Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ชุมนุมจอมยุทธ

แลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างสรรค์สังคม เปิดโลกทัศน์ จัดระบบความคิด สื่อสารกับชาวโลก

แวดวงจอมยุทธ ตำนานจอมยุทธฯ

ชุมนุมจอมยุทธ (1)
ไปหน้า >> 1 - 2 - 3 - 4 - 5 - 6 - 7 - 8 - 9 - 10

หัวข้อ :

เงาไม้...เงาน้ำ

เพลงเงาไม้
พ.ศ.2481
คำร้อง พระยาโกมารกุลมนตรี
ทำนอง ท่านผู้หญิงพวงร้อย สนิทวงศ์ อภัยวงศ์
แสง จันทร์วันนี้นวล คล้ายชวนให้ น้อง เที่ยว
จะให้ เลี้ยวไป แห่งไหน
ชล ใสดูในน้ำ เงาดำนั้นเงาได อ๋อ ไม้ริม ฝั่งชล

สวยแจ่ม (ฮัม) แสงเดือน (ฮัม)
หมู่ปลา เกลื่อนดู เป็นทิว หรรษ์รมย์ (ฮัม) ลมริ้ว (ฮัม)
จอดเรือ อาศัยเงา ไม้ ฝั่งชล
...............................................................................................
ระลึกหวนเงาไม้ที่ชายน้ำ
ระลึกย้ำเงาสวยยามรุ่งสาง
ระลึกย้อนเงารักร้างรางชาง
ระลึกจางเงาจากโอ้เงาใจ
ทิ้งเงาแสงเงาศิลป์ถิ่นภูเขา
ทิ้งเงาเจ้าเงาฝันวันฟ้าใส
ทิ้งเงาร้างเงาลาจำคลาไคล
ทิ้งเงาไม้เงาน้ำไว้น้ำเงา

โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 5 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 0 : 47 ]

เอ้อ....อ้า.... ท่านน้องโล้ว ไม่เคยฟังง่ะเพลงนี้ แหะๆๆ
โดย : อาอี้
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 5 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 0 : 53 ]

เพลงใหม่เกินไปเหรอเจ้ 2481 แล้วนา ยังไม่ถึงรุ่นเจ้อีกเหรอ
เพลงนี้เป็นประกอบภาพยนตร์เรื่อง ลูกทุ่ง เรืองเรือนแพก็มีเพลงนี้ ทันมั้ย เรือนแพน่ะ
ตอนหลังก็มีเอามาร้องกันเยอะแยะไปหมด อรวีก็ชนะประกวดสยามกลการด้วยเพลงนี้
และก็มีเพลงนี้อยู่ในชุดสุดยอดเพลงเก่าร้องใหม่ เยื่อไม้ ชุดที่ 6 ถ้าจำไม่ผิดชุด
ตรงท่อนแยก หรรษ์รมย์ ลมริ้ว ฟังยังไงก็นึกไปไม่ถึงคำหรรษ์รมย์คำนี้
เดี๋ยวรอท่านกาแควมาช่วยเจาะเบื้องหน้าเบื้องหลังดีกว่า เห็นท่านว่า มีแผ่น 78 อยู่เยอะ

โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 5 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 1 : 12 ]

เงาไม้ เงาน้ำ ลำนำเพลงหวาน
หมู่ดาวตระการ เดือนดวงโสภา
มองแมกเงาไม้ ชมน้ำมัจฉา
รำพันนานา เงาน้ำเจ้าเอย.....
คนที่คิดถึง รำพึงความหลัง
เงาไม้เปรียบดัง เงาคนจากไกล
หวนคิดติดที่ นทีรินไหล
เอื่อยเอื่อยเรื่อยไป คนใกล้จากจร
เรือล่องอ้อยอิ่ง เงานิ่งสิงขร
ใจเอยสั่นคลอน คิดถึงมิวาย
ดึกเอยดึกแล้ว นอนเถิดก่อนสาย
น้ำไม้พระพาย จะกล่อมเจ้านอน
โดย : อาอี้
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 5 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 1 : 21 ]



โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 5 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 1 : 25 ]

โฮๆๆๆๆ แว่บไปอ่านกระทู้ที่1000ทิบมาอ่ะ ทำไมเพลงนี้อายุมันน้อยนิดเดียวล่ะ น่าจะยุค2475นะ ยังเกิดทันอยู่ ก๊ากกกกกกกกก
โดย : อาอี้
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 5 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 1 : 31 ]

เงาคนเงาขอน สะท้อนเงาเขา
เงาใจสั่นเทา อยากเว้าอยากวอน
เงาคับเงาแค้น แสนเงาแสนงอน
เงาซุกเงาซ่อน เงาย้อนคืนเงา
แผนล่อผีเสื้อออกจากป่า
โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 5 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 1 : 34 ]

ข้าน้อยเกิดไม่ทันจริงๆอาจารย์
ไม่ได้แกล้ง
เลยไม่เคยฟังเลย
วันนี้ท่านอาจารย์อารมย์ดีเป็นพิเศษ
ศิษย์นึกแล้วว่าท่านอาจารย์ต้องแอบเข้ามาตอนดึกๆแน่
สงสัยจะต้องเรียกท่านอาจาย์ว่า
ผู้เฒ่าหลังเที่ยงคืนแล้ว
ใกล้ๆกันกับบัณฑิตหลังเที่ยงคืน
โดย : ลี้น้อยมีดบิ่น
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 5 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 1 : 47 ]

ขอเริ่มต้นว่า
กล่าวว่า ประเทศไทยมีนักแต่งเพลง ไทยสากลเป็นสตรีคนแรก เมื่อปี พ.ศ.2480 ใช้เป็นเพลงในภาพยนตร์เรื่องถ่านไฟเก่า ของบริษัทภาพ ยนตร์ไทย เพลงนั้นชื่อ บัวขาว ทำนองแต่งโดย ม.ล.
พวงร้อย สนิทวงศ์ (ต่อมาคือ ท่านผู้หญิงพวงร้อย อภัยวงศ์ ศิลปินแห่งชาติ) บทร้องโดย พระองค์เจ้า ภาณุพันธ์ยุคล รายนี้นับว่า ได้ตำแหน่งเป็นสตรีนักแต่งเพลงไทยสากล หมายเลข 1 ของไทย
วันนี้ได้ตอบคำถามที่ตั้งไว้เป็นหัวเรื่องแล้ว ว่าใครเป็นศิลปินไทยคนแรกที่แต่งเพลงไทยสากล จะเห็นได้ว่ามีคำตอบมากกว่าหนึ่ง ที่เป็นเช่นนี้เพราะตอบตามคำถามที่ต่างกัน สรุปก็คือ ถ้าคิดทำนองเป็นเอก ก็เป็นทูลกระหม่อมบริพัตร ถ้าคิดบทร้องเป็นเอก ก็ต้องท่านอาจารย์น้อย อาจาริยางกูร ถ้าคิดว่าแต่งทั้งเพลง (บทร้องและทำนอง) ก็เป็นพรานบูรพ์ ถ้าเป็นผู้หญิงคนแรก ก็ต้องเป็นท่านผู้หญิง พวงร้อย ถ้าเป็นเพลงภาพยนตร์ ก็เป็นขุนวิจิตร มาตรา
ส่วนเพลงเงาไม้ที่ท่านเฒ่าโล้วนำเสนอ
เป็นเพลงประกอบภาพยนต์เรื่องลูกทุ่งและเรื่องเรือนแพ
คุณนภา หวังในธรรมเป็นผู้ขับร้อง
ต่อมาก็มีอำหลายท่านเช่น คุณรัดเกล้า.คุณอรวี..ฯลฯ

โดย : กาแคว
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 5 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 1 : 49 ]

คัดมากจาก"ใครคือศิลปินเพลงไทยคนแรกที่แต่งเพลงไทยสากล"
ไม่ทราบนามผู้แต่ง
โดย : กาแคว
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 5 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 1 : 52 ]

เจ้าผีเสื้อป่า มาจากป่าไหน
ป่าปางมะผ้า หรือป่าแม่ใจ
บินมาไวไว น้องน้องเขาคอย
ผีเสื้อราตรี รอเหงารอหงอย
คลี่ปีกตะบอย ระทดระท้อ
ลี้น้อยมีดบิ่น เจ้าเห็นไหมหนอ
ผีเสื้อเมืองรอ ผีเสื้อป่าไกล
ไม่เล่นแระ ไปนอนดีก่า
โดย : อาอี้
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 5 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 1 : 53 ]

สรุปว่าเป็นคู่รักคู่หนึ่งที่พายเรือไปตามแม่น้ำ ภายใต้แสงจันทร์กระจ่างฟ้า มันคงสุดแสนจะโรแมนติกมากสำหรับคู่หนุ่มสาวที่ไม่ได้อยู่ในยุคไฟนีออน มือถือหรือยุคนักข่มขืนเกลื่อนเมืองอย่างพวกเรา (ขอเพ้อฝันหน่อยครับ)
โดย : กาแคว
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 5 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 2 : 7 ]

