Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

การแบ่งแยกออกเป็นสองฝ่าย
และความขัดแย้งทางการเมืองไทย

หน้า 6 >>

ปลายปี 2518 ความรุนแรงค่อยเบาบางลงบ้าง กลุ่มต่าง ๆ เข้าไปต่อสู้กันในสภาเป็นการชั่วคราว โดยต่างฝ่ายต่างใช้วิธีตั้งข้อเรียกร้องที่สวนทางกันเอากับนายกรัฐมนตรี เมื่อมาถึงเดือนมกราคม 2519 รัฐบาลผสมสั่นคลอนเกือบจะบริหารงานต่อไปไม่ได้ เมื่อเห็นว่ากำลังเสี่ยงกับการถูกลงมติไม่ไว้วางใจ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ก็ประกาศยุบสภาและให้เลือกตั้งทั่วไปใหม่ในเดือนเมษายนต่อมา การเลือกตั้งครั้งนั้นรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย บางครั้งอยู่ในขั้นใกล้เคียงกับความรุนแรงอย่างสุดขีดในฟิลิปปินส์ก่อนมีการใช้กฎอัยการศึก ในช่วงระยะเวลา 3 เดือนของการหาเสียง มีการฆ่ากันตายถึงกว่า 30 ราย มีคนบาดเจ็บเป็นจำนวนมากและบ่อยครั้งที่การปราศรัยหาเสียงถูกขัดจังหวะโดยลูกระเบิด พรรคการเมืองฝ่ายซ้ายถูกโจมตีมากที่สุดหัวคะแนนของพรรคฝ่ายก้าวหน้าถูกลอบฆ่าตายในเขตนอกเมือง และที่ทำการของพรรคพลังใหม่ซึ่งเป็นพรรคที่ต้องการปฏิรูปถูกวางระเบิด ผู้ลอบโจมตีเหล่านี้ถูกศาลสั่งปล่อยตัว ความหวาดกลัวก็ยิ่งแผ่กว้าง แต่ทว่าประชาชนต่างก็กล่าวโทษกลุ่มฝ่ายซ้ายว่าเป็นสาเหตุให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้นแทนที่จะว่ากลุ่มขวาซึ่งเป็นฝ่ายกระทำการรุนแรงที่แท้จริง

เหตุการณ์รุนแรงที่สะเทือนขวัญคนมากที่สุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2519 เมื่อคนร้ายลอบสังหาร ดร.บุญสนอง บุณโยทยาน เลขาธิการพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย ดร.บุญสนอง อายุประมาณ 30 เศษ เป็นนักสังคมวิทยาชั้นนำคนหนึ่งของประเทศ หลังจากที่รัฐบาลถนอมได้ถูกโค่นล้มในปี 2516 ดร.บุญสนองได้ลาออกจากตำแหน่งที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์กระโจนสู่เวทีการเมืองเขาเป็นที่นิยมชมชอบในหมู่นักศึกษา และมีส่วนในการบรรเทาข้อเรียกร้องนักศึกษาที่จะให้มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างฉับพลันทันทีลดความรุนแรงลง



ปฏิกิริยาของนักศึกษาต่อการฆาตกรรม ดร.บุญสนอง เงียบงันในระยะแรกและติดตามมาด้วยความโกรธแค้นอย่างรุนแรงต่อมา นักศึกษาเปรียบเทียบการลอบฆ่า ดร.บุญสนองว่าคล้ายคลึงกับกรณีของประธานาธิบดีอัลเยนเด้ในชิลี บุคคลทั้งสองต่างก็มีบทบาทในการกระตุ้นให้มีการเปลี่ยนแปลงตามครรลองของระบบประชาธิปไตย แต่ทั้งสองกลับต้องมาสิ้นชีวิตอย่างน่าอัปยศด้วยฝีมือของฝ่ายขวา การชุมนุมประท้วงของนักศึกษาหลังจากสิ้นชีวิตของ ดร.บุญสนองยิ่งเป็นการกันประชาชนส่วนใหญ่ออกไปยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนในกรุงเทพฯ ซึ่งคนส่วนใหญ่ต่างก็ตกใจและท้อใจกับความทารุณโหดร้ายในวงการเมืองซึ่งทวีขึ้นทุกทีอยู่แล้ว เมื่อมาถึงครั้งนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงมีผลไปในทางตรงกันข้ามกับเหตุการณ์ปี 2516 ซึ่งได้นำไปสู่การการสิ้นสุดของเผด็จการ ในครั้งนี้พฤติกรรมของนักศึกษาไม่ก่อให้เกิดความเห็นอกเห็นใจต่อทั้งดร.บุญสนอง และต่อการกระทำของนักศึกษาเอง

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนแปลงที่สำคัญยิ่งของการเมืองไทย นักศึกษาและปัญญาชนจำนวนหนึ่งเลิกมีบทบาททางการเมืองและหายหน้าไป ในขณะที่อีกจำนวนหนึ่งยืนหยัดยอมแบกรับในการเปลี่ยนแปลงสังคมเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ และบางส่วนได้ขึ้นไปอยู่บนภูเขาร่วมกับพวกต่อต้านรัฐบาล โดยมีความเชื่อมั่นว่าไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้วนอกจากหาทางปฏิวัตินอกสนามเลือกตั้งของพวกชนชั้นนายทุนเจ้าที่ดิน จากจุดนี้เอง การนัดหยุดงานและการชุมนุมประท้วงได้ลดลงจนเห็นได้ชัด

ผลการเลือกตั้งในวันที่ 4 เมษายน 2519 ก่อให้เกิดความประหลาดใจหลาย ๆ อย่าง แต่ก็ยืนยันกำลังที่เพิ่มขึ้นทุกทีของฝ่ายขวา ผู้ที่มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้งแสดงความเป็นอนุรักษ์นิยมตามประเพณีดั้งเดิมและความพอใจในความปลอดภัยและความเป็นระเบียบเรียบร้อยมากกว่าสิ่งซึ่งดูเหมือนความเปลี่ยนแปลงที่ควบคุมไม่อยู่ ความเปลี่ยนแปลงซึ่งไม่ใช่เฉพาะแต่ในสถาบันทางการเมืองของชาติเท่านั้นแต่รวมไปถึงลักษณะความเชื่อถือและค่านิยมต่าง ๆ ประจำชาติด้วย

<< ย้อนกลับ || อ่านต่อหน้า 7 >>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com