Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

การแบ่งแยกออกเป็นสองฝ่าย
และความขัดแย้งทางการเมืองไทย

หน้า 4 >>

ความพยายามที่จะให้คนหนุ่มสาว ชาวนา และกรรมกรเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้นในสถาบันการเมืองทั้งในระดับชาติ และระดับท้องถิ่นนั้น นักปฏิรูปหลาย ๆ คนมีส่วนทำให้ความพยายามดังกล่าวเป็นหมันและไม่อาจบรรลุเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่า รูปแบบและวิธีของนักปฏิรูปที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์เหล่านี้ทำให้คนไทยชั้นชนต่าง ๆ ที่พอใจการเปลี่ยนแปลงทางสังคมอย่างช้า ๆ และสันติเกิดตกใจกลัว ถึงแม้ว่าการชุมนุมประท้วงตามท้องถนนของนักศึกษาจะเป็นไปโดยสันติ แต่สิ่งเหล่านี้ก็จุดชนวนความไม่พอใจแก่ประชาชนที่ติดรูปแบบความเป็นระเบียบเรียบร้อยมาเป็นเวลาช้านาน ความสำเร็จของผู้นำนักศึกษาและชาวนาจำนวนหนึ่ง รวมกับประจักษ์พยานความแตกแยกในมหาเถรสมาคม ทำให้พวกข้าราชการ เจ้าของที่ดิน และพ่อค้าเชื่อว่าประเทศชาติกำลังอยู่ในสภาพร้าวฉาน ตลอดจนคิดว่าบรรดานักศึกษาและแนวร่วมกำลังเหยียบย่ำทำลายประเพณีดั้งเดิมประจำชาติซึ่งมีมาช้านาน บางคนคิดไปจนถึงขั้นที่ว่านักศึกษาบางส่วนเป็นคอมมิวนิสต์จอมกวน ซึ่งควรจะถูกปราบปรามเพื่อความสงบสุขของประชาชนส่วนรวม อย่างไรก็ตามเนื่องจากบรรยากาศทางการเมืองในระหว่างปี 2517 และ 2518 ยังไม่พร้อมสำหรับการเคลื่อนไหวในเรื่องนี้ บุคคลเหล่านี้จึงใช้วิธีเดินแต้มอยู่หลังฉาก และคอยจังหวะที่เหมาะสมต่อไป



หลังจากที่ได้หล่อเลี้ยง และใช้ประโยชน์จากความกลัวในหมู่ชาวไทยว่า ความรวดเร็วและวิธีการเปลี่ยนแปลงของฝ่ายซ้ายนั้นมากเกินไปจนอาจจะถึงขึ้นเป็นปรปักษ์กับความเป็นไทย กลุ่มชนชั้นผู้นำอนุรักษ์นิยมก็ตอบโต้เกมการเมืองที่ดึงคนเข้ามามีส่วนร่วมด้วยการจัดตั้งองค์การมวลชนต่าง ๆ ขึ้นมาบ้าง ผู้นำในกลุ่มทหาร ตำรวจ ต่างรู้สึกว่าสิทธิพิเศษต่าง ๆ ที่ตนเคยมีได้ถูกตัดทอนให้น้อยลงเนื่องจากเหตุการณ์ในเดือนตุลาคม 2516 และเหตุการณ์นี้ยังเป็นเครื่องกีดกั้นการต่อต้านนักศึกษาและผู้แทนชาวนาตลอดจนสหภาพแรงงานต่าง ๆ โดยตรงด้วย อย่างไรก็ตาม กลุ่มพลังอนุรักษ์นิยมเหล่านี้ก็ยังมีเงินทุนหนุนหลังเป็นจำนวนมาก มีเส้นสายทางราชการ และมีอำนาจ ด้วยเหตุนี้เอง ทหารบก ตำรวจ กอ.รมน.ตลอดจนหน่วยต่าง ๆ ของราชการและกลุ่มพ่อค้าซึ่งเป็นเพียงการรวมตัวอย่างหลวม ๆ โดยมีผลประโยชน์ร่วมกันเหล่านี้จึงพยายามจัดตั้งและสนับสนุนกลุ่มอนุรักษ์นิยมใหม่ ๆ ขึ้นมาต่อต้านพวกที่โค่นล้มรัฐบาลในปี 2516 การจัดตั้งในหมู่นักเรียนอาชีวะประสบผลสำเร็จมากกว่ากลุ่มอื่น ๆ รวมทั้งกลุ่มข้าราชการตำรวจในระดับต่ำและชาวบ้าน ทั้งนี้โดยใช้ความริษยาที่คนเหล่านี้มีต่อนักศึกษา ความกลัวลัทธิคอมมิวนิสต์ และการเคารพในสัญลักษณ์ของประเทศอันได้แก่ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นตัวกระตุ้นและแปรเปลี่ยนให้เป็นแรงต้านรอวันเวลาแก้เผ็ดฝ่ายตรงข้าม ที่สำคัญในบรรดากลุ่มใหม่เหล่านี้ก็คือ นวพล กระทิงแดง และลูกเสือชาวบ้าน โดยได้รับความสนับสนุนจากสมาชิกระดับหัวหน้าของกลุ่มชนชั้นนำทางทหาร และตำรวจที่ต่างก็จ้องใช้อิทธิพลทางการเมืองอย่างที่เคยทำมาแต่ก่อนผ่านช่องทางเหล่านี้ขยายอิทธิพลให้ตนเองอยู่แล้ว

