้สงบ นิพพานัง...
..ให้ซาบูนะ.....อืม แต่มันกระทู้ห่านนี่..
โดย : กายใจฯ
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 27 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 1 : 7 ]

ไปวัด ต้องการสิ่งใด
ข้าก็ ต้องการไปวัด อ่ะดิ
โดย : กู่ก่งก๊ง
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 27 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 1 : 40 ]

ข้าไปวัดก็เพราะข้าจำเป็นต้องเดินผ่านวัดนะสิ
ผ่านทุกวันซะด้วย

โดย : กาแคว
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 27 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 7 : 8 ]

ช่าวรังวัด เวลาไปวัด อย่าลืมสายวัด ห้ามใช้สายสิญจ์
โดย : วาสิน ไทยแท้
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 27 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 9 : 18 ]

ไปวัด
ไปทำบุญ
ไปแล้วจิตใจสงบ
ไปฟังเทศน์
โดย : ผีเสื้อ
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 27 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 11 : 26 ]

ข้าน้อยเข้าวัดไม่ได้อะ แค่เดินผ่านก็ร้อนแล้ว
โดย : โคว่จง
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 27 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 13 : 42 ]

หนูชอบไปวัดค่ะ...ไปฟังพระเทศน์...แล้วเอาคำเทศน์มาพิจารณา
ตัวเรา ว่าเราได้ทำความชั่วอะไรบ้างในแต่ละวัน เราได้ทำความดี
อะไรบ้าง อันไหนที่เรียกว่าความชั่ว ก็เลิกทำซะ หันมาทำแต่
ความดี เข้าวัดทำให้จิตใจเราผ่องใส เบิกบาน ได้ฝึกตนให้มี
สมาธิ สมาธิเกิดปัญญาเกิดค่ะ
โดย : เด็กหญิงอารมณ์ดี
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 27 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 14 : 51 ]

เพี้ยง
โดย : จอมยุทธกระบี่กุด
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 27 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 17 : 19 ]

ขอให้จอมยุทธกระบี่กุดได้โดนรักจากป........................ อิอิ
โดย : จอมยุทธเเอบรัก
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 27 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 19 : 25 ]

อาเม่ยมาคารวะท่านเด็กหญิงฯคะ
โดย : อาเม่ย
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 27 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 20 : 29 ]

ข้าขอเพิ่มเติมจากป้าอิสตรีมาร
พระพุทธองค์มรงตรัสไว้ว่า
"ภิกษุทั้งหลาย.......เรากล่าวเจตนา(เจตจำนง) ว่าเป็นตัวกรรม
บุคคลคิดแล้วจึงกระทำกรรมด้วยกาย วาจา ใจ"
กรรมนั้นจะให้ผลมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับเจตนาและความสามารถรับรู้ของสัตว์นั้นๆด้วยเพราะสัตว์เหล่านั้นเมื่อถูกกระทำมันจะจองเวรจนกว่าเราจะได้ชดใช้อย่างสาสม
การที่คนเราไปวัดแล้วต้องการสิ่งต่างๆนั้น เพราะธรรมชาติของคนเราจะไม่ยอมทำอะไร โดยที่ไม่มีผลตอบแทนเสมอ ฉะนั้นจึงมีศาสดาหลายท่านนำสวรรค์มาเป็นเครื่องจูงใจให้คนทำความดี
เพื่อเป็นทุนรอนไว้ให้เข้าถึงซึ่งความสุขที่แท้จริง
พระท่านก็เหมือเราละครับการที่ท่านจะละกิเลสนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย
เพราะทุกวันนี้คนไปพึ่งพาพระมากขึ้น และสิ่งยั่วยุต่างๆมันก็มาก
ขอให้ท่านเคารพในความเป็นพระผู้สืบทอดศาสนา ถึงแม้จะไม่นับถือในท่านเลยก็ตามที

โดย : อินทรีย์เดี่ยวทรนง
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 27 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 22 : 5 ]

...คารวะทุกท่านแวะมาเยี่ยม...มิมีความเห็นมากนักข้าเอง...ก็พยายามทำตามเพลงที่เขาร้อง....หายใจเข้าก็พุทโธ...หายใจออกก็พุทโธ...
โดย : กระบี่ดาวแดง
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 27 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 22 : 57 ]

อืม ข้ามันรู้น้อย....รับฟังทุกความเห็น...ครั้งก่อนเดินทางโดยไม่ศึกษาเส้นทาง จึงวนกลับมาที่เดิม ครานี้จึงศึกษาเส้นทางก่อนเดิน....ถามทางคนไปเรื่อย ๆ ถึงไม่ถึงก็คงรู้ผล...เมื่อไหร่ก็ไม่รู้อ่ะนะ
ขอบคุณทุกความเห็นจากทุกท่าน
สรุปนี้มันเป็นกระทู้ข้าหรือไงหว่า
โดย : ซาบู
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 28 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 17 : 18 ]

เออ..... นี่แหละกระทู้ของซา*
โดย : ห่นหิมาลัย
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 28 พ.ย. ปี 2005 [ เวลา 18 : 9 ]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com