Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยจีน

บทสุนทรพจน์ในวาระการครบรอบ 25 ปี

แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีน-ไทย

โดย Mr.Ling Shuo (รังสรรค์ หลิง) นักศึกษาจีน เอกวิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยต่างประเทศปักกิ่ง

ไม่ทราบว่าทุกท่านเคยอ่านวรรณคดีเรื่อง "ซงกั๋ง" (ซ้องกั๋ง) หรือเปล่า ในตอนจบของเรื่องนี้เขียนถึง "หลี่จุ้น" ซึ่งเป็นหนึ่งในชายชาตรี 108 คน ว่าเขาไม่สนใจยศถาบรรดาศักดิ์ที่จักรพรรดิพระราชทาน แต่เดินทางไปยังสยามรัฐและได้เป็นผู้ครองอาณาจักรของสยามในทีหลัง เราไม่ต้องสนใจว่าเรื่องนี้เป็นความจริงหรือไม่ แต่อย่างน้อยก็แสดงว่า ความสัมพันธ์ระหว่างชาวจีนกับชาวไทยไม่ได้เป็นเพียงมโนภาพของปัจจุบันนี้เท่านั้น

จีนไทยมิใช่อื่นไกล (เป็น) พี่น้องกัน ประโยคนี้เกือบจะเป็นคำติดปากของทั้งชาวจีนและชาวไทยยามพูดถึงความสัมพันธ์ ระหว่างชนชาติทั้งสอง หากท่านใคร่จะทราบว่า จีนไทยเป็นพี่น้องกันมายาวนานขนาดไหน ก็ของเชิญลงเรือค้นคว้าของกระผม และทวนน้ำขึ้นไปถึงต้นกำเนิดแห่งแม่น้ำแห่งประวัติความสัมพันธ์จีน-ไทยด้วยกันเถิด

ตามข้อมูลจากหนังสือพงศาวดารจีนชุด 25 เล่ม เมื่อสมัยจักรพรรดิ์ฮั่นอู่ตี้ของราชวงศ์ซีฮั่น (ฮั่นตะวันตก) ก็มีการไปมาหาสู่กันระหว่าง ราชฑูตของทั้งสองประเทศ เพียงแต่ว่าช่วงนั้นไทยยังแบ่งออกเป็นแคว้น ๆ โดยต่างก็มีเจ้าผู้ครองแคว้นอย่างยุคจั้นก๊กของจีน

เมื่อถึงสมัยสามก๊ก ขุนนางของซุนกวนได้เดินทางมายังประเทศต่าง ๆ ทางเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ และกลับไปแต่งเป็นหนังสือซึ่งมีชื่อว่า "บันทึกข้อมูลต่างประเทศของรัฐอู๋" ในหนังสือเล่มนี้ก็มีส่วนหนึ่งบันทึกถึงวัฒนธรรมและประเพณีของเมืองกิมหลิน ซึ่งอยู่ในภาคกลาง ของไทยปัจจุบัน ถัดมาจนถึงสมัยราชวงศ์ใต้และเหนือ เมืองพานพาน ซึ่งอยู่ในภาคใต้ของไทยปัจจุบัน ส่งบรรณาการจิ้มก้องจีนทุกปี เพื่อแสดง ความสัมพันธไมตรีต่อจีน

ถึงสมัยราชวงศ์สุยและถัง จีนกับเมืองตามพรลิงค์ (นครศรีธรรมราช) และทวารวดี ก็มีการไปมาหาสู่กันเป็นนิจ สัมพันธไมตรีจีน -ไทย ได้ใกล้ชิดกันขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง

ต่อมาถึงราชวงศ์ซ่ง การค้าระหว่างจีนกับอาณาจักรละโว้ ซึ่งอยู่ที่ลพบุรีในสมัยปัจจุบันได้พัฒนาโดยเร็ว และเริ่มมีชาวจีนอพยพ มาสู่อาณาจักรนี้ เพื่อทำการค้าและอื่น ๆ

