Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ปรัชญา อภิปรัชญา ญาณวิทยา จิตวิทยา ตรรกศาสตร์ >>

มนุษยนิยมในปรัชญามาร์กซ์

วิทยา ศักยาภินันท์

กำเนิดแนวคิดแบบมนุษยนิยมในปรัชญามาร์กซ์
มนุษย์ในฐานะที่เป็นสิ่งธรรมชาติ
มนุษย์ในฐานะที่เป็นมนุษย์
มนุษย์กับภาวะแปลกแยก
มนุษย์คอมมิวนิสต์
บทสรุป
บรรณานุกรม

มนุษย์กับภาวะแปลกแยก

 (man and his alienation)

ดังกล่าวมาแต่ต้นแล้วว่าในทัศนะของปรัชญามาร์กซ์ ชีวิตมนุษย์ผูกพันกับการผลิตเพื่อยังชีพ และประวัติศาสตร์จะเปิดเผยลักษณะของมนุษย์ในแต่ละยุคออกมา ในหนังสือ Economic and Philosophic Manuscripts of 1844 มาร์กซ์กล่าวไว้ว่า การผลิตแบบทุนนิยมเป็นที่มาของความทุกข์ยากของกรรมกรซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ในสังคม เพราะวัตถุประสงค์ของการผลิตแบบนี้คือเพื่อเพิ่มพูน สมบัติส่วนตัว (private property) ของผู้เป็นเจ้าของปัจจัยการผลิตเป็นสำคัญ ส่วนผู้ผลิตเป็นกลุ่มคนที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ พร้อม ๆ กันกับที่ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของเขาถูกลดลงไปด้วย โดยมีความสำคัญน้อยกว่าเครื่องจักร (appendage of the machine) อย่างที่มาร์กซ์กล่าวว่า

ยิ่งสร้างความร่ำรวยและผลิตได้มาก กรรมกรยิ่งยากจนลง ยิ่งผลิตสินค้าได้มาก กรรมกรยิ่งกลายเป็นสินค้าที่ต่ำราคา ความเป็นมนุษย์ถูกลดค่าลงตามอัตราส่วนของสิ่งผลิตที่เพิ่มมากขึ้น (Marx, 1977 : 67 – 68)

ความเป็นมนุษย์ที่ถูกลดค่าลงนี้ มาร์กซ์เรียกว่ามนุษย์ตกอยู่ภายใต้ ภาวะแปลกแยก (alienation) หรือมีชีวิตที่ผิดแปลกไปจากที่สิ่งธรรมชาติควรจะมี ในสภาวะเช่นนี้ พลัง (power) ของมนุษย์ที่แสดงออกมาผ่านกิจกรรมเพื่อการยังชีพหรือการผลิตของตนนั้นมิได้เป็นไปเพื่อพัฒนาตัวเขาอย่างเต็มที่ แม้ความ ต้องการ (need) หรือการเกี่ยวข้องกับสิ่งธรรมชาติอื่น ๆ นั้นก็เป็นไปอย่างมีอุปสรรค กรรมกรหรือผู้ที่เสียเปรียบต้องดิ้นรนเป็นทวีคูณเพื่อขจัดความทุกข์ (suffering) ที่บั่นทอนความเป็นมนุษย์ของเขา

ปรัชญามาร์กซ์ได้แสดงความแปลกแยกหรือสภาพลดความเป็นมนุษย์ในระบบทุนนิยมดังนี้

  1. มนุษย์แปลกแยกจากตัวเอง (alienation from self)
    ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในระบบทุนนิยมไม่ใช่ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ แต่เป็นระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง นายจ้างปฏิบัติต่อลูกจ้างไม่ใช่ในฐานะของมนุษย์แต่เป็นสินค้าอย่างหนึ่ง ที่สร้างความร่ำรวยแก่นายจ้าง ลูกจ้างไม่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมทางวัฒนธรรมและระบบการศึกษาที่มีอยู่ในสังคมได้ ทั้ง ๆ ที่เป็นมนุษย์ แต่เขาก็แปลกแยกจากตัวเอง มองตัวเองอย่างไร้เกียรติและไม่มีศักดิ์ศรีจนไม่สามารถเข้าใจว่าตัวเองนั้นคือมนุษย์เช่นเดียวกันกับมนุษย์ทั่วไป
  2. มนุษย์แปลกแยกจากแรงงาน (alienation from labour)
    ลูกจ้างได้สร้างความร่ำรวยแก่นายจ้าง โดยได้รับค่าจ้างในระดับพอยังชีพเป็นสิ่งตอบแทน ยิ่งผลิตได้มากลูกจ้างยิ่งจนลง ยิ่งขายสินค้าได้ราคาดี ลูกจ้างยิ่งเป็นสินค้าที่ราคาต่ำ แรงงานไม่ได้มีส่วนพัฒนาลูกจ้างแม้แต่น้อย สุขภาพกายและสุขภาพจิตของพวกเขานับวันจะแย่ลงทุกวัน จะรู้สึกปลอดโปร่งเหมือนได้อยู่บ้านก็เฉพาะเวลาว่างจากงาน แต่ที่โรงงานแล้วทำให้รู้สึกหดหู่ว้าเหว่เหมือนคนไม่มีบ้าน การใช้แรงงานของลูกจ้างไม่ได้เกิดจากความสมัครใจ แต่มาจากสภาพถูกบังคับ ลูกจ้างจะถ่วงงานหรือเลี่ยงงานทันทีที่ได้โอกาส เพราะไม่มีความภาคภูมิใจในงานที่กำลังทำอยู่
  3. มนุษย์แปลกแยกจากสิ่งผลิต (alienation from product)

