ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ บุคคลสำคัญ ประเทศและทวีป >>
คณะราษฎร์
2
กลุ่มบุคคลผู้พลิกแผ่นดิน และการลิ้มลองอำนาจ อันนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ และวิวัฒนาการ อย่างต่อเนื่องทางการเมืองและการปกครอง มาจนตราบเท่าทุกวันนี้ .
พ.ศ. 2475
ปีแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 150 ปี แห่งราชวงค์จักรี
ที่ได้ปกครองประเทศสยามในรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่7 ยุคสุดท้ายแห่งการปกครองระบอบสมบูรณาญา-สิทธิราชย์
ระบบที่พระมหากษัตริย์ทรงใช้ อำนาจนิติบัญญัติ อำนานจบริหาร และอำนาจตุลาการ
ได้โดยเอกเทศ
ในปีเดียวกันนั้นเอง เศรษฐกิจของประเทศสยามได้ทรุดหนัก
และต่ำลงจนถึงขีดสุด การเงินฝืดเคืองรายได้ของประเทศตกต่ำ
คนว่างงานมีอยู่ทั่วพระราชอาณาจักร
รัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในขณะนั้นไม่สามารถจะแก้ไขปัญหาอะไรได้
จนถึงกับต้องลดเงินเดือนข้าราชการและยุบกองทหารบางส่วน และประกาศ เป็นทางการว่า
จะเก็บภาษีอากรเพิ่มขึ้นอีกหลายชนิด นายพลตำรวจโท พระยาอธิกรณ์ประกาศ
อธิบดีกรมตำรวจได้รับคำสั่งให้จับกุมตัวผู้ที่ไม่ยอมเสียเงินรัชชูปการ
และจัดส่งตัวบุคคลเหล่านั้นไปทำถนนที่พระโขนง
เกิดความเดือดร้อนไปทั่วทุกหย่อมหญ้า ศาลทั่วพระราชอาณาจักร
ประกาศยึดทรัพย์ชาวนาขายทอดตลาด เพื่อนำเงินมาชดใช้เป็นค่าภาษี
ที่ไม่ยอมเสียให้แก่ทางราชการ ชาวนาจากจังหวัดสุพรรณบุรี ราชบุรี
นครปฐมและในจังหวัดต่างๆ ได้เดินทางเข้ามายื่นฎีกา
กราบบังคมทูลต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหัว โดยขอให้ทรงงดเก็บภาษี ส่วยอากร
และค่านา และหยุดการยึดทรัพย์สินของชาวนา
แต่ทางราชการก็มิได้จัดการสิ่งใดตามฎีกาที่ได้ ร้องทุกข์ขึ้นมา
โดยได้อ้างถึงความจำเป็นนานาประการ
จนในวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2475
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงส่งกระแสพระราชดำรัส
โดยให้นำไปอ่านทางวิทยุกระจายเสียง ซึ่งมีข้อความดังต่อไปนี้
" ด้วยได้ทรงรับฎีการาษฎร์ทูลเกล้าฯ ถวายมาที่ต่างๆหลายฉบับ
กราบบังคมทูลร้องทุกข์ถึงความอัตคัดขัดเคือง ซึ่งเกิดขึ้นจากปีหลังมาจนถึงปีนี้
เป็นเหตุให้เกิดความขัดสนจนยาก ทำมาหากินไม่พอจะเลี้ยงชีพ
และเสียภาษีอากรได้สะดวกเหมือนก่อน พากันร้องให้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนด้วยประการต่างๆ เช่นขอให้งดภาษีอากร เป็นต้น
ได้ทรงทราบความฎีกาก็รู้สึกสงสาร ด้วยทรงตระหนักอยู่แล้วว่า ความลำบาก
ของประชาชนมีอยู่แพร่หลาย จึงมีพระราชประสงค์จะให้ทราบความจริงกันทั่วไปว่า
บุคลที่ได้รับความเดือดร้อนในเวลานี้
ไม่เฉพาะแต่ราษฎร์ที่ถวายฎีกาเพียงเท่านั้น ทั้งที่เป็นคหบดีและพ่อค้า
ตลอดจนข้าราชการและเจ้านาย ก็ได้รับความลำบากด้วยกันทั้งนั้น
เพราะเหตุผลแห่งความอัตคัดฝืดเคืองครั้งนี้
มิได้เกิดขึ้นในพระราชอาณาเขตอันจะพึงปกป้องได้ด้วยพระบรมเดชานุภาพ
หรือรัฎฐาภิบาลนโยบายของรัฐบาล เหตุเกิดขึ้นภายในประเทศอื่นก่อน
แล้วลามปามมาเป็นลำดับถึงประเทศนี้ ความเดือนร้อนก็มีแก่ประเทศอื่นเช่นเดียวกัน
แต่ประเทศของเรานี้ยังนับว่าเบากว่าประเทศอื่นอยู่ โดยมากก็เป็นแต่อัตคัดขัดสน
ไม่ถึงกับต้องอดอยากอย่างเขา
