สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>
เพิ่มพูนทักษะการเป็นผู้นำ
วิธีพัฒนาทักษะการเป็นผู้นำ
วิธีการสร้างวิสัยทัศน์
วิธีการสร้างแรงจูงใจกับกลุ่ม
วิธีการดูแลตัวเองเพื่อการเป็นผู้นำที่ดี
เพิ่มพูนทักษะการเป็นผู้นำ
มีผู้นำจำนวนเพียงน้อยนิดเท่านั้นในปัจจุบันที่ยังคงใช้อำนาจบังคับบัญชาอย่างเป็นทางการในการออกคำสั่งและควบคุม
สำหรับผู้นำยุคใหม่นั้น พวกเขาจะสร้างอิทธิพล และแรงจูงใจ ให้กับผู้คน
เพื่อบรรลุเป้าหมายที่ถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจน
ซึ่งในการที่จะมีอิทธิพลและสร้างแรงจูงใจได้นั้น ผู้นำจำเป็นต้องมีทักษะต่างๆ
ดังต่อไปนี้
- ทักษะในการสื่อสารที่จะทำให้สามารถพูดและเขียนได้อย่างน่าเชื่อถือ
-
ทักษะด้านมนุษยสัมพันธ์ที่จะสามารถรับรู้และรับฟังสิ่งที่ผู้อื่นต้องการสื่อออกมาจริงๆ
- ทักษะในการคลี่คลายความขัดแย้ง เพื่อรับมือกับช่วงเวลาแห่งการต่อต้าน และความ
ตึงเครียด ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
- ทักษะในการเจรจาต่อรองที่จะทำให้กลุ่มต่างๆ ทำงานร่วมกันได้
ทักษะในการบริหาร ทักษะในการเป็นผู้นำ
- การวางแผนและการจัดทำงบประมาณ - กำหนดทิศทาง
- การจัดโครงสร้างและการบรรจุพนักงาน - การจัดสรรผู้คนให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์
- การควบคุมและการแก้ไขปัญหา - การสร้างแรงจูงใจและการสร้างแรงบันดาลใจ
ผู้นำที่มีบารมีมักจะโดดเด่น
ผู้นำที่มีบารมี (Charismatic
leader)
จะเกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์ในการสร้างแรงบันดาลใจผู้คนจะหันไปพึ่งเสียงที่พลังนี้
เพื่อให้ได้วิสัยทัศน์ที่สวยหรูและความหวังที่จะมีทางแก้ปัญหา ผู้นำที่มีบารมี
สามารถที่จะทำให้สถานการณ์มีความชัดเจนสำหรับผู้คนของเขา
และปลูกฝังความมั่นใจที่คนเหล่านั้นต้องการ
ผู้คนจะรู้สึกปลอดภัยเมื่อปัญหาถูกส่งไปอยู่ในมือของผู้นำประเภทนี้
อะไรทำให้ผู้นำที่มีบารมีนั้นโดดเด่น
โดยผู้นำที่มีบารมีทั่วไปมักจะมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน ทันสมัย และสร้างสรรค์
ทุ่มเทอย่างเต็มที่ เสียสละ ยอมรับความเสี่ยงส่วนตัว
ทำให้เกิดความกระตือรือร้นในกลุ่มคนที่เป็นผู้ตาม
ผู้นำเชิงปฏิรูปมุ่งเน้นไปที่เรื่องคนและภารกิจ
ผู้นำเชิงปฏิรูป (transformational leader)
ต่างจากผู้นำที่มีบารมีตรงที่พวกเขาหลอมรวมองค์กรโดยการทำให้ผู้คนของเขาเกิดการเห็นคล้อยตามกัน
ทำให้ได้มาซึ่งความไว้วางใจและความเคารพนับถือ
สิ่งที่ทำให้ผู้นำเชิงปฏิรูปมีประสิทธิผล คือ
ความสามารถของพวกเขาในการทำให้วิสัยทัศน์นั้นมีเป้าหมายที่ชัดเจน
อันจะเป็นการนำทางทีมของพวกเขาในการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น
ผู้นำลักษณะนี้จะได้ใจคนของพวกเขา จัดหาทรัพยากร ที่คนเหล่านั้นต้องการ
และส่งเสริมให้คนของพวกเขาก้าวไปข้างหน้า
ผู้นำเชิงปฏิบัติปรับความคิดจากอุดมคติมาสู่ความจริง
คุณลักษณะเด่นชัดที่สุดของผู้นำเชิงปฏิบัติ (pragmatic leader)
คือการมุ่งเน้นไปยังองค์กรแทนที่จะเป็นตัวบุคคล
ผู้นำเชิงปฏิบัติจะเผชิญกับความจริงของสภาวะทางเศรษฐกิจ
ผู้นำเชิงปฏิบัติจะมีประสิทธิผลสูงสุด
เมื่อองค์กรกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก
หรือยามที่สภาวะทางธุรกิจมีความวุ่นวายมากเกินกว่าที่จะมองไกลออกไปได้
นั้นคือในยามที่วิสัยทัศน์คุ้ยเคย
และวิสัยทัศน์ในระยะสั้นนั้นเป็นสิ่งจำเป็นมากกว่า
ผู้นำที่มีประสิทธิผลมุ่งเน้นเรื่องอนาคต
ผู้นำที่มีประสิทธิผล (effective leader) จะต้องมุ่งเน้นเรื่องอนาคต
สร้างวิสัยทัศน์และอธิบายให้เป็นที่เข้าใจต่อกลุ่มของพวกเขา
เต็มใจที่จะยอมรับความเสี่ยงที่ได้มีการไตร่ตรองแล้ว
รู้วิธีการเขียนอย่างชัดเจน รับฟังอย่างใกล้ชิด ดำเนินการประชุม
การนำเสนอเจรจาต่อรองและพูดในที่สาธารณะได้อย่างมีประสิทธิผล มีจิตใจที่มั่นคง
มีสติรู้ตน มีความเมตตากรุณา และมีอารมณ์ขัน
ทักษะการเป็นผู้นำ
บันไดสู่ความเป็นผู้นำ
ภาวะผู้นำปริวรรต
ภาวะผู้นำแบบสร้างสรรค์