ขอบคุณทุกท่าน
ลี้น้อยขอเคารวะ
นับถือในความรอบรู้ของทุกท่าน
ท่านกาแคว ท่านอาจารย์เฒ่าโล้ว ท่านอาอี้
ข้าคิดไม่ผิด
ที่เลือกที่นี่เป็นบ้าน
เข้ามาทีไร อึ้งทุกที
โดย : ลี้น้อยมีดบิ่น
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 5 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 2 : 15 ]

เอาล่ะครับ
กำลังติดลมก็จะขอคัดข้อมูลมาให้ทราบในเรื่อง
ใครคือศิลปินเพลงไทยคนแรกที่แต่งเพลงไทยสากล
เรื่องของเพลงไทยสากล มีคำถามที่ถามกันอยู่เสมอๆ ว่า ใครคือคนแต่งเพลงไทยสากลคนแรกของเมืองไทย ท่านอดีตครูเพลงไทยสากล ศิลปินแห่งชาติสองท่านที่สิ้นชีพไปแล้ว คือ ครูสง่า อารัมภีร และ ครูสมาน กาญจนผลิน อธิบายไว้ตรงกับแนวคิดของคุณจำนง รังสิกุล บิดาแห่งโทรทัศน์ไทยว่า ‘เพลงจะเป็นเพลงได้ต้องมีทำนองเป็นสำคัญมาก่อน และต้องมีจังหวะ ถ้าจะให้ดีก็ต้องมีการประสานเสียง สามอย่างนี้ทำให้เกิดเป็นเพลงขึ้นอย่างสมบูรณ์’ การที่เพลงใด จะมีแต่บทร้องอย่างเดียวไม่มีทำนอง งานชิ้นนั้นจะเรียกว่าเพลงยังไม่ได้
ความหมายของคำว่าเพลงไทยสากล ซึ่งเป็นศัพท์บัญญัติขึ้นใหม่เมื่อราวปี พ.ศ.2482 สมัยที่ ฯพณฯ จอมพล ป.พิบูลสงครามขึ้นนั่งเก้าอี้เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 1 แต่ก็เป็นที่น่าแปลกใจว่า พจนานุกรมราชบัณฑิตยสถานฉบับปี พ.ศ.2542 ไม่ได้อธิบายความหมายไว้เลย
ดังนั้นจึงต้องรวบรวมความคิด แล้วให้คำจำกัดความว่า เพลงไทยสากล หมายถึง ‘เพลงของชาติไทยประเภทหนึ่ง ที่เราได้แบบฉบับมาจากเพลงอันเป็นที่นิยมของชาวโลกจำนวนมาก (สากล) ซึ่งลักษณะของเพลงนั้น เป็นที่นิยมแพร่หลายไปทั่วโลก’ และถ้าจะกล่าวให้แคบเข้า เพลงประเภทนี้เราได้แบบมาจากฝรั่ง คือคนในยุโรป และอเมริกาเป็นหมู่มากที่สร้างเพลงประเภทนี้ไว้ อีกอย่างหนึ่งเพลงต้นแบบ เหล่านั้น ต้องบรรเลงด้วยเครื่องดนตรีที่ฝรั่งสร้างขึ้นมาด้วยจึงจะเป็นเพลงแบบสากล ดังนั้นเพลงไทยสากลคือเพลงของไทยแบบฝรั่งที่บรรเลงด้วยเครื่องดนตรีของฝรั่ง
ก่อนยุคที่เราจะมีกฎหมายลิขสิทธิ์เพลง การเป็นเจ้าของเพลงจึง อยู่ที่คนแต่งทำนองเป็นสำคัญ และควรอยู่อันดับที่ 1 คนแต่งบทร้องเป็นอันดับ 2 ส่วนคนขับร้องเป็นผู้รับงานหรือรับจ้างมาทำหน้าที่ร้อง เช่นเดียวกับนักดนตรี ผู้ควบคุมวงดนตรี คนแยกเสียงประสาน คนบันทึกเสียง ก็จะมีความสำคัญเป็นลำดับรองๆ ลงมา ไม่ใช่เจ้าของเพลง เพราะได้รับค่าจ้างไปแล้ว
เนื่องจากเพลงไทยสากลมีกำเนิดมาก่อนกฎหมายลิขสิทธิ์ ความเป็นเจ้าของเพลงจึงตกอยู่กับคนแต่ง เมื่อค้นหาคนไทยคนแรกที่แต่งทำนองเพลงเพลงแบบฝรั่งได้มาแล้ว คนๆ นั้นจึงจะได้ตำแหน่ง ‘นักแต่งเพลงไทยสากลคนแรก’ ของไทย
โดย : กาแคว
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 5 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 7 : 35 ]

ด้วยแนวคิดว่าคนแต่งทำนองเพลง เป็นคนสำคัญที่ทำให้เกิดเพลง ขึ้นมานี้ คุณจำนง รังสิกุล เป็นคนแรกที่เขียนสรุปพิมพ์ลงหนังสือสตรีสาร ตั้งแต่สมัยที่ท่านเป็นผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ (ขาวดำ) ช่อง 4 บางขุนพรหม ว่า สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต พระราชโอรสในรัชกาลที่ 5 ที่ประสูติแต่ พระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี พระราชเทวี (ประสูติ พ.ศ.2424) ทรงเป็นศิลปินเพลงไทยคนแรก ที่แต่งเพลงสากลแบบฝรั่ง มีเพลงที่ท่านนิพนธ์ไว้สมัยรัชกาลที่ 5 และ 6 มากมาย เช่น เพลง Waltz ประชุมพล, Waltz เมขลา, Waltz โนรี, เพลงมาร์ชบริพัตร, เพลงจังหวะ Polka ชื่อ มณฑาทอง, เพลงสรรเสริญเสือป่า, เพลงมหาฤกษ์ทางฝรั่ง, เพลงโศกในจังหวะ Slow March ที่ใช้บรรเลงในกระบวนแห่พระบรมศพ และงานศพต่างๆ ฯลฯ ทุกเพลงบรรเลงด้วยแตรวง ขนาดใหญ่ เพลงพวกนี้ยังหาฟังได้ ทั้งจากแผ่นเสียงโบราณที่ฝรั่งเข้ามาบันทึกไว้ในสมัยรัชกาลที่ 5 และที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้บันทึกเก็บไว้ในห้อง สมุดดนตรีทูลกระหม่อมบริพัตร หอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี ถนนสามเสน กรุงเทพฯ เมื่อปี พ.ศ. 2524
โดย : กาแคว
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 5 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 7 : 36 ]

บรรดาครูเพลงไทยสากลทั้งหลาย ยอมรับข้อเสนอของคุณจำนง รังสิกุล แล้วก็พากันเผยแพร่ต่อไปว่าทูลกระหม่อมบริพัตรพระองค์นี้ ทรงเป็น พระบิดาแห่งเพลงไทยสากล เมื่อข่าวนี้ไปถึงพระกรรณของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศิริรัตนบุษบง พระธิดาองค์ใหญ่ของ ทูลกระหม่อม บริพัตร ก็มีรับสั่งว่า ‘ฉันไม่ชอบที่มายกย่องพ่อให้ เป็นบิดาของเพลงไทยสากล เป็นพ่อของฉันอย่างเดียวก็พอแล้ว ฉันไม่ต้องการมีน้องเป็นเพลงไทยสากลด้วย’ ผู้เขียนฟังแล้วก็กราบท่าน แล้วทูลว่า แม้จะไม่โปรดที่จะทรงรับคำยกย่องนี้ ก็ห้ามไม่ได้เสียแล้ว เพราะสมญาที่ประชาชนถวายการยกย่องนี้ เป็นมติมหาชน ก็เลยรับสั่งตอบว่า‘อ้อ ประชาธิปไตย’
โดย : กาแคว
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 5 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 7 : 37 ]

ก่อนหน้าคุณจำนง รังสิกุล จะพิมพ์บทความฉบับนั้น ก็มีผู้เขียนไว้หลายที่หลายทางต่างๆ กันไป พอจะยกตัวอย่างและสรุปไว้ให้เห็นเช่น
ข้อมูลที่ 1 กล่าวว่า เพลงไทยสากลที่ได้ผลิตออกมา แล้วแพร่ ขยายให้ประชาชนได้ฟังทั่วประเทศนั้น เริ่มโดยบริษัทภายนตร์ เสียงศรีกรุง เมื่อปี พ.ศ.2474 เรื่องหลงทาง นักแต่งเพลงมีสองคน คือ
เรือโทมานิต เสนะวีนิณ เป็นคนแต่งทำนอง ควบคุมวงดนตรี มี ขุนวิจิตรมาตรา (สง่า กาญจนาคพันธ์) เป็นคนแต่งเนื้อร้อง เพื่อเป็นเกียรติ แด่ท่านทั้งสองควรจะบันทึกว่า สองท่านนี้ เป็นนักแต่งเพลงไทยสากลสำหรับภาพยนตร์รายแรกของไทย แต่ปรากฏว่า ทุกเพลงในหนังเรื่องนี้ ได้ทำนองมาจากเพลงไทยเดิมของเก่า เช่น เพลงขึ้นพลับพลา, เพลงบังใบ, เพลงลาวเดินดง, เพลงเงี้ยว เป็นต้น บทร้องเท่านั้นที่เป็นของใหม่
โดย : กาแคว
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 5 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 7 : 38 ]