    แรงงานที่ลูกจ้างทุ่มเทลงไปในการผลิตได้แปรสภาพเป็นสิ่งของ (objectification of labour) แต่สิ่งของหรือผลผลิตนั้น แทนที่จะตกเป็นของผู้ผลิต แต่เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้ผลิตไม่ได้เป็นเจ้าของ และต่อต้านผู้ผลิตเอง ยิ่งทุ่มเทแรงงานผลิตมากเท่าใด ยิ่งไม่มีโอกาสเป็นเจ้าของสิ่งผลิตแม้แต่น้อย และทำให้ลูกจ้างต้องตกไปอยู่ใต้อำนาจของสิ่งหนึ่งที่งอกเงยมาจากแรงงานของเขา นั่นคือ มูลค่าส่วนเกิน (Surplus Value) ซึ่งเป็นค่าแรงงานที่ไม่ได้จ่ายแก่ลูกจ้าง (unpaid labour) ที่เรียกว่า “ทุน” มากขึ้นเท่านั้น
  4. มนุษย์แปลกแยกจากเพื่อนมนุษย์ (alienation from fellow beings)
    ในระบบทุนนิยม สภาพการทำงานมีการแบ่งงานกันทำเป็นแผนก ความสัมพันธ์ระหว่างลูกจ้างจึงมีน้อย พวกเขาถูกโดดเดี่ยวจากกันและกันโดยลักษณะของงานที่ส่งเสริมการเห็นแก่ตัว นายจ้างใช้วิธีการให้ลูกจ้างต้องแข่งขันกัน เพื่อผลของงานจะตกแก่นายจ้าง บรรยากาศการทำงานจึงเป็นไปอย่างขาดมิตรภาพระหว่างผู้ทำงานด้วยกัน นอกจากนั้น ลูกจ้างยังไม่สามารถมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคมทั้งมวล ไม่เหมือนในสังคมกรีกโบราณซึ่งไม่มีการแบ่งแยกคนจากกิจกรรมทางสังคม ในสมัยนั้นผู้คนต่างมีเสรีภาพและเป็นสมาชิกของสังคมอย่างมีศักดิ์ศรีและเท่าเทียมกัน ด้วยการมีส่วนร่วมใน กิจกรรมทางการเมืองอย่างเสมอหน้า ตรงกันข้ามกับสภาพสังคมในระบบทุนนิยม การเมืองไม่ใช่ กิจกรรมของคนทั้งหมด แต่เป็นของคนกลุ่มหนึ่งที่เป็นเจ้าของปัจจัยการผลิต ฉะนั้น สังคม (ประชาชน) กับการเมืองจึงแปลกแยกจากกัน

ด้วยเหตุนี้ ในทัศนะของปรัชญามาร์กซ์ ลูกจ้างไม่มีสถานภาพพอจะกล่าวได้ว่าเป็นมนุษย์ภายใต้ระบบทุนนิยม แต่เป็นเหมือนวัตถุชนิดหนึ่ง อุดมการทางสังคมที่ดำรงอยู่ (social ideology) ไม่ว่าจะเป็นจริยธรรม หลักปรัชญา ระบบการศึกษา กฎหมาย และการปกครอง เป็นต้น ล้วนกระหน่ำซ้ำเติมลูกจ้างให้จมปลักอยู่ในห้วงความทุกข์ยากยิ่งขึ้น จนขาดจิตสำนึกที่จะยืนหยัดลุกขึ้นปกป้องสถานภาพการเป็นมนุษย์ของตัวเอง

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com