ในช่วงเวลาประมาณ 560 ปี จากราชวงศ์หยวนถึงราชวงศ์ชิง ไทยอยู่สมัยสุโขทัย สมัยกรุงศรีอยุธยา สมัยธนบุรีและ ตอนต้นสมัยรัตนโกสินทร์ ความสัมพันธ์ระหว่างจีน-ไทย ได้ไปถึงจุดสุดยอดของหลาย ๆ ราชวงศ์ที่ผ่านมา ทั้งจีนและสยาม (ไทย) ต่างก็ส่งราชฑูตติดต่อถึงกันด้วยไมตรีจิตชาวจีนกับชาวไทยก็ได้ใช้ชีวิตกันอย่างสันติสุข ภายใต้ความมั่นคงทางการเมืองที่ใกล้ชิดกัน ของสองประเทศ

ในสมัยโบราณ นอกจากมีการติดต่อทางด้านการเมืองแล้ว การแกเปลี่ยนวัฒนธรรมก็ยิ่งมีประวัติยาวนานกว่า โดยเฉพาะวัฒนธรรมจีน ที่มีต่อไทย

ในสมัยราชวงศ์หมิง รัฐบาลสร้าง "หอสยาม" ไว้เพื่อศึกษาภาษาไทย ถึงสมัยราชวงศ์ชิง อาจารย์หลายท่านได้แต่งหนังสือ "ภาษาแปลหอสยาม" ขึ้นด้วยความมานะอุตสาหะ นับเป็นพจนานุกรมไทยจีนเล่มแรก เดี๋ยวนี้ตำราเล่มนี้ก็ยังคงเก็บไว้เป็นอย่างดี ในหอสมุดปักกิ่ง สำหรับอิทธิพลวัฒนธรรมจีนที่มีต่อไทย ได้แสดงในหลายด้าน เช่น ในด้านวรรณคดี ด้านศิลปะ ด้านภาษา และด้านเทคนิค เป็นต้น เครื่องสังคโลกก็ดี วรรณคดีเรื่องสามก๊กฉบับแปลก็ดี และวรรณคดีไทยอีกมากมายหลายเรื่องที่แปลจาก วรรณคดีจีนล้วนเป็นหลักฐานที่พิสูจน์ความสัมพันธ์นี้ได้ดี

 

ทีนี้ ขอหันกลับมาดูสมัยปัจจุบันนี้ด้วยกันเถิด

ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 1975 ซึ่งเป็นวันที่สาธารณรัฐประชาชนจีนและราชอาณาจักรไทยได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการฑูตแล้ว การร่วมมือระหว่างสองประเทศได้พัฒนาไปในทุกทิศทางโดยเร็วและได้รับความสำเร็จเด่นชัด ความสัมพันธ์นี้ได้แสดงในหลายด้าน ดังต่อไปนี้

1. การติดต่อไปมาหาสู่กันระหว่างผู้นำระดับสูง เป็นพื้นฐานของความสัมพันธ์ที่มีเสถียรภาพของประเทศทั้งสอง ใน 25 ปีที่ผ่านมา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีของไทยได้เสด็จเยือนจีนหลายครั้งหลายหน และประธานาธิบดีเจียงเจ๋อหมิง กับ อดีตนายกรัฐมนตรีหลี่เผิงก็มาเยือนชาวไทยด้วยไมตรีจิต ท่านเหล่านี้ล้วนละม้ายสะพานที่เชื่อมโยงจีนกับไทย ต่างก็ฝากความปรารถนาดี ของประเทศตนสู่มิตรประเทศ และได้เร่งพัฒนาความสัมพันธ์ให้มั่นคงนิรันดร

2. การค้าทำให้ความสัมพันธ์นี้มีเนื้อหา มีความหมาย มีชีวิตชีวาขึ้น จีนมาลงทุนสร้างสนามบิน สร้างเขื่อน ไทยไปเปิดสาขาบริษัท โดยเฉพาะเมื่อฝ่ายหนึ่งประสบความยากลำบาก มีอุปสรรคขัดข้อง อีกฝ่ายหนึ่งก็ได้เอื้อเฟื้อช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ต่างก็แสดง ความจริงใจต่อกัน

3. การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมเป็นวิธีสำคัญของการรู้จักคุ้นเคยเข้าใจกัน เมื่อปี ค.ศ. 1994 รัฐบาลจีน ให้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาติ นิ้วข้อพระหัตถ์ของจีน นำมาประดิษฐานให้ประชาชนไทยสักการบูชาที่พุทธมณฑลในประเทศไทยเป็นเวลา 83 วัน ทำให้คนไทย ได้เข้าใจพุทธศาสนาของจีน นอกจากนี้ในจีนก็มีการแสดงจระเข้และมวยไทยจากประเทศไทย ทำให้ชาวจีนสนใจเมืองไทยว่ามีสิ่งที่ น่าสนใจเต็มไปด้วยความลึกลับน่าอัศจรรย์มากยิ่งขึ้น จนกระทั่งเป็นดินแดนที่ใฝ่ฝันจะได้มาท่องเที่ยวสักครั้ง

แต่ในขณะเดียวกัน จีนไทยก็มีช่วงหนึ่งที่ขัดแย้งกันด้วยเหตุผลหลายประการ อย่างไรก็ดี ความสัมพันธ์ระหว่างชาวจีนกับชาวไทยก็ ไม่เคยขาดจากกันสักที เพราะว่าเรามีฉันทามติที่ใคร่ขอสันติภาพของโลก เรามีจิตใจเหมือนกันที่จะฟันฝ่าขจัดอุปสรรคต่าง ๆ มิหนำซ้ำ เรายังมีบุคคลที่ยอมทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเพื่อประสานรอยร้าวของความสัมพันธ์นี้ อย่างนายกรัฐมนตรี โจว เอิน ไหล และ ท่านนายกรัฐมนตรี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นต้น ปัญหาเล็กน้อยที่เกิดขึ้นชั่วครั้งชั่วคราวจะตัดความสัมพันธ์นี้ไม่ได้เด็ดขาด

หากเป็นพี่น้องจริง แม้บางครั้งก็ยังอดเถียงกันไม่ได้ แต่โดยความจริงแล้ว พี่น้องไม่มีวันจะตัดรอนกันได้ เนื่องจากพวกเขามีความผูกพันที่ "ฆ่าไม่ตาย ขายไม่ขาด" จีนกับไทยก็เช่นเดียวกัน

เมื่อวาน อาจารย์เกื้อพันธุ์ นาคบุปผา จากสถาบันราชภัฏเชียงใหม่ที่มาสอนภาษาไทยพวกเราในภาคเรียนที่แล้วได้โทรศัพท์มาจาก ประเทศไทยมาถามว่า ในวาระการครบรอบ 25 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการฑูตระหว่างจีน-ไทย มหาวิทยาลัยของเรามี กิจกรรมอะไรบ้างไหม ผมบอกว่าพรุ่งนี้จะมีงานเลี้ยงที่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง แต่นอกนั้น การสอบสุนทรพจน์ของวันนี้ซึ่งกำหนดหัวข้อไว้ว่า "จีนไทยมิใช่อื่นไกล พี่น้องกัน" ก็เป็นวิธีฉลองเพื่อระลึกถึงความสัมพันธ์ระหว่างจีน-ไทย ที่มีความหมายลึกซึ้งยิ่งอย่างหนึ่งของพวกเรา

ความสัมพันธ์ด้านการเมืองระหว่างไทยกับจีน
การแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูง
ความร่วมมือไทย-จีนในศตวรรษที่ 21
ความร่วมมือไทย-จีนว่าด้วยด้านยาเสพติด
สัมพันธภาพระหว่างประเทศไทยกับประเทศจีนในด้านอื่นๆ
บทสุนทรพจน์ในวาระการครบรอบ 25 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีน-ไทย

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com