ข้อมูลที่ 2 กล่าวว่า พรานบูรพ์ หรือ จวงจันทร์ จันทรคณา
(เกิด พ.ศ.2444 ที่กรุงเทพ) เจ้าของ ผู้กำกับ แต่งบท แต่งเพลงทั้งบทร้องและทำนองอย่างฝรั่ง สำหรับคณะละครร้องจันทโรภาส ท่านเป็นนักแต่งเพลงไทยสากลคนไทยคนแรก ที่แต่งเพลงไทยสากล อย่างสมบูรณ์ คือ แต่งเองทั้งบทร้อง ทำนอง ทั้งยังมีบางเพลงที่ท่านขับร้องอัดแผ่นเสียงเองด้วย ละครร้องของท่านออกแสดงสด ตามโรงละครต่างๆ ในกรุงเทพฯก่อนจะออกไปต่างจังหวัด เพลงของท่านจึงเป็นลำนำชาวกรุงมาตั้งแต่ก่อนปี พ.ศ.2472 เพลงที่มีชื่อเสียง เช่น จันทร์เจ้าขา, ฝนสั่งฟ้า, ปลาสั่งน้ำ, ฉันรักเธอจริงๆ รวมแล้วมีอยู่มากเป็นร้อยเพลงขึ้นไป
โดย : กาแคว
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 5 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 7 : 38 ]

ข้อมูลที่ 3 กล่าวว่า เพลงไทยสากล ที่เกิดจากค่ายละครร้องนั้น พรานบูรพ์ ไม่ได้เป็นคนสร้างเพลงแบบนี้เป็นรายแรก รายแรกชื่อ ‘แม่แก้ว’ ชื่อจริงว่า ประวัติ โคจาริก (เกิด พ.ศ.2435 ที่กาญจนบุรี) เมื่อไปค้นวรรณกรรมบทละครร้องของท่าน เช่น เรื่องหลวงวิจารณ์ ไปนา (พ.ศ.2463) ก็พบว่าท่านแต่งบทร้องทุกเพลงเป็นกลอนสุภาพ เพลงส่วนมากที่ใช้ร้องเป็นทำนองเพลงไทยเดิมของเก่า แต่ที่ชื่อเพลง เหมือนจะไม่ใช่เพลงเดิมก็พอมีบ้างแต่ไม่รู้จักทำนอง เช่น เพลงยอด ยาใจ, สุดมนัส เป็นต้น และเข้าใจว่า วงดนตรีที่บรรเลงประกอบการร้อง เป็นวงดนตรีไทย ความที่แม่แก้ว จะเป็นคนแรกในเพลงไทยสากลคนแรกจากสายละครร้องก็เลยอ่อนไป จนกว่าจะได้พบโน้ตเพลง หรือแผ่นเสียงของท่าน เพื่อจะได้ฟังทำนองว่าเป็นสากลจริง ข้อมูลจึงอาจจะเปลี่ยนมาแทนพรานบูรพ์
โดย : กาแคว
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 5 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 7 : 40 ]

ข้อมูลที่ 4 กล่าวว่า คนไทยคนแรกที่แต่งบทร้อง ภาษาไทย ลงในทำนองเพลงของฝรั่ง มาตั้งแต่สมัยปลายรัชกาลที่ 4 หรือต้นรัชกาลที่ 5 คือท่านอาจารย์ น้อย อาจาริยางกูร ครูสอนภาษาไทยในพระบรมมหาราชวังสมัยรัชกาลที่ 5 เพลงนั้นชื่อว่าจอมราชจงเจริญ หรือสรรเสริญ พระบารมีไทย ทำนองฝรั่ง ทำนองเดียวกับเพลงชาติของอังกฤษ ชื่อว่า God Save the Queen ต้นฉบับ อาจารย์กิตติ ศรีเปารยะ บันทึกไว้ หาฟังได้ที่ห้องสมุดดนตรีสมเด็จพระเทพรัตน์ สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ทว่าท่านไม่ได้แต่งทำนอง จึงเป็นแต่ได้ชื่อว่า ท่านเป็น นักแต่งบทร้องเพลงไทยสากลคนแรกของเมืองไทย
ข้อมูลจาก GM2000
โดย : กาแคว
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 5 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 7 : 43 ]

ผีเสื้อป่า ล้าปีก จวนฉีกขาด
น้ำเงาวาดในห้วง ที่ห่วงหา
จำใจจาก นานแล้ว..แก้วกานดา
อยากซบหน้า..ร่ำไห้ ชายฝั่งชล
โดย : กู่ก่งก๊ง
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 5 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 8 : 5 ]

....มาแบบคนชอบเพลงเก่าครับ.....
โดย : กายใจฯ
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 5 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 8 : 22 ]

มาตามอ่านค่ะ..(เกิดไม่ทัน)

ขอบคุณท่านผู้เฒ่าทั้งหลายที่ให้ความรู้

โดย : หลงเงาจันทร์
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 5 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 8 : 42 ]

แว่วเสียงเรียก เพรียกร้อง ก้องหุบผา
ตื่นผวา ร้องตอบ ตามวิสัย
ตะโกนกู่ กึกก้องร้องออกไป
แต่แล้วใย สำเนียงหาย กับสายลม
ทรุด..กาย ปีก สะอื้นสั่น พรั่นในอก
เสียงวิหค เงียบหาย คล้ายไม่สม
หรือปีกขาว ร้าวรวด ปวดระบม
ฝากสายลม โอบกอดแทนข้าที

โดย : ผีเสื้อไพร
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 5 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 9 : 22 ]

ท่านปู่ค้า
2481 หนูยังเป็นวุ้นอยู่เลยค้า
แต่เนื้อหาดีนะค้า...เพราะจัง
ไม่เหมือนสมัยเนี้ย
......โย่ว....โย่ว....
อะอ้า...อ้า...อ้า....อ้า..โย้ว...โย่ว
เย้....เห้....แย้....แย่....อะ..โย่วโย่ว

...................

โดย : เด็กหญิงอารมณ์ดี
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 5 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 10 : 31 ]

ระลึกถึงเงาไม้ ครั้งกระโน้น
เคยกระโจน เงาหาย ว่ายน้ำไหล
เงาเย็นโอบอุ้มร่าง ล้างหัวใจ
แล้วนี่เงา ของใคร..มาเล่น...คำ
เงาศิลป์ไร้ สิ้นเงาใส ใยท่านรู้
เงาใจอยู่ เฝ้าเงาใส ช่างน่าขำ
เงาจากไกล ไกลเงา เหมือนใจดำ
ได้ยินคำ "น้ำเงา" เงาศิลป์..ตรม

โดย : ผีเสื้อไพร
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 5 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 10 : 49 ]

มาแถม ข้อมูล มาจากความทรงจำ ไม่สามารถอ้างได้ ว่า อ่านพบมาจากไหน? ถ้า ใครมีข้อมูล ที่ขัดแย้งก็เชิญทักท้วงได้
ครู สง่า อารัมภีร์ (แจ๋ว วรจักร)
เป็นผู้นำ ทำนองไทยเดิม โบราณ ระหว่าง เพลง "เขมรไทรโยค"
มารวมกัน กับทำนอง "ลาวดวงเดิอน"
ได้เป็นเพลงใหม่ชื่อ "น้ำตาแสงใต้" โดจ ครู มงคล อมาตกุล เป็นผู้เขียนคำร้อง เนื่อเพลงมีว่า
"นวลเจ้าพี่เอย ยามน้องเอ่ยล้ำคำครวญ ถ้อยคำ
ดังเหมือนจะชวน ใจพี่ป่วน ครวญครำอาลัย"
น้ำตาอาบแก้ม ดังแซมเกล็ดเพชรไสว วาววับ จับหัวใจ
เคล้าแสงใต้ งามจับตา
นวลแสงเพชร เกล็ดแก้ว อันล้ำค่า ยามเมื่อแสงไฟส่องมา
ขอโทษ ด้วย ความจำขาดตอน ใครช่วยต่อทีครับ
ไม่ต้อง ลาอผีเสื้อหรอก ผมเฉลยเลย ก็ได้ ผมเกิด 1960 บวก อีก 543
ตามสไตล์ ที่ควรรู้ หักกลบ ถอดรหัส ได้ โค๊ด 45 เป็นรุ่น สับสน ไม่รู้ จะขึ้นบน ลงล่างดี แบบว่า ต่อยุค อ่ะ
โดย : วาสิน ไทยแท้
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 5 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 10 : 50 ]

