ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ บุคคลสำคัญ ประเทศและทวีป>>
สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
13
พระราชกรณียกิจด้านศิลปกรรม
ในรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้าตากสินกรุงธนบุรี เป็นยุคที่ไทยต้องทำการสร้างบ้านแปลงเมืองใหม่ ปรากฎในพระราชพงศาวดารกรุงธนบุรีว่า มีการก่อสร้างและปฏิสังขรณ์เป็นอันมาก ผู้ดำเนินการเหล่านี้ได้แก่ข้าราชการฝ่ายทหารและพลเรือนของพระองค์นั่นเอง แสดงว่าข้าราชการเหล่านั้นล้วนมีความรู้ทางการช่างทั้งสิ้น สันนิษฐานว่าคงจะโปรดให้รวบรวมช่างฝีมือทุกแขนงมาไว้ในกรุงธนบุรี เพื่อฝึกสอนวิชาการแก่คนรุ่นใหม่ด้วย ช่างฝีมือในสมัยนี้ได้ตกทอดและสร้างผลงานให้แก่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นเป็นอันมาก
ศิลปกรรมสมัยกรุงธนบุรี อาจแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท ดังนี้
1. เรือ สมัยกรุงธนบุรีนับว่าการต่อเรือเจริญมาก เพราะมีการต่อเรือรบ เรือสำเภา ตลอดจนเรือกระบวนไว้ใช้ในราชการเป็นจำนวนมาก
2. สถาปัตยกรรม ดังกล่าวแล้วว่า รัชสมัยของสมเด็จพระเจ้าตากสินกรุงธนบุรี เป็นยุคของการสร้างบ้านแปลงเมือง จึงมีการก่อสร้างเป็นจำนวนมาก อาทิ พระราชวัง ป้อมปราบการ กำแพงพระนคร พระอารามต่าง ๆ ลักษณะสถาปัตยกรรมสมัยนี้ล้วนสืบทอดมาจากสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ฐานอาคารจะมีลักษณะอ่อนโค้งดุจรูปเรือสำเภา ทรงอาคารจะสอบชลูดขึ้นทางเบื้องบน ส่วนประกอบอื่น ๆ ของอาคารก็ไม่แตกต่างจากอยุธยามากนัก เป็นที่น่าเสียดายว่าสถาปัตยกรรมสมัยธนบุรีมักได้รับการบรูณะซ่อมแซมในสมัยหลังหลายครั้งด้วยกัน ลักษณะในปัจจุบันจึงเป็นแบบสถาปัตยกรรมในรัชกาลที่บูรณะครั้งหลังสุด เท่าที่ยังปรากฏเค้าเดิมในปัจจุบัน ได้แก่ ป้อมวิชัยประสิทธิ์ กำแพงพระราชวังเดิม พระตำหนักท้องพระโรง และพระตำหนักเก๋งคู่ในพระราชวังเดิม พระอารามทั้งในพระนครและหัวเมืองที่ได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ในรัชกาลนี้ ล้วนแต่ได้รับการบรูณะใหม่ในรัชกาลต่อมาเช่นกัน ที่ยังแสดงลักษณะศิลปกรรมสมัยกรุงธนบุรี ได้แก่ พระอุโบสถและพระวิหารน้อย วัดอรุณราชวราราม พระอุโบสถและพระวิหารเดิมวัดราชคฤห์ พระอุโบสถเดิมวัดอินทาราม ตำหนักแดงวัดระฆังโฆสิตาราม และพระอุโบสถวัดหงส์รัตนาราม
3. ประณีตศิลป กรุงธนบุรีมีนายช่างผู้เชี่ยวชาญด้านนี้อย่างพร้อมมูล ทั้งช่างรัก ช่างประดับ ช่างแกะสลัก ช่างปั้นและช่างเขียน งานประณีตศิลปชิ้นสำคัญสมัยนี้ ได้แก่ ตู้พระไตรปิฏกลายรดน้ำ 4 ตู้ ในหอวชิรญาณ ซึ่งได้มาจากวัดราชบูรณะ วัดจันทาราม และวัดระฆังโฆสิตาราม ช่างหล่อคนสำคัญปรากฏในพระราชพงศาวดารว่า โปรดให้หลวงวิจิตรนฤมล ปั้นพระพุทธรูปให้ต้องตามพุทธลักษณะที่โปรดให้สอบสวน แล้วหล่อพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ยืนองค์หนึ่งปางสมาธิองค์หนึ่ง งานแกะสลัก ได้แก่พระแท่นบรรทมในพระอุโบสถน้อย วัดอรุณราชวราราม ในพระวิหารวัดอินทาราม และตั่งจากอำเภอแกลง จังหวัดระยอง ซึ่งเก็บรักษาไว้ ณ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ กรุงเทพฯ
