Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ชุมนุมจอมยุทธ

แลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างสรรค์สังคม เปิดโลกทัศน์ จัดระบบความคิด สื่อสารกับชาวโลก

แวดวงจอมยุทธ ตำนานจอมยุทธฯ

หน้าต่างความคิด 2
(ที่หลงเหลือจากเศษซากเว็บบอร์ดล่ม)
หน้า > 1 - 2

>>อำนาจแห่งเงินตรา..สังคม ประชาธิปไตยในอุดมคติ

หัวข้อ :

อำนาจแห่งเงินตรา

..สังคม ประชาธิปไตยในอุดมคติ
มีผู้ถามว่า

"เงินซื้ออะไรได้บ้าง"

. . . ไม่รู้หรอกนะว่า

"เงินซื้ออะไรได้บ้าง"

รู้แต่เพียงว่า

"ไม่มีอะไร หรือ ใคร ที่เงินซื้อไม่ได้"
"เงิน อาจไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต
แต่สิ่งสำคัญในชีวิต ล้วนแล้วแต่หามาได้ด้วยเงิน
และจำต้องมีเงิน ใช้เงิน จึงจะเสาะหามาได้"
เงินซื้อความสบายได้....
แล้ว ซื้อความสุขได้หรือไม่...?
คนไม่มีเงิน ก็สามารถมีความสุขได้ จริงหรือ?
“ถ้าเราพอใจเพียงทุกสิ่งที่เรามี เราย่อมจะมีทุกสิ่งที่เราพอใจ”
“ร้อยบาทในมือคนอื่น หรือจะเท่าสิบบาทในมือตน”
นั่นก็จริงอยู่... เป็นสัจธรรม เป็น อมตะวาจา
แต่ใครเล่า... ที่จะสามารถทำใจ ยอมรับได้เช่นนั้นจริง
สังคมทุกวันนี้ เป็นสังคมของเงินตรา
เป็นโลกแห่งคนกินคน...
คนไม่มีเงิน สามารถทำอะไรได้...
แม้แต่เพียงแค่จะทำบุญยังทำไม่ได้ ... ดังใจหมาย
ลองขับ มอเตอร์ไซค์ไปนิมนต์พระมาทำบุญสิครับ...
คำตอบที่ได้ “เจ้าอาวาสไม่อยู่...... ติดกิจนิมนต์ที่อื่นก่อนแล้ว”
อย่างดีก็ได้พระลูกวัดมาเท่านั้น
ไม่ได้เลือกพระนะ... เพียงแค่พูดให้เห็นถึงความต่างของคนมี กับ ไม่มีเงิน
เมื่อก่อน “ใส่ซอง” “ถวายปัจจัย” ตามแต่จิตศรัทธา ....
เดี๋ยวนี้
“รถ ประจำตำแหน่งอาตมา เบนซ์ นะโยม 500 บาท ไม่พอเติมน้ำมันหรอก” .............

เงิน อาจซื้อความสุขไม่ได้ก็จริง ...

แต่ เป็นปัจจัย ที่ช่วยให้ คุณหาความสุขได้
"สุขภาพดีไม่มีขาย อยากได้ต้องทำเอง"

อุปกรณ์และสินค้าเพื่อสุขภาพทุกวันนี้ ราคาแพงนะครับ
...........................
“พอเพียง” .... คนที่อยู่บ้านพักตากอากาศหลังใหญ่โต นั่งรถโก้หรู มีพลขับ รับ-ส่ง ก็ย่อมพูดได้ ว่า “ให้รู้จักพอเพียง”
ขอโทษเถอะ....แล้วทำกันจริงได้หรือ?.....ก็เปล่า .....
เห็นมีแต่กอบโกยกันอย่างไม่เคยอิ่ม ไม่รู้จักพอ
“เศรษฐกิจพอเพียง” ก็แค่เอ่ยอ้างกระแสพระราชดำรัส เพื่อสร้างภาพตัวเองใหดูดีในสายตาของสังคม.ของชาวโลก.. ก็เท่านั้น ....

.
.............................
แผ่นดินสยาม ทุกวันนี้ เพ้อฝันหาโลกในอุดมคติ ไม่ยอมรับความเป็นจริง
กระแสความนิยม “จตุคามรามเทพ” คือตัวอย่างที่เด่นชัดที่สุด
ประชาธิปไตย เราก็เพ้อฝันหา ประชาธิปไตยในอุดมคติ
เพ้อหา นักการเมือง สมาชิกสภาฯที่มาจากการเลือกตั้ง
ที่มีอุดมการณ์ ทำเพื่อชาติ เพื่อประชาชน เสียสละ ทำเพื่อชาติบ้านเมือง
ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง
แต่ไม่ยอมรับความจริงที่ว่า
“นั่นเป็นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยในอุดมคติ”