เพื่อนหลายต่อหลายคนมาคุยกับผู้เล่าถึงเรื่องเพลงที่เรียกว่าไทยสากลสมัยใหม่ ว่าแย่ คือแต่งกันเปรอะอย่างที่สถานีวิทยุต่าง ๆ ไม่น่าจะเอามาส่งให้หนวกหูชาวบ้าน ก็เอามาส่งได้ส่งดี บางแห่งส่งตั้งแต่ยังไม่ลืมตา บางแห่งก็ส่งไปจนสองยาม แสนที่จะหนวกหูรำคาญหูเป็นที่สุดแล้ว ถ้าแต่งเพราะ ๆ ก็ยังจะพอฟัง แต่นี่มันตรงกันข้าม ประชาชนพลเมืองฟังแต่เพลงอย่างนี้กรอกหูอยู่เสมอ มันก็เสื่อมไปหมดทุกสิ่งทุกอย่าง เขาพูดเหมือนกับเป็นเสียงเดียวกันถึงเรื่องเพลงหนวกหูพวกนี้ ซึ่งถ้าจะแยกออกก็ได้ดังนี้ คำร้องเดี่ยวบ้างคู่บ้าง หยาบโลนลามกโต้ตอบกัน เลวและต่ำทรามพวกหนึ่ง เนื้อร้องเป็นเชิงว่ากันโต้เถียงกันอย่างไพร่ ๆ กุ๊ย ๆ ซึ่งไม่ใช่เป็นของสำหรับมาแต่งเป็นเพลงร้องเล่นพวกหนึ่ง เนื้อร้องเลอะเทอะ จับโน่นมายัด จับนี่มาใส่ สัพเพเหระเหมือนกองขยะมูลฝอยไม่ได้ความอะไรสักอย่างอีกพวกหนึ่ง รวมเป็น ๓ พวก ที่เขาเอือมระอาเต็มทน เขาว่าเนื้อร้องเพลงหนวกหูพวกนี้ทำให้ผู้ชายก็ทะลึ่ง ผู้หญิงก็ทะเล้น ไม่สุภาพเรียบร้อยเลย เขาบ่นออดอย่างนี้ ผู้เล่าก็ได้แต่ฟัง สมัยนี้ชอบแต่งกันอย่างนี้ก็ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไร (ที่เพื่อน ๆ พูดว่าอย่างนี้ก็คงเป็นด้วยเขาเห็นว่า ผู้เล่าก็เป็นคนชอบแต่งเพลงคนหนึ่ง จึงปรารภให้ฟัง) ว่าถึงหนวกหู ถ้าผู้มีเครื่องรับวิทยุที่ไม่หนวกหู เปิดเครื่องเบา ๆ เกรงใจชาวบ้านที่เขาหนวกหูบ้างก็เห็นจะไม่เป็นไร และสถานีที่จะส่งช่วยพิถีพิถัน เพลงที่จะส่งให้มาก ๆ หน่อยก็คงจะเบาบางไปได้ ส่วนผู้แต่งเพลงนั้นก็พยายามพิถีพิถันการแต่งเข้า อย่าให้มันต่ำนัก คิดเสียว่าคนฟังไม่มีแต่พวกกุ๊ยสะพานเหล็ก เด็กหน้าโรงหนัง และคนตามห้องแถวตรอกซอยโสมมที่ชอบฟังเพลงอย่างนี้เท่านั้น ยังมีคนตามบ้านตามตึกใหญ่น้อยต่าง ๆ อีกมากนัก ยิ่งถ้าผู้แต่งจะแต่งด้วยความรู้จริง ๆ คือรู้คำต่าง ๆ รู้ทางขับร้อง รู้ลักษณะลีลาของทำนอง รู้ภาษาพูด ภาษาหนังสือ รู้วางระเบียบกลอน คิดความให้เข้ากับลักษณะของทำนอง วางคำให้เข้ากับความ ให้เสียงของคำกินกับตัวโน้ตให้ใกล้ที่สุดที่จะใกล้ได้ ให้ความและคำซึ้งเป็นวรรณคดีซ่อนความหมายให้สูงทิ้งให้คนฟังคิด ไม่ใช่สักแต่ว่าอ่านหนังสือออกเขียนหนังสือได้ รู้จักขีด ๆ เขียน ๆ งู ๆ ปลา ๆ อยากจะมีชื่อว่าเป็นนักแต่งเพลงกับเขาบ้างก็แต่ง เปะปะเพ่นพ่านจับแพะชนแกะ กล้อมแกล้มส่งเดชพอให้ร้องไปได้อย่างนี้ เพลงก็จะไม่หนวกหูอย่างที่เขาเอือมระอากัน
อันที่จริง เพลงก็ไม่ใช่ว่าจะต้องเป็นคำสอน อย่างที่เอาคำพระมาใส่สอนคนมันก็ไม่ถูก เพราะขึ้นชื่อว่าเพลงแล้วเป็นของสนุก เป็นคนละทางกับพระ เพลงต้องไปทางโลก ทางสวยงาม ทางสังวาสเกี้ยวพาราสี แต่ว่าให้รู้จักแต่ง รู้จักทำ ทำให้มันเป็นทะลึ่งก็ได้ ผู้เล่าเองก็เคยแต่งเพลงทะลึ่ง และดูเหมือนจะทะลึ่งมาก่อนใคร ๆ เสียด้วยซ้ำ คิดปฏิวัติเนื้อร้องทำเป็นเพลงใหม่อย่างที่มาเรียกกันว่า “เพลงไทยสากล”นี้แหละ แต่งให้มันเป็นฉัน ๆ เธอ ๆ แบบดูเล่น อย่างที่เราแต่งกันทุกวันนี้ ลองยกตัวอย่างความทะลึ่งมาให้ดูก็ได้
เพลง “ฉันหาหวานใจ”

๑. หวานตาพอหาได้ แต่หวานใจฉันไม่มี
ตาหวานเจอทุกที ใจหวานซีไม่เจอ
พบเข้าเขามอง พอจ้องเขาเมิน
หวานตาชั่วตาเพลิน แต่หวานใจไม่เจอ
๒. ฉันมองหาหวานใจ ไม่รักใคร่อย่ามองมา
สงสารจงชายตา ให้เห็นท่าในเธอ
เมื่อชอบก็มอง คราวจ้องอย่าเมิน
ขืนมองใจอื่นเพลิน ทำฉันกลุ้มนะเธอ

เห็นไหม --- เห็นความทะลึ่งไหม ------- ขอมาจะลงมาอ่านอีก
จากหนังสือ “ยุคเพลงหนังและละครในอดีต” โดย กาญจนาคพันธุ์ (สำนักพิมพ์เรืองศิลป์ พ.ศ. ๒๕๑๘) หน้า ๑๔๐ - ๑๖๓
โดย : กาแคว
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 5 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 13 : 36 ]

เจ้าผีเสื้อเอย
สองวัย
โอ่โอเจ้าผีเสื้อเอย ก่อนเคยถลาเล่นลม
แทรกแซมแกมพันธุ์ไม้ชวนชม
หนอลมพาเจ้าไปแห่งใด (ซ้ำ)
ใครเล่าใจร้ายบึ้งตึง
เด็ดดึงฉีกถึงปีกงาม (ซ้ำ)
ข้าอยากจะถาม ใครนะทำเจ้าเอย (ซ้ำ)
คิดถึงน้าต้อม"กิตติพงศ์ ขันธกาญจน์" จัง
ขอขอบคุณดวงวิญญาณน้าต้อม ที่ทิ้งเพลงสวยๆ ไว้ให้
.......................................................................
ผีเสื้อไพรเอย......
ปีกอ่อนบางใสไร้สีสัน
ผ่านเขาผ่านป่ามานานวัน
ปีกนั้นแต้มแต่งริ้วรอย
บังเกิดลวดลายสายรุ้ง
พาดพุ่งคุ้งโค้งโก่งหอย
ปีกบางเคลือบน้ำตาดอย
เหินลอยข้ามฟ้าข้ามทะเล
แสงตะวันยอนตา ผ่านปีกผีเสื้อป่าตัวงาม
ภาพผีเสื้อเลอะเลือน พร่ามัว ประกายแสงเงาศิลป์งามนัก
ส่งให้คงรับ คงรู้ คงเก้ว คงขวด คงจอก คงป้าน
หวังว่าไม่ได้ทักทายผิด
คลื่นลมแรงนัก ถนอมปีกที่เปี่ยมเรื่องราวด้วย
โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 5 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 13 : 42 ]

เจ้อาอี้ แผนข้าแจ๋วมั้ย
ได้ผีเสื้อมาทั้งพ่อทั้งลูกเลย
กำไรงามดีจริง
โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 5 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 13 : 44 ]

เชิญห้องดับจิตท่านเฒ่าโล้ว...รอนะ
โดย : กาแคว
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 5 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 13 : 49 ]

“เธอใกล้หรือไกล”