นวพล (แปลตามตัวว่า กำลังทั้งเก้าหมายถึงโครงการเก้าจุดของนวพล) ตำเนินการขั้นพื้นฐานผ่านทางกลุ่มข้าราชการและพ่อค้าต่างจังหวัด ขบวนการนวพลเกิดขึ้นในปี 2517 มีจุดมุ่งหมายที่จะปราบปรามฝ่ายซ้ายโดยยึดถือนโยบายต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์และยึดมั่นใน “ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์” หลังจากที่มองเห็นว่า คนไทยส่วนมากมอง “การเมือง” และ “พรรคการเมือง” ว่าเป็นสถาบันที่มีจุดด่าง ผู้นำกลุ่มนวพลก็ฉลาดพอที่จะเรียกการรวมตัวของตนเป็น “ขบวนการ” มากกว่าเป็นพรรคการเมือง ผู้สังเกตการณ์หลายคนเชื่อว่าขบวนการนวพลได้รับความช่วยเหลือทางการเงินและวัตถุจากหน่วยงานของกองทัพบก ตำรวจและกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน. หน่วยงานของรัฐบาลทำกิจกรรมด้านปราบปรามคอมมิวนิสต์) หรืออย่างน้อยที่สุด ถ้าหากไม่ได้รับจากสถานบันที่เป็นทางการ ก็จากบุคคลระดับผู้นำของสถาบันต่าง ๆ เหล่านี้ เช่นเดียวกับศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ขบวนการนวพลสามารถเข้าถึงประชาชนนอกเขตกรุงเทพมหานครออกไป แต่เป้าหมายใหญ่ของนวพลอยู่ที่ตัวจังหวัดและอำเภอไม่ใช่ตามหมู่บ้านในชนบท ผู้นำนวพลใช้การประชุมของคนจำนวนมากเป็นเครื่องมือหาคะแนนเสียงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยใช้วิธีการสนับสนุนลัทธิชาตินิยมควบคู่ไปกับการต่อต้านคอมมิวนิสต์ นอกจากนี้ยังใช้โครงสร้างการจัดองค์กรที่คล้ายคลึงกับคอมมิวนิสต์ ผู้ที่มีแววว่าจะเป็นผู้นำ ได้ถูกเลือกขึ้นมาจากทุกระดับ ตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัดมาจนถึงระดับชาติ เพื่อเข้ารับการฝึกอบรมทางการเมือง หรือการอบรมเพื่อกระตุ้นจูงใจเป็นพิเศษ เมื่อถึงปลายปี 2518 นวพลอ้างว่ามีสมาชิกที่มีบทบาทถึงหนึ่งล้านคน แม้ว่าตัวเลขนี้อาจจะเกินความจริงไปบ้าง แต่ก็ไม่มีปัญหาเลยว่า ขบวนการนวพลได้กลายเป็นสถาบันทางการเมืองฝ่ายขวาที่มีอำนาจอย่างยิ่งไปแล้ว

<< ย้อนกลับ || อ่านต่อหน้า 5 >>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com