วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน
กลบทสุภาษิต
หลวงธรรมาภิมณฑ์ (ถึก จิตรกถึก)
มยุราฟ้อนหาง
ดูดูท่า อย่าเลินเล่อ เผลอบ่อยบ่อย
คุมคุมใจ ไว้อย่าปล่อย ไปปร๋อปร๋อ
เหมือนเหมือนอย่าง ทางที่เป็น เช่นพอพอ
ตรองตรองใจ ที่ในข้อ ให้ควรควร
เปรียบเปรียบว่า บุตรภรรยา คนใช้ใช้
ปล่อยปล่อยปละ ละให้ ฮึกหวนหวน
เฉยเฉยเสีย ไม่สั่งสอน ข้อนชวนชวน
กล้ากล้านัก มักก่อกวน จะแรงแรง
มีมีแต่ ต่างจะดื้อ ถือปึ่งปึ่ง
ข้อนข้อนข้าง วางข้อขึง ขึ้นแข็งแข็ง
คล้ายคล้ายช้าง ห่างขอ มักแคลงแคลง
ชวนชวนชัก มักระแวง จงจำจำ
นาคเคี่ยวกระหวัด
นาคราชแผลงฤทธิ์
บัวบานกลีบขยาย
อักษรสลับล้วน
มยุราฟ้อนหาง
ยัติภังค์
ละเวงวางกรวด
กินนรรำ
เจ้าเซ็นเต้นต้ำบุด
นารายณ์ประลองศิลป
พระจันทร์ทรงกรด
อักษรสังวาส
ธงนำริ้ว
วิสูตรสองไข
เสือซ่อนเล็บ
นาคบริพันธ์
เบญจพรรณห้าสี
ครอบจักรวาล
หงส์คาบแก้ว
พักพันร้าน
งูกลืนหาง
นกกางปีก
คุลาซ่อนลูก
ถอยหลังเข้าคลอง
ม้าลำพอง
กลบกลืนกลอน
ลิ้นตะกวด
ดอกไม้พวง
เมฆขลาโยนแก้ว
ดวงเดือนประดับดาว
ช้างประสานงา
พวงแก้วกุดั่น
ดำเนินนางสระ
ตรีเพชรพวง
ม้าเทียมรถ
เทพชุมนุม
คมในฝัก
พยัคย์ข้ามห้วย
ตรีประดับ
ก้านต่อดอก
กระแตไต่ไม้
กบเต้นสลักเพชร
อักษรล้วน
รักร้อย
กบเต้นกลางสระบัว
สะบัดสะบิ้ง
วัวพันหลัก
สารถีชักรถ
สุรางค์ระบำ
ฉัตรสามชั้น
กบเต้นต่อยหอย
สร้อยสน
สิงโตเล่นหาง
ละลอกแก้วกระทบฝั่ง
มักกรคาบแก้ว
กบเต้นสามตอน
กินนรเก็บบัว
ตรีพิธพรรณ
กลอนแปด