๑. กระต่ายกับดวงจันทร์ ย่อมไกลกันจริงนะเธอ
แต่แล้วก็เออ ฉันกับตัวเธอใกล้ฤาไกล
ดูน่าอัศจรรย์ บ้านอยู่ไกลกันเป็นไหน ๆ
แต่ฉันอย่างไร จึงมาใกล้ใกล้กันกับเธอ
๒. เธออยู่แห่งไร ตาลอดไปถึงตัวเธอ
ยามมองต้องเจอ นี่จะว่าเธอใกล้ฤาไกล
ยามทำเพลงคนึง ได้ยินถึงเธอใช่ไหม
เสียงร้องอะไร ก็เป็นได้ยินไปถึงเธอ
๓. ใจมีเท่าไร ก็ส่งไปถึงตัวเธอ
ทำให้ฉันละเมอ ว่านี่ตัวเธอใกล้ฤาไกล
อะไรอะไรก็ถึง แต่อย่างหนึ่งฉันสงสัย
ตัวฉันเมื่อไร จึงจะได้เข้าไปถึงเธอ
นี่ก็ทะลึ่งไม่ใช่เล่นเหมือนกัน ใครลองเอาไปร้องเข้าซึ ผู้หญิงค้อนขวับ ๆ สองสามวง นี่แหละถึงว่าผู้เล่าก็ทะลึ่ง ไม่ใช่ว่าไม่ทะลึ่ง แต่ว่าทะลึ่งผิดกับทะลึ่งกันในสมัยนี้เท่านั้น ลองอีกเพลงก็ได้ เพลง “พบเธอแล้ว” ฟังแต่ชื่อก็กวน ------
มะมีใครขอ
ข้าก็อยากมาลง
โดย : กาแคว
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 5 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 14 : 2 ]

กำลังจะขอบคุณผีเสื้อป่าแห่งปางมะผ้าแต่ถูกขัดจังหวะเสียก่อนได้
รบกวนท่านนักแล้ว
คารวะๆ
โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 5 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 14 : 4 ]

เพลง “พบเธอแล้ว”
๑. เมืองของฉันนั้นต่อค่ำจันทร์จึงแจ่ม
เมืองของฉันต่อค่ำจันทร์จึงขึ้น
แต่เพียงเท่านั้นฉันเมามึน
ติดเนื้อต้องใจไปจนกลางวัน
มาเมืองนี้พระจันทร์
ขึ้นทั้งวันทั้งคืน
ชวนฉันชื่น
ทั้งเมาทั้งมึนกลางคืนกลางวัน
เมืองของฉันนั้นต่อสิ้นวันจึงปลื้ม
มาเมืองสวรรค์ฉันเลยลืม
มันแช่มมันชื่นทั้งคืนทั้งวัน

๒. ในฟ้าเขียวฉันเคยไปเที่ยวทุกแห่ง
ในน้ำเขียวฉันเคยไปเที่ยวทุกถิ่น
ไม่ว่าที่ไหนไหนในดิน
ทั้งใกล้ทั้งไกลเคยไปหมดครัน
ดูใครหาเทียมทัน
เพลินเหมือนจันทร์ดังเธอ
งามเลิศเลอ
ละออสำอางทุกอย่างไปเทียว
ในฟ้าเขียวฉันเคยไปเที่ยวทุกแห่ง
ในน้ำเขียวฉันเคยไปเที่ยวทุกถิ่น
ไม่ว่าที่ไหนไหนในดิน
มามุ่นละเมอแต่เธอคนเดียว.
เพลงทะลึ่งดังกล่าวนี้ แต่งเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๙ ไม่ใช่เพิ่งจะมาแต่งเห็นเป็นของใหม่เกรียวกราวอยู่ในเวลานี้ ผู้ร้องเหล่านี้คือจำรัส สุวคนธ์ นักร้องเสียงเทเนอร์แท้ ไม่ใช่ร้องแขม่วท้องเสียงแหงว ๆ เหมือนลูกแมวอย่างที่เพื่อน ๆ ผู้เล่าเขารำคาญหู ผู้แต่งทำนองคือนาถ ถาวรบุตร ซึ่งแต่งถูกหลักสากลแท้ และเข้าใจแปลงเสียงให้มาข้างไทย ฟังเป็นฝรั่งแกมไทยเก๋ ๆ การแต่ง แต่งทำนองก่อนให้เป็นไปตามลักษณะของ melody อย่างหนึ่งทีเดียว แล้วผู้เล่าจึงมาคิดความคิดคำใส่ให้เข้าไปตามทำนอง เรื่องแต่งเพลงไทยที่เรียกว่าสากลหรือไทยสากลนี้ มีเวลาจะเล่าภายหลัง

โดย : กาแคว
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 5 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 14 : 5 ]

ขออภัยทั้งหมดคัดลอกมาจาก
จากหนังสือ “ยุคเพลงหนังและละครในอดีต” โดย กาญจนาคพันธุ์ (สำนักพิมพ์เรืองศิลป์ พ.ศ. ๒๕๑๘) หน้า ๑๔๐ - ๑๖๓
โดย : กาแคว
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 5 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 14 : 7 ]

ท่านอาจารย์เฒ่า...
วิชาล่อผีเสิ้อออกจากรังของท่านช่างแยลยล ล้ำลึกนัก
ข้าแอบเห็น ผีเสื้อปีกเปื่อยตัวนั้น สั่นสะทกสะเทือน ด้วยมิหมายว่า
จะถูกค้นพบถึงถิ่นฐาน ที่พักรักษาปีกกายอันบาดเจ็บ
ต่อแต่นี้...มันคงแหงนมองฟ้า รอคอย
ด้วยมิรู้ว่า เมื่อใด จะได้สบัดปีก หวนคืนป่าไพรที่ผูกพันนั้นอีกสักครั้ง
ถ้าท่านรู้จักนกเขาไพรตัวนั้น
ฝากบอกด้วยว่า..รักษาตัว รักษาครอบครัวให้ดีๆ
น้องผีเสื้อตัวนี้ ไม่อาจไปดูแลอยู่ใกล้ๆ แต่เชื่อมั่นเสมอว่า
สักวันหนึ่ง...สายน้ำจะบรรจบ
จากภูเขาถึงทะเล
โดย : กู่ก่งก๊ง
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 5 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 14 : 59 ]

อิ่มข้อมูล
อิ่มใจ
โอบเงา โอบขวัญ ถึงวันสวย
โอบใจด้วย วันคืนเก่า เฝ้าฝั่งฝัน
เก็บเงาร้อย คล้อยเงารัก ชักชวนกัน
หล่อใจมั่น วันเงาศิลป์ บินถึงภู
....
โดย : อิสตรีมาร
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 5 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 18 : 54 ]

ฝากเพลงถึงคนเก่า..ที่ชอบเพลงเก่าๆ
ครวญ
สุเทพ วงศ์กำแหง
เมื่ออยู่ริมฝั่งชล ฉันยลทุกยามเย็น
พักในร่มเงาไม้เอน ฉันมองเห็นนกบินกลับรัง
ตะวันใกล้จะลับแล้ว เห็นเรือแจวอยู่ริมฝั่ง
เฝ้าแต่ครวญแต่ครวญหาน้ำตาหลั่ง จึงร้องสั่งอาลัย
**เฝ้าแต่ครวญสั่งคำ แม้เรือ ลอยลำไป
พบคนที่เคยซึ้งใจ ขอเรือนำเธอมาให้ที
ตะวันเมื่อจมแผ่นน้ำ สายชลงาม ดั่งกำมะหยี่
โอ้ว่าดาว ว่าดาวดวงนี้ แสงพลันริบหรี่ คงริบหรี่เช่นเรา
ทันสมัยกว่า "เงาไม้" มาอีกหน่อยนึง (หรือเปล่า)
แต่เนื้อความ งามตา เย็นใจ เช่นกัน
การวะ..
โดย : อิสตรีมาร
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 5 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 19 : 0 ]

คารวะ
ไม่ใช่ การวะ อะไร (วะ) จ๊ะ นึกว่าพิมพ์ถูก อ่านทวนแล้วนะเนี่ย
ท่านเจ้าบ้าน
ในช่องเนี๊ยะ ทำไมตัวหนังสือมันเล็กจัง
สาวไฮวิชั่นอย่างข้า มองมะค่อยเห็นเลย
อ้อ..ลืมใส่แว่นตา อ่ะ
โดย : อิสตรีมาร
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 5 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 19 : 4 ]

โอบเงา โอบขวัญ ถึงวันสวย
โอบใจด้วย วันคืนเก่า เฝ้าฝั่งฝัน
เก็บเงาร้อย คล้อยเงารัก ชักชวนกัน
หล่อใจมั่น วันเงาศิลป์ บินถึงภู

โดย : ผีเสื้อไพร
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 5 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 19 : 18 ]

แม่ผีเสื้อไพร
รีบบินไปเข้าแดนสนทนาล่ะสิ
ท่านเสียงเพลงมาเรียกเย้ว เย้ว
ไม่มีเวลามาคุย แถมมาก๊อบของเค้าอีก ฟ้องเรียกค่าลิขสิทธิ์ดีมะเนี่ย
โดย : อิสตรีมาร
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 5 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 19 : 46 ]