“นั่นเป็นนักการเมืองในอุดมคติ”
มันไม่มีอยู่จริง... มันไม่มีทางเกิดขึ้นจริง
กรุงศรีอยุธยาไม่สิ้นคนดี…แต่ก็สิ้นเอกราชถึงสองครั้งสองครา
แผ่นดินสยามประเทศ คนดีอาจจะมี... แต่ไม่มีทางที่จะเข้ามาสู่ถนนการเมืองได้
ที่เข้ามา ที่มีอยู่ ต่างล้วนแล้วแต่ ทำเพื่อประโยชน์ของตนและพวกพ้องทั้งสิ้น
แม้แต่คนที่กล่าวอ้างว่ามาจากกองทัพธรรม...
ที่ทำไปนั้น ก็ล้วนแล้วแต่ทำเพื่อผลประโยชน์ของเหล่ากองทัพธรรมนั้น มิใช่หรือ
รัฐธรรมนูญ จะเขียนให้เลิศหรูสักเพียงไร
จำกัด ขอบเขต ตั้งกฎกติกาอย่างไร .....
สุดท้าย ก็คือ งมงายจับปลาในบ่อเดิม
ปลาที่เน่าทั้งบ่อ...........
โดย : เซียนกระบี่
เมื่อเวลา : อาทิตย์ ที่ 3 มิ.ย. ปี 2007 [ 14 : 36 ]

เพราะมันเป็นเช่นนั้นแล จึงควรคิด
แม้ทำไม่ได้ แต่ถ้ามันเข้าใกล้ พยายามหักใจ

วันนี้ ทำไม่ได้ แต่พรุ่งนี้ ยังมีหวัง ว่าจะทำให้ได้
ดีกว่าไม่มีหวัง ท้ายสุด จะไม่มีใคร? ไปลงคะแนน เพราะหมดหวัง ในปลาร้า ที่ไม่ใส่เกลือ

โดย : วาสิน ไทยแท้
เมื่อเวลา : อาทิตย์ ที่ 3 มิ.ย. ปี 2007 [ 21 : 38 ]

รอเมื่อยังมีลมหายใจ......ก็อาจดั่งหวัง

โดย : อสูรปักษา
เมื่อเวลา : จันทร์ ที่ 4 มิ.ย. ปี 2007 [ 2 : 30 ]

แม่นแล่วขอรับท่านวาสิน
เราต้องมาช่วยกันเติมเกลือลงไปในบ่อปลาเน่า
เมื่อเกลือมากพอ เวลาเหมาะสม
เราก็จะช่วยกันคั้นเอาหัวน้ำปลาชั้นดีมาบริโภคกัน
ส่วนเนื้อปลานั้น ปลาร้า ปลาแดก
ฝรั่งมังค่าอาจรังเกียจ จีน แขก อาจเบือนหน้าหนี
แต่นี่คือหนึ่งในวัฒนธรรมไทย ที่คงเป็นเอกลักษณ์อย่างไทยๆ

ก็แล้วทำไม ประชาธิปไตย
เราจะมีแบบไทยๆ บ้างไม่ได้หรือ?

ประชาธิปไตยไม่ใช่เทพ
และก็ไม่ใช่ซาตาน
แต่ประชาธิปไตยคือคน
ที่ปนดีปนเลว มีขึ้นมีลง

คนหนึ่งคนกว่าจะพูดจะเดิน จะอ่านจะเขียน
จะเป็นบัณฑิต จะเป็นนักธุรกิจ จะเป็นวีรบุรุษ
ยังต้องใช้เวลานับสิบๆ ปี
ประชาธิปไตยที่ปั้นโดยคนหกสิบล้านคน
ให้เวลาอีกหน่อยเทอะ
โดย : บานฉ่ำ
เมื่อเวลา : จันทร์ ที่ 4 มิ.ย. ปี 2007 [ 8 : 19 ]

เงินคือสิ่งสมมุติ
ที่มนุษย์คิดขึ้นมาทดแทนหยาดเหงื่อแรงงานที่ลงไป
หมูเป็นเล้า ข้าวเป็นยุ้ง บ้านเป็นหลัง
ถูกยุบลงมาเป็นกระดาษไม่กี่แผ่น ที่เก็บไว้กิน ไว้ใช้
และไว้แลกเปลี่ยนเป็นเสื้อ เป็นผ้า เป็นคอมพิวเตอร์

นี่คือความฉลาดของคนคิดเงิน
นี่คือหนึ่งในสิ่งที่ทำให้มนุษย์พัฒนาเหนือสัตว์ต่างๆ
เคยได้ยินหรือไม่
เมื่อมีคุณอนันต์ ก็มีโทษมหันต์

ฉะนั้น ความผิดอันมาจากเงิน
ย่อมไม่ใช่ความผิดของเงิน แต่เป็นความผิดของคนใช้เงิน

เศรษฐกิจ พอเพียง ไม่ใช่เศรษฐกิจ เพียงพอ
เศรษกิจพอเพียง
ไม่ใช่ปัญหาของคนมีเงินมากใช้มาก
ไม่ใช่ปัญหาของคนมีเงินมากใช้น้อย
หรือแม้แต่ ไม่ใช่ปัญหาของคนมีเงินน้อยใช้น้อย
แต่เป็นปัญหาของคนมีเงินน้อยใช้มากต่างหาก