ถึงกระนั้นความลำบากก็ยังกระทบกระเทีอนถึงบ้านเมืองทุกประเทศ
เพราะเมื่อประชาชนยากจนลง การเก็บภาษีอากรที่รัฐเฉลี่ยแก่คนทั้งปวง เอามา
ใช้ในการปกครองแผ่นดินและบ้านเมืองก็ได้น้อยลง ไม่พอแก่การดังก่อน
เฉพาะประเทศเรานี้ เมื่อปี พ.ศ. 2473 เงินภาษีอากรและผลประโยชน์ของแผ่นดิน
เก็บได้กว่า 96 ล้านบาท ในปี พ.ศ. 2474 จำนวนเงินเก็บได้ต่ำกว่า 19 ล้านบาท มาถึง
พ.ศ. 2475 ประมาณจำนวนเงินจะตกลงไปอีกสัก 20 ล้านบาท รวมเงินแผ่นดินตกต่ำใน 2
ปีนี้ถึง 91 ล้านบาท เป็นเหตุให้เกิดความยากลำบากแก่รัฐบาลเป็นอย่างยิ่ง
ถ้าจะสงเคราะห์ราษฎร์ด้วยเลิกเก็บภาษีอากรเสียอีก
ฐานะการเงินแผ่นดินที่เป็นอยู่ ณ บัดนี้ ถึงจะไม่ลดภาษีอากรลงเลย
รัฐบาลก็ยังต้องขวยขวายหาเงินจากทางอื่นมาชดใช้ ให้พอจำนวนเงินที่ขาดไป
มิฉะนั้นจะบังเกิดภัยพิบัติถึงบ้านเมืองด้วย
เมื่อความจำเป็นมีอยู่ดังนี้ จึงต้องโปรดให้ตัดรายจ่ายราชการ
เลิกขบวนการ และลดจำนวนข้าราชการ ลง
ตัดรายจ่ายทางเงินเดือนและลดค่าใช้สอยให้น้อยลงเพียงเท่านั้น
ก็ยังไม่พอชดเชยใช้เงินที่ขาด ถึงกับตั้งภาษีอากรขึ้นมาใหม่อีกหลายอย่าง
แต่ภาษีที่ตั้งขึ้นมาใหม่คราวนี้ คิดเฉลี่ยเก็บจากบุคคลจำพวกอื่น
อันเป็นบุคคลผู้มีทรัพย์พอจะเสียให้เป็นพื้น แม้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ก็ทรงสละเงินซึ่งเคยได้รับใช้สอยส่วนพระองค์ ออกช่วยราชการแผ่นดินเป็นส่วนใหญ่
และยอมให้เก็นภาษีทรัพย์ส่วนพระองค์ อันต้องพิกัดเหมือนประชาชนทั้งปวง
แต่ราษฎร์ทั้งหลายนั้น
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดทรงให้ผ่อนผันมิต้องลำบากมากขึ้นด้วยภาษีอากรที่ตั้งใหม่ดังกล่าวมา
ว่าโดยครั้งนี้ เป็นเวลาที่ชาวสยามทุกจำพวก นับตั้งแต่องค์พระเจ้าอยู่หัว
ลงไปจนถึงราษฎร์ พลเมือง จะต้องช่วยกันรักษาบ้านเมืองให้พ้นอันตราย
ด้วยโรควิปริตทั้งโลก จะต้องยอมทนคความลำบากด้วยกันไปชั่วคราว และหวังใจด้วยว่า
จะพ้นความอัตคัดขัดสนในไม่ช้าไม่นาน
ด้วยชาวประเทศอื่นก็เดือดร้อนในเรื่องนี้เหมือนกับเรา รัฐบาลทุกประเทศก็พากันร้อนใจ
และคิดแก้ไขด้วยกันทั้งนั้น หากเป็นความใหญ่หลวง
เป็นความอัตคัดเกี่ยวเนื่องกันไปหมดประเทศหนึ่งประเทศใดจะแก้ไขโดยลำพังไม่ไหว
จึงยังปรึกษาหารือกันช้าอยู่ ส่วนประเทศเราก็ต้องอนุโลมตามถึงกระนั้นการใด
ซึ่งทรงสามารถจะบรรเทาความเดือดร้อนได้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็โปรดฯ
ให้จัดการนั้นๆดังเช่นให้ลดค่านา เรียน้อยกว่าแต่ก่อน
และลดราคาเงินบาทให้ราษฎร์ซื้อขายได้ผลประโยชน์มากขึ้น เป็นต้น
การอย่างใดที่รัฐบาลพึงกระทำ เพื่อบรรเทาความลำบากได้ ก็จะกระทำต่อไป ในส่วนขปงประชาชนก็อาจจะช่วยรัฐบาลได้ ด้วยความอุตสาหะประกอบการให้เกิดโภคทรัพย์ยิ่งขึ้น และพึงพยายามสงวนทรัพย์สินที่มีอยู่อย่าใช้ให้เปลืองไปเสียในการไม่เป็นประโยชน์ จะบรรเทาความลำบากไปได้ ส่วนการเก็บภาษีอากรนั้นก็ควรพยา ยามช่วยราชการ ด้วยความเต็มใจโดยความสามารถ เพื่อจะได้เป็นกำลังสำหรับรัฐบาล ปกครองบ้านเมืองและคิดแก้ไขเหตุการณ์ต่างๆ ให้ประชาชนอยู่เป็นสุข ด้วยหากรัฐบาลไร้ทุนทรัพย์และรายได้แล้ว ก็ไม่สามารถที่จะดำเนินการใดๆ เพื่อประโยชน์ของประชาชน ขอให้ประชาชนทั้งหลายเห็นแก่บ้านเมืองเป็นสำคัญโดยทั่วกัน.
ประกาศมาเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2475
หน้าถัดไป >>>