โอ๊ะโอ๋ โอ๊ะโอ๋....
ข้าไม่ไป กลัวเป็นลม
คุยไม่ทันวัยรุ่น
ชะอุ๊ย......ข้ามาตอบแทนแม่ผีเสื้อไพรได้ไงเนี่ย
ท่านป้านะท่านป้า....ทำข้าเผลอตัว
ฮึ ฮิ ฮะ ฮุ
โดย : กู่ก่งก๊ง
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 5 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 19 : 58 ]

ต้องคุยกะวัยเดียวกัน ตอนราตรี
โห ข้าไม่ได้ร่วมสังคายนาเลยนะเนี่ย
โดย : อิสตรีมาร
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 5 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 20 : 28 ]

ข้าก็อป มาฝากก็ไม่ได้
ถึงได้ก็ไม่สนุก เท่าลงไปคลุกด้วยตัวเอง
ขำกลิ้งไปหลายตระหลบ กว่าจะคลานขึ้นเตียง
ท่านป้า...สมาชิกแปลกหน้า ในห้องก็มากหลาย
ไม่ใช่เฉพาะที่มาตั้งกระทู้นะ เร็ว....รีบเบียดเข้ามาเร็ว

โดย : กู่ก่งก๊ง
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 5 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 20 : 37 ]

มีช่องให้ข้าเท่ารูหนู
เห็นหุ่นอันผอมพี จารู้ว่าตัวนิ๊ดดดดเดียว
เชิญตายสบามเหอะ ข้ามัน....เฮ้อ
โดย : อิสตรีมาร
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 5 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 20 : 44 ]

ท่านพี่วาสิน
เห็นพี่ร้องค้างไว้ หนูรีบยึดไมค์มาร้องต่อเลย ช่วยฟังหน่อยนะ
น้ำตาแสงไต้
สง่า อารัมภีร์
นวลเจ้าพี่เอย คำน้องเอ่ยล้ำคร่ำครวญ
ถ้อยคำ เหมือน จะชวน ใจ พี่ หวล ครวญคร่ำอาลัย
น้ำ ตา อาบแก้ม เพียงแซม ด้วยเพชร ไสว
แวววับ จับหัวใจ เคล้าแสงไต้ งามจับตา นวล แสงเพชร
เกล็ดแก้ว อันล้ำค่า ครา เมื่อต้องแสง ไฟส่องมา
แวววาวชวนชื่นชม
น้ำ ตา แสงไต้ ดื่มใจ พี่ร้าวระบม ไม่อยาก พรากขวัญ ภิรมย์
จำ ใจ ข่ม ใจไปจากนวล นวล เจ้าพี่เอย นวล เจ้าพี่เอย
เพลงนี้ เคยมีแสดงแทรกในละครเวที เรื่อง พระยาพิชัยดาบหัก
หรืออะไรจำไม่ได้ (เกือบแก่..แค่นั้น)
น้ำตาคนดู อย่างอิสตรีมาร ก็ไหลพราก สะอื้นเสียงดัง
แถมสั่งขี้มูกพรื่ด...
สงสัยอยู่นิดนึง น้ำตานางไหล เหตุไฉนจึง
"แวววับ จับหัวใจ เคล้าแสงไต้ งามจับตา"
โดย : อิสตรีมาร
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 5 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 21 : 17 ]

ผีเสื้อไพรเอย....
จะเป็นครูคนทั้งชาติแม้ไม่ยาก
แต่หากจะให้เป็นครูของคนบางคนไม่ก็ไม่ง่ายแล้ว
ข้าเฒ่าชำรุดเร่ร่อน รอนแรมโดดเดี่ยว ด้วยกระบี่เก่าๆ เพียงเล่มเดียว มิค่าควรแก่การสอนสังฆราชให้ว่ายน้ำ
เสียใจที่มิได้รู้จักนกเขาไพรผู้นั้น เสียดายที่มิได้พานพบ6ศิลปินก่อนหน้านี้
คนชายแดนไกลผู้ไกลคน ได้อาศัยแค่โลกเสมือน ออกล่าฝันถึงวันสดสวย เหมือนหลายๆ ชีวิตที่คิดตรงกัน
บิน บิน บิน บินไป
บินไป บินไป เหมือนใจนี้
เสียงดนตรีบรรเลงร้องเพลงดิ้น
แม้จะเจ็บ ปวดช้ำน้ำตาริน
ปีกยังบิน ตายังจ้องมองทาง
หยิบบางท่อนของน้าหงามาฝาก กลัวน้องป้าอิสฯจะคิดบัญชีลิขสิทธิ์ต้องรีบอ้างเลย

โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 5 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 22 : 9 ]

ไหน ไหน? จะรื้อ จะขุดกันแล้ว
ต้องอ้าง ถึง "มณี มณีวรรณ" กับใคร หนา อดุลย์ กรีน ใช่ป่ะ
จุดเทียนเวียนวน เรามาสองคน วนเอ๋ยวนเวียน
จุดเทียน เวียนวน เรามาหลายคนวนเอ๋ยวนเวียน
ลมพัด สะบัดเปลี่ยน เรามาจุดเทียน เวียนเอ๋ยเวียนวน
ถึงสองแง่ สามง่าม ก็คลาสสิค
เออ นี่ข้า "ชอบของขม ชมเด็กสาว เล่าความหลัง" ไปเสียแล้วเหรอ?
ต้องโทษตาเฒ่า แล้วล่ะ ที่ทำให้ ข้าฯ เฒ่าตาม
โดย : วาสิน ไทยแท้
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 5 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 22 : 22 ]

น้องมีรถอยู่ 1 คัน...แหมมันรวนทุกวันเพราะเครื่องไม่ดี...
ชะอุ๊ย
น้องอิสฯ เกิดไม่ทัน ไม่รู้จักเลยนะเนี่ย..อิ อิ
โดย : อิสตรีมาร
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 5 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 22 : 25 ]

ช่วยท่านวาสินแก้โจทย์ น้ำตาแสงไต้
ตอบน้องป้อิสฯก่อนละกัน ง่ายหน่อย
เพลงนี้เป็นเพลงประกอบละครเรื่องพันท้ายนรสิงห์ ของละครเวทีคณะศิวารมณ์ แสดงที่ศาลาเฉลิมกรุง เมื่อเร็วๆ นี้เอง คือประมาณปลายปี 2487 ใช่ สองสี่แปดเจ็ด อ่านไม่ผิดหรอก
จับเอาตอนเจ้าสิน พระเอกของเรื่อง หรือพันท้ายนรสิงห์นั่นแหละ คืนก่อนที่จะไปประกอบวีรกรรมจนเลื่องชื่อในวันรุ่งขึ้น
คณะผู้จัด ผู้กำกับ ก็เลยคิดหาเพลงที่มันมากระชากใจคนดูให้ได้ ในคืนที่ต้องร่ำลา นวล เมียรักไปประกอบหน้าที่
สมัยพระเจ้าเสือ คงไม่ต้องหาไฟฟ้า ยามราตรีก็คงได้อาศัยแสงจัทร์แสงดาว กับจากคบจากไต้ บางที่เขาก็เรียกขี้ไต้
แสงจากขี้ไต้จะไม่นิ่งเหมือนไฟฉาย มีการปะทุตัวเองตลอดเวลา เปลวจะวูบวาบๆ
ลองหลับตาแล้วจินตนาการตามดู (เอ แล้วจะอ่านอย่างไร) ในยามราตรีที่มืดมิด สงัดด้วยสำเนียงใด คงเหลือไว้แต่ภาพ นวล เหลืองนวลในแสงไต้ กับเสียงสะอื้นไห้ของนาง
พรากน้ำตาเหนือร่องแก้ม เล่นล้อวูบวับวูบวับกับแสงไต้ ต่างอะไรกับเพชรวาววับ ที่เล่นล้อแสงตะวันยามอัสดง
หากเป็นละครเวทีในสมัยน้องป้าอิสฯทันดู คงเป็นยุคที่พิศาล อัครเศรณี แสดงเป็นพระเอกสลับกับศรัณญู วงศ์กระจ่าง เอ? หรือทันดูสุรสิทธิ์ สัตยวงศ์ พระเอกสุภาพบุรุษเสือไทย แสดง
คงหายข้องใจนะป้าอิสฯนะ
อ้อ แล้วอย่าลืม แสงไต้ ไม่ใช่ แสงใต้

โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 5 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 22 : 31 ]

คารแวะมาขอบคุณท่านพี่
ดูดู๋ ยังจำชื่อผิดอีกนะเนี่ย น่าอายจริง
ช่ายเลย พันท้ายนรสิงห์ ดั๊น ไปบอกเป็นพระยาพิชัยดาบหัก
เห็นมะ คบเด็ก สร้างบ้าน คบคนแก่ สร้างเมือง ได้เรื่องยังงี้..เซ่...
อิ อิ
คารวะงามๆ 3 ครั้งเลย
แต่ไงก็เหอะ คนร้องไห้ น้ำตาไหลพราก ยังมาบอกว่าน้ำตางามได้จะได๋
ไม่ได้สงสัยจริงจังหรอกท่านพี่ เพียงแต่ค้านในใจอ่ะ
เห็นท่านคุยเรื่องน้าหงา นึกถึงเพลง จากภูผา..ถึงทะเล
งัดเอามาฟังพอได้บรรยากาศ
ซึ้งแทนแม่ผีเสื้อไพรอ่ะท่าน...
อยากจะคิดถึงใคร แบบได้บรรยากาศแบบนี้มั่งอ่ะ แต่...มะมี อิ อิ