เศรษฐกิจพอเพียง
เป็นเรื่องเตือนใจคนมีน้อย ควรใช้น้อยให้พอตัว
การเอาเงินอนาคตมาใช้ คือการเป็นหนี้

เบื้องหลังหนี้มีดอกเบี้ย
แต่เบื้องหลังหนี้ก็มีโอกาส
เบื้องหลังหนี้มีความสะดวกสบาย
แต่เบื้องหลังหนี้ก็มีความหายนะ

นี่คือข้อเตือนใจ ไม่ใช่ข้อบังคับ

ด้วยความเคารพ
โดย : บานฉ่ำ
เมื่อเวลา : จันทร์ ที่ 4 มิ.ย. ปี 2007 [ 8 : 35 ]

เงินตรา..มิใช่สิ่งจำเป็นสำหรับผู้เฒ่า
แต่..ก็..จำเป็นอยู่บ้าง..สำหรับการหล่อเลี้ยงครอบครัวของผู้เฒ่า..
โดย : บ้านหมื่นกรอบ
เมื่อเวลา : จันทร์ ที่ 4 มิ.ย. ปี 2007 [ 13 : 8 ]

เงิน...ซื้อได้เกือบทุกอย่าง
หากคนขาย...ยินดียินยอมที่จะขาย

ขณะเดียวกัน
เงิน...ไม่สามารถซื้ออะไรได้สักอย่างเดียว
หากคนขาย...ไม่ยินดีไม่ยินยอมพร้อมใจที่จะขาย
แม้สิ่งนั้นจะไม่มีคุณค่าใดใดเลย

บางอย่าง...เกินขอบเขตอำนาจของเงินที่จะซื้อได้
ความตาย...
เนื่องด้วยเป็นไปตามกฎ...อนิจจัง

มิแน่...หากท่านสามารถโน้มน้าวให้พญามัจจุราช...เห็นคุณค่าของเงิน...บางทีอาจได้ผล
หรือไม่ก็...สืบดูให้รู้แน่...ว่าพญายมเห็นอะไรมีคุณค่า...ก็ติดสินบนด้วยสิ่งนั้น

สาเหตุเบี้องหลังของความชั่วร้ายเลวทราม...มาจากรากเหง้าเดียวกันทั้งสิ้น
ตั้งแต่อดีตจวบปัจจุบัน...มันเป็นตัวบงการ...กบดานเงียบอยู่ในใจ
เงิน เบี้ย หอย เพชร ทอง หรืออะไรก็ตาม...เป็นเพียงเครื่องมือไปตามยุคสมัย...สุดแต่อะไรที่คนเห็นว่ามีค่า
...........................
รัฐธรรมนูญฉบับใหม่...เขาเขียนไปด้วยความหวาดกลัวที่ครอบงำจนเกินไป
แม้มันจะไม่เข้าท่าสักเพียงไหน...สงสัยเราจำต้องกล้ำกลืนรับมันไว้ในประชามติ (ความคิดเห็นส่วนตัว)
ทำไงได้เล่า...ชาติจะพังเสียหายยับเยินจนน่าหดหู่ไปมากกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว
ความคับแค้นรันทด "ส่วนตัว" ของเรา...ต้องกล้ำกลืนอดทนไปโดยถ่ายเดียวไม่มีทางเลือก
หากก่อสงครามกลางเมืองขึ้นมา...หายนะย่อมเกิดขึ้นกับประเทศชาติอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
ความสะใจ...ใครใครก็อยาก...แต่ผลพวงของมันเลวร้ายกว่าที่คิด
เป็นความกล้ำกลืนที่ไม่ยอมสยบ...และจะรอวันเปล่งประกายในแนวทางสันติตามกรอบแห่งกติกา
แม้เป็นกติกาของผู้มีความคิดตรงกันข้าม...เราก็จะเล่นตามนั้น
สำคัญที่ว่าเมื่อทำท่าจะแพ้...ท่านผู้มีอำนาจอย่าฉีกกฎกติกานี้ทิ้งอีกก็แล้วกัน
อดทนอดกลั้นกันบ้างมิได้หรือ...ท่านผู้ถือในอำนาจ
สังคมประชาธิปไตย...ยังคงเป็นอุดมคติต่อไป...ไม่มีวันเป็นจริงทั้งร้อยส่วน
หากแม้เกินกึ่งไปอีกครึ่งส่วน...ก็น่ายินดีแล้วในชีวิตของเรา
แปรญัตติเสียเถอะ...ขอร้องล่ะยังมีเวลา

ประเทศไทยไม่อาจเสียหายมากไปกว่านี้ได้อีกแล้ว
โดย : สามัญชน
เมื่อเวลา : จันทร์ ที่ 4 มิ.ย. ปี 2007 [ 14 : 31 ]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com