4. จิตรกรรม ภาพจิตรกรรมสมัยธนบุรีอาจดูได้จาก ตำราภาพไตรภูมิ (ฉบับหลวง) สมุดไทยขาว ซึ่งเก็บรักษาอยู่ ณ หอสมุดแห่งชาติ และลวดลายรดน้ำที่ปรากฏบนตู้พระไตรปิฏกและภาพจิตรกรรมสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
5. วรรณกรรม สมเด็จพระเจ้าตากสินกรุงธนบุรีทรงเป็นพระมหากษัตริย์ไทยอีกพระองค์หนึ่งซึ่งทรงพระปรีชาสามารถด้านการประพันธ์ บทพระราชนิพนธ์ที่เหลือปรากฎหลักฐานในปัจจุบัน คือบทพระราชนิพนธ์เรื่องรามเกียรติ์ ตอนหนุมานเข้าห้องนางวาริน, วิรุณจำบังล้มท้าวมาลีราชว่าความ, ทศกรรฐ์ตั้งพิธีเผารูปเทวดา, พุ่งหอกกบิลพัสดุ์, หนุมานผูกผมทศกรรฐ์กับนางมณโฑและปล่อยม้าอุปการ นอกจากนี้ยังมีหนังสือราชการในรัชกาลที่ทรงแก้ไขหรือพระราชนิพนธ์ เช่น พระราชสาร ศุภอักษร สารตรา กฎต่าง ๆ ตำรับพิชัยสงคราม ตำราทำอาวุธ บทสุภาษิต ขนบราชการ ขนบประเพณีเมือง เป็นต้น
กวีสมัยกรุงธนบุรี ล้วนเป็นข้าราชการและพระเถระผู้ใหญ่ ที่ปรากฏนามคือ พระวันรัต (ทองอยู่) ซึ่งภายหลังได้เป็นพระอาจารย์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และสึกออกมารับราชการเป็นพระยาพจนาพิมล พระพิมลธรรมวัดโพธาราม(วัดพระเชตุพนฯ) ซึ่งต่อมาได้เป็นพระอาจารย์ในสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ภายหลังได้เลื่อนขึ้นเป็นสมเด็จพระวันรัต พระรัตนมุนี (แก้ว)ต้นสกุลรักตประจิต ภายหลังสึกมารับราชการเป็นพระยาธรรมปรีชา นายสวนมหาดเล็ก หลวงสรวิชิต (หน) ซึ่งต่อมาได้เป็นเจ้าพระยาพระคลังและพระยามหานุภาพ
วรรณกรรมสำคัญที่เกิดในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินกรุงธนบุรี มีดังนี้
1. บทละครเรื่องรามเกียรติ์ พระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าตากสินกรุงธนบุรี
2.ลิลิตเพชรมงกุฎ ประพันธ์โดยหลวงสรวิชิต(หน)
3.อิเหนาคำฉันท์
ประพันธ์โดยหลวงสรวิชิต(หน)
4.กฤษณาสอนน้องคำฉันท์
ประพันธ์โดยพระยาราชสุภาวดี และพระภิกษุอินท์
5.โคลงยอพระเกียรติพระเจ้ากรุงธนบุรี ประพันธ์โดย นายสวนมหาดเล็ก
6.นิราศกวางตุ้ง หรือนิราศพระยามหานุภาพไปเมืองจีนครั้งกรุงธนบุรี พ.ศ.2324
บทประพันธ์ของพระยามหานุภาพ
6. นาฏดุริยางค์และการละเล่น แม้ว่าศิลปกรรมเหล่านี้จะได้รับความกระทบกระเทือนจากภัยสงคราม โดยถูกพม่ากวาดต้อนไปบ้าง แต่ก็ยังไม่สูญหายไปเสียทีเดียว ยังคงหลงเหลืออยู่ตามหัวเมืองสำคัญ เช่น เมืองนครศรีธรรมราช และหลบซ่อนตัวตามเมืองอื่นบ้าง นอกจากในพระราชสำนักแล้ว สมเด็จพระเจ้าตากสินกรุงธนบุรี ได้พระราชทานโอกาสให้บุคคลทั่วไปมีครูฝึกสอนละครนาฏศิลป์ และจัดแสดงได้โดยไม่จำกัด ทั้งนี้เพื่อบำรุงขวัญประชาชนซึ่งเพิ่งรวบรวมตัวกันเป็นปึกแผ่นใหม่ ๆ นาฏศิลป์และการละเล่นสมัยกรุงธนบุรีที่ปรากฏหลักฐานในจดหมายเหตุ สมโภชพระแก้วมรกต พ.ศ.2323 คือ โขน หนัง หุ่น ละคร รำ (รำหญิง,รามัญรำ,ชวารำ,ญวนรำถือโคมดอกบัว)มโหรี ปี่พาทย์ ระเม็งโมงครุ่ม ญวนหกและคนต่อเท้า โจนหกร้านหอก หกไม้ลำเดียว หกไม้สูง 3 ต่อ ไต่ลวดลังกาไม้ลวดต่ำ คุลาเล็ก มังกรตรีวิสัย(แทงวิสัย)โตกระบือหรือโตกระบือจีนเงาะ มวย คู่ปล้ำ เสลหรือดาบดั้ง คู่ง้าว คู่ทวน คู่หอก คู่กฤช ชนช้าง แข่งม้า ทวนหลังม้า กระบี่หลังม้าและม้าคลุมม้าคลี และยังโปรดให้เจ้านครศรีธรรมราชจัดละครมาร่วมงานเป็นการประกวดประชันกับของหลวงด้วย