โดย : อิสตรีมาร
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 5 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 22 : 43 ]

ขอลาท่านพี่ไปนิทราละ ตามประสาเด็กกะลังกิน กะลังนอน
เชิญท่านพี่กล่าวถ้อยไปก่อน พรุ่งนี้ อี่น้อง ค่อยเปิดดู
ขอบคุณหลายๆ (ต่าย อรทัย)
โดย : อิสตรีมาร
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 5 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 22 : 46 ]

อย่าเพิ่งๆ ใจเย็นๆ มณี มานีวรรณไว้ก่อน แสงไต้ยังไม่ไปไหนเลย จะชวนจุดเทียนอีกซะแล้ว
น้ำตาแสงไต้ แต่งทำนองโดย ครูสง่า อารัมภีร์ ส่วนเนื้อเพลงนั้น ขอยืนยันว่า เป็นฝีมือการประพันธ์ของครูมารุต และครูเนรมิต เศรษฐีตุ๊กตาทองคนนั้น
เรื่องราวเท่าที่ได้เคยคุยกับครูแจ๋ว (ชื่อที่ใช้ในการเขียนหนังสือของครูสง่า) เอง ก่อนท่านจะเสียไม่นาน กับอ่านจากข้อเขียนของลูกชายของท่าน บูรพา อารัมภีร์ จะขอเอามาปะติดปะต่อ เพราะจำไม่ได้ชัดว่าตอนไหนอ่าน ตอนไหนฟัง
ครูแจ๋วเป็นผู้รับผิดชอบที่จะต้องแต่งเพลงประกอบละครอย่างที่เล่ามาแล้วข้างต้น พร้อมกับครูมารุตและครูเนรมิต
จากความจำของข้า เป็นการไปแต่งที่บ้านท่าน แต่จากที่หาอ่านในเว็บกลับเป็นที่เฉลิมกรุง ก็ว่าไป
บ้านครูแจ๋วติดกับบ้านครูอ้อย อัฉริยะกุล อย่าถามเลย ไปครั้งเดียวจำไม่ได้แล้ว รู้สึกจะเป็นแถวเมืองนนท์ แคลายอะไรซักอย่างเนี่ย (ไม่แก่บ้างก็แล้วไป)
ในเม็มโมรี่ข้าบันทึกไว้ว่า ตอนเช้าครูอ้อยจะอ้อยมาแปรงฟันที่หน้าต่างชั้นสอง แล้วร้องทักว่า สามคนนั้นทำอะไรกันอยู่น่ะ
สามวันผ่านไป ท่านก็โผล่มาร้องทักทุกวัน แถมยังแซว ทำไมเพลงเพลงเดียวมันแต่งยากแต่งเย็นนักวะ (ครูอ้อย เป็นอัฉริยะในการแต่งเนื้อเพลง โดยเฉพาะเมื่อประกบกับครูเอื้อ ในเมืองไทยก็หาใครทาบยาก)
คืนนั้นครูแจ๋วเล่าว่า ก็ออกไปคื่มเหล้า (ที่จริงท่านว่า ดื่มมันทุกคืนนั่นแหละ แหมของมัก) คืนนั้นมีนักเขียนชื่อเวทางค์ ไปด้วย
จะด้วยอะไรก็จำไม่ได้ คืนนั้นเวทางค์ร้องเพลงอยู่แค่สองเพลงวนไปวนมาทั้งคืน คือเพลง "เขมรไทรโยค" กับ "ลาวครวญ"
ได้ผล เช้านั้นครูแจ๋วยังไม่สร่างดี แต่ใกล้เดตไลน์เต็มทีแล้ว ท่านก็กดเปียโนลงไป 12 ตัวโน้ต (นวล เจ้าพี่เอย นวล เจ้าพี่เอย) เอื้อนให้ครบก็แล้วกัน
ตอนนั้นยังไม่มีเนื้อ ท่อนเริ่มนั้นจะเหมือนกับเขมรไทรโยค ใครที่รู้จักสองเพลงนี่ลองฮัมดู ครูมารุตกับครูเนรมิตหูผึ่งเลย ที่นี้ก็มาเลย
นวล เจ้าพี่เอย คำน้อง........ต่อกันไปคนละท่อนสองท่อน จนจบเพลงในเวลาแค่ไม่กี่นาที (จะบอกว่ายี่สิบนาทีกลัวจะจำผิด เอาไม่กี่แล้วกัน)
เพลงนี้ร้องกันมาหลายเวอร์ชั่นมาก ถ้าแรกเริ่มก็ต้องฉลอง สิมะเสถียร เนื้อเพลงอีตรง
น้ำ ตา อาบแก้ม เพียงแซม...เพชร ไสว
บางฉบับก็เว้นไว้เอื้อน บางฉบับก็ใส่เป็นด้วย บ้างก็เป็นเกร็ดเพชรไสว ก็แล้วแต่จะร้องกันไป ยังไงก็เพราะอยู่ดี

โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 5 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 22 : 56 ]

อี่น้องเอย....
คนโบราณน่ะ เขาไม่ร้องไห้ฟูมฟาย ตีโพยตีพายยังกะผัวรถคว่ำตายแล้วไม่ทิ้งสมบัติไว้ให้อย่างคนสมัยนี้หรอกนะยะ
โดยเฉพาะหญิงสัยก่อน เขาเรียนรู้ค่าคำว่าอดกลั้นได้ดีตามวิถีพุทธ มิใช่วิถีคริสต์ที่เน้นให้ระบายออกมากกว่าเก็บงำไว้
และน้ำตาที่ว่าไหลพราก มันก็คงไม่พรากๆๆๆอย่างการ์ตูนญี่ปุ่นสมัยนี้เสียเมื่อไหร่
คืนนั้นทั้งคู่รู้ที่ไหนล่ะว่าจะลาไปตาย ก็แค่คนรักจะต้องจากกัน วันหลังก็อาจมาเจอกันได้
แต่คนดูต่างหาก ที่รู้ดีว่าเป็นลาตาย ความซาบซึ้งใจมันเลยเกิดเกินลิมิตของการจากลาธรรมดา
ละครดราม่าจ้ะไม่ใช่ละครบู๊อย่างพระยาพิชัยฯ โรมานซ์หน่อยยย

โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 5 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 23 : 7 ]

ไหนๆ ช่วยจุดไต้แล้ว ก็ช่วยจุดเทียนด้วยละกัน
(สร้อย)
จุดเทียนเวียนวน เรามาสองคน วนเอ๋ยวนเวียน
จุดเทียน เวียนวน เรามาหลายคนวนเอ๋ยวนเวียน
ลมพัด สะบัดเปลี่ยน เรามาจุดเทียน เวียนเอ๋ยเวียนวน
(ญ)ข้าวเหนียวมันยาวๆ ส่วนข้าวเจ้ามันเม็ดสั้นๆ(ซ้ำ)
ข้าวเหนียว ข้าวเจ้า มันก็ไอ้ข้าวเหมือน
(ช)กลมๆ เขาเรียกมะนาว ไอ้ส่วนยาวๆ เขาเรียกมะดัน (ซ้ำ)
กลมๆ ยาวๆ มันก็ของเราเหมือนกัน
(ญ)มะพร้าวของใคร ปลูกไว้หน้าบันไดใบเป็นมัน(ซ้ำ)
ขอให้น้องสักสองลูก จะไว้ไปปลูกทำพันธุ์
(ช)มะพร้าวของพี่เอง มันห้อยโตงเตงสองลูกเป็นมัน(ซ้ำ)
แบ่งให้น้องทั้งสองใบ พี่จะเอาที่ไหนทำพันธุ์
จุดเทียนเวียนวน เรามาสองคน วนเอ๋ยวนเวียน
จุดเทียน เวียนวน เรามาหลายคนวนเอ๋ยวนเวียน
ลมพัด สะบัดเปลี่ยน เรามาดับเทียน คุยกันสองคน
เพลงชุดจุดเทียนนี้มีอยู่เป็นสิบเพลง ที่น้องป้าอิสฯยกมาเป็นชุดจุคเทียนซ่อมเครื่องยนต์หรือไงเนี่ย จำไม่ได้แล้ว
รอท่านกาแควดีกว่า น่าจะมีอีกหลายเล่ม ฮิฮิ

โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 5 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 23 : 18 ]

มิเสียทีที่เกิดมา ...
ได้สะดับวาจา ที่หวานหู
แม้..อาจารย์เฒ่า ยืนยันว่า ไม่ ไม่รับรู้
ข้าก็ยันอยู่ ว่า อาจารย์...
....แม่ผีเสื้อไพร ฝากมาบอก
หล่อนไม่อยากออกมาแล้วร้องไห้
เพราะน้ำตา ที่หลั่งลงพร่างพราย
ควรเก็บไว้ ร้องไห้ เพียงผู้เดียว
ยามฟังเพลง นวลเจ้า ที่พรากจาก
หล่อนซึมเศร้าไปมาก ท่านรู้ไหม
จะกี่หมื่น กี่พัน นกเขาไฟ
ก็มิอาจแทนได้.....นกเขาจร
โดย : กู่ก่งก๊ง
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 5 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 23 : 44 ]

ม่ะเอาด้วยแล้ว
ยืดเยื้อแน่ๆๆๆๆ
แผนนี้ใช้ไม่ได้ผลแล้ว..........................ฮึ

โดย : กาแคว
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 6 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 0 : 31 ]


เงาทอดยาวเตือนแสงสั้น........ตะวันลับ
แสงเทียนขับเปลวสุดท้าย.......เงาพรายแสง
เงาทาบทองแสงส่องงาม..........ตามเงาแรง
เหมือนฝากแสงเงาชี้ต่อ..........ก่อเงางาม
กาลเวลาสายน้ำไหล................ไม่หวนกลับ
เงาไม้ทับเงาน้ำใส...................ในใจฉัน
คงร่มรื่นชื่นฉ่ำเย็น.................เช่นแจ่มจันทร์
เงาเธอนั้นยังติดตรึง................ซึ้งใจงาม
คารวะจรดพื้นแด่..ท่านเฒ่าโล้ว..ผู้จุดประกายแสงแห่งเงางาม...
น้อมส่งต่อ.....เงาสุดท้ายแค่ปลายเทียน
มอบหมุนเวียนส่งแสงต่อ.....ล้อเงาใหม่
คิดถึงคนที่คิดถึงอยู่นัก
ด้วยรัก....
จากมารซื่อ..ชื่อบะหมี่

โดย : มารบะหมี่
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 6 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 0 : 44 ]

เฮ้อไหน ๆ ก็ไหนนะท่านเฒ่าโล้ว
เพลงของมารีมณีวรรณก้มีหลายเพลง
แต่บางเพลงก็ไม่ค่อยดัง
เพลงที่ดูแล้วเศร้ามันก็กลายเป็นเพลงขำ ๆไปได้
อย่างเพลงจดหมายเมียเช่า
จดหมายจากเมียเช่า
มานี มณีวรรณ
I เขียน letter ถึงเธอ dear John
เขียนที่แฟลตที่ you เคยนอน จังหวัดอุดรประเทศไทยแลนด์
I broken heart, you must understand
John จ๋า John ดอลล่าร์ขาดแคลน
เมีย secondhand ของ you ยังคอย
you ทิ้งเมียเช่า หิ้วกระเป๋า go home
ทิ้งรอยจูบลูบโลม จนเชฟไอโทรม เพราะ you enjoy
forget your wife กลับไปอยู่อิลลินอย
I เสียใจจนเป็นไทฟอยด์เอา tiger oil มาทากันตาย
โศกเศร้ากว่า sad movies, oh John you make me cry
I lonely เสียจนผอมพ่าย อยากตาย why you ทิ้ง me
รอยน้ำตาหยด รดบนลายเซ็นต์
หาซองใส่จ่าหน้าไม่เป็น
โธ่เวรเอ๋ยเวร who ช่วยเขียนที
ฉีกทิ้ง letter หันไปเจอดีดีที
good bye สวัสดี go meet กับ me ที่เมือง the end
ในสมัยที่เมียเช่ายังเฟื่องฟู

โดย : ผีเสื้อป่าแห่งปางม่ะผ้า
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 6 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 7 : 0 ]

ท่านพ่อ ตื่นเช้าอารมณ์ดีเชียวนะ
อรุณสวัสดิ์ กาแฟทะเลสักถ้วยไหม ท่านพ่อ


โดย : กู่ก่งก๊ง
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 6 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 7 : 4 ]

น่ายินดีๆ ผีเสื้อมากมาย ต่างบินมาเต็มฟ้าเต็มกระทู้
แต่งแต้มอารมณ์ให้แช่มชื่น จากคืนค่ำย่ำเช้า
ผีเสื้อบะหมี่ก็บินมา ผีเสื้อปางมะผ้า ผีเสื้ออันดามัน ล้วนครบครันในอารมณ์
คารวะจากใจ
มีใครไม่คิดถึงพี่มารฯ
ด้วยรักและศรัทธา

โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 6 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 7 : 53 ]

ได้สิลูกกู่
จะออกเดินเมือไหร่
สวัสดียามเช้าท่านเฒ่าโล้ว

โดย : ผีเสื้อป่าแห่งปางมะผ้า
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 6 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 7 : 58 ]

อยากจะเถียงว่าไม่แก่ แต่ปัญญามันฟ้อง
ครูแก้ว อัฉริยะกุล กลายเป็นครูอ้อยไปได้อย่างไร โอ๊ย...จะบ้าตาย
ครูอ้อยนะครูอ้อย ออกจากสมองไปบ้างได้มั้ย ดูสิ อายเขาแย่
เช้านี้บิ๊วด์อารมณ์กลอนไม่ทันขอรับเทียนต่อจากท่านบะหมี่ด้วยสองท่อนสุดท้ายของเพลงน้ำตาเทียนของครูไพบูลย์ บุตรขันแล้วกัน
เทียนหลั่งน้ำตาไหล ลงมา
หยดหนึ่งเทียนเสียน้ำตา ยิ่งพาให้มีแสงนวล
น้ำตานางไหลคลอ คร่ำครวญ
อาบลงแก้มน้องเนื้อนวล ยิ่งชวนฉันรัญจวนใจ
อดีตไม่ลับดับลงสักที
เห็นเทียนเรืองรองต้องมีทวีโศกหวนครวญไห้
มองเทียนหลั่งน้ำตาลงมาคราใด
ฉันทนปวดร้าวดวงใจ
จากไปแล้วแก้วตาเอ๋ย...
ท่านกาแคว
ชื่อมานี มณีวรรณน่าจะถูกแล้วเนอะ คนละนีสองนี ชื่ออะไรเรียกง่ายจำยาก
เพลงจดหมายจากเมียเช่าประพันธ์โดยท่านผู้เฒ่า อาจินต์ ปัญจพรรค์ ขอรับ
เสี่ยวเอ้อ ขอกาแฟทะเลไม่ใส่ไข่อีกสองที่ ของท่านบะหมี่ขอกุหลาบเพิ่มดอกนึงด้วย

โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 6 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 8 : 3 ]

ผีเสื้อยามเช้า
คำร้อง แก้ว อัฉริยะกุล ทำนอง เอื้อ สุนทรสนาน
ขับร้อง มัฑณา โมรากุล
รุ่งอรุณเรืองแรงแสงทอง
งามยิ่งเคลิ้มมอง ยามส่องนภา
สว่างกระจายพรายพราวเร้าตา
งามทั่วท้องฟ้าพื้นหล้าวิไล
เยือกเย็นลมรำเพยพัดโชย
พากลิ่นหอมโรยโชยฉ่ำฤทัย
กิ่งผกาพากันพลิ้วใบ
ชูช่อไหวไป สดใสตามลม
เหล่าผีเสื้อแสนงามยามเช้าคลอเคล้าลัดดา
ลอยเล่นลมเร้าตา เริงสุขพานิยม
บ้างลงไล้ไต่ตอมน้อมโน้ม
สุขชมสรรดมผกา
สูดสุคนธารสหวังชม
กางปีกรับลม เรืองข่มนภา
ผ่องระยิบระยับวับตา
พราวพร่างนักหนาพาให้ใฝ่ฝัน
โผผินบินเร้าฤทัย
เรื่อยไปเหลิงในชีวัน
สุขแต่เช้าเช่นนี้ทุกวัน
ชมชื่นสัมพันธ์ ผีเสื้อแสนงาม
ขมาครูแก้วค้วยเพลงที่เข้ากับบรรยากาศยามนี้

โดย : เฒ่าโล้ว
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 6 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 8 : 39 ]

ท่านอาจารย์ปู่ นี่ขอรับกาแฟ และดอกไม้หอม
ท่านอาจารย์เฒ่า นี่ขอรับกาแฟใสไข่
ท่านพ่อ นี่ขอรับกาแฟ และยาวิเศษ ทาปุ๊บหายปั๊บ
ข้าขอลาไปล่องเรือก่อนนะ สายแล้ว
แม่ผีเสื้อไพร หล่อนฝากบอกมาว่า..ซาบซึ้งยิ่งนัก
หล่อนยังเมาน้ำตาไม่หยุด
อ้อ...ท่านเจ้าบ้าน ข้าฝากบ้านด้วยนะ
เอ๊ะ...บ้านใคร
ข้าทิ้งของฝากไว้ในห้องร้อยบุปผา ค่าอ่าน 10 บาท สะสมไว้ก่อน
เวลาดีๆจะจ่ายให้
โดย : กู่ก่งก๊ง
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 6 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 9 : 38 ]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com