Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

หอพระไตร

รวมธรรมบรรยายของ หลวงพ่อชา สุภัทโท

ฝึกจิตให้มีกำลัง

 3

           สุรา ของมึนเมา ของมีโทษ เมื่อไม่รู้จักประมาณไปดื่มไปเสพเข้า ก็เกิดโทษ ขาดสติ เกิดเป็นบ้าเป็นบอ ไม่รู้จักญาติพี่น้อง ไม่รู้จักดีหรือชั่ว ไม่รู้จักผิดหรือถูกพวกเราก็คงรู้ๆ กันอยู่แล้ว ได้เห็นประจักษ์กับตากับหูมาแล้วโทษ 5 ประการนี้ มันมีอยู่ในโลกของคนผู้ยังหมกมุ่นอยู่ เราก็ควรจะละเว้นเสีย นี่เป็นเรื่องศีลธรรมเป็นธรรมที่มนุษย์ควรประพฤติ ควรรักษา ถ้าหากขาดศีลธรรมเป็นธรรมทั้ง 5 ประการนี้แล้ว บ้านเมืองเราก็จะเกิดความเดือดร้อน มิได้อยู่เย็นเป็นสุขเลย ที่เรายังเดือดร้อนอยู่เพราะยังไม่ได้ทำให้ถูกต้องอย่างจริงจัง โทษทั้ง 5 เหล่านี้ พวกเราได้ยินได้ฟังมาบ่อยๆ จำได้ พูดได้ แต่ยังทำไม่ได้ จึงเกิดความเดือดร้อนเพราะศีลธรรมเป็นเพียงเรื่องพูดกัน และถือเป็นประเพณี เรื่องศีลธรรมนี้ แม้แต่นักบวชนักพรต ก็ควรศึกษาเข้าให้เข้าใจและปฏิบัติตามให้ถูกต้อ งมันไม่เป็นของยากลำบากอะไร มันยากก็ตรงที่เราตามใจตัวเอง ไม่รู้จักหักห้ามใจตัวเองไว้ ไม่ทำตามกฎระเบียบของพระพุทธเจ้า

           อาตมาว่า ข้อวัตรปฏิบัตินี้ พระพุทธเจ้าตรัสรู้สอนไว้พร้อมแล้วทุกอย่าง ที่เราพากันศึกษาเล่าเรียนรู้อยู่ ทั้งนักธรรมชั้นตรี ชั้นโท ชั้นเอก แต่เราขาดการปฏิบัติตามความรู้ที่ได้ศึกษาเล่าเรียมานั้น มิใช่ว่าจะขาดตำราขาดยุคขาดสมัย ตำรับตำรายังอยู่ คัมภีร์ยังมีอยู่ พูดอยู่ สอนอยู่ เคี้ยวอยู่แต่ไม่ยอมกลืน เพราะขาดการปฏิบัติอย่างจริงจัง ต่อมาการนับถือศาสนาเลยกลายเป็นประเพณีไปบวชก็บวชพอเป็นประเพณี ทำบุญก็ทำบุญพอเป็นประเพณี ทุกอย่างจะเหลือเป็นประเพณีไปแล้ว มันจึงเสื่อมลงๆ พูดอีกอย่าง ข้อปฏิบัติศีลธรรมทั้งหลาย เปรียบเหมือนเกลือ สัตว์โลกทั้งหลายเปรียบเหมือนก้อนเนื้อถ้าหากว่าเกลือมันเสื่อมคุณภาพ หรือมีน้อยเมื่อไรแล้ว เนื้อก็จะเน่าเท่านั้น มีน้อยก็เน่าน้อย มีมากก็เน่ามาก โลกเรานี้ ถ้าหากขาดจากศีลธรรมแล้ว ไม่ไหวไปไม่รอด จะหมุนเข้าไปใกล้ความพินาศ เหมือนกับก้อนเนื้อที่มันต้องเน่า เพราะขาดเกลือ มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ การแสดงความเคารพคารวะทั้งหลายนั้น ก็จะหมดไป สิ้นไป ถ้าปราศจากศีลธรรมแล้ว ลูกกับพ่อแม่ก็ไร้ความหมาย ครูบาอาจารย์กับลูกศิษย์ก็ไม่มีความหมายภรรยาสามีก็ไร้ความหมายเช่นกัน มันจะกลับกลายเป็นสภาพอย่างอื่นไป อันนี้มิใช่เรื่องอื่น เป็นเพราะมนุษย์ขาดจากการปฏิบัติตามศีลธรรมนั่นเอง

           คำที่ว่า พระพุทธเจ้า และพระสาวก ปฏิบัติตรัสรู้ธรรมนั้น พวกเราไปเข้าใจเอาว่า ท่านไปรู้สิ่งอื่นที่ไม่มีอยู่ในโลกนี้ สูงเกินไป พวกเราที่เป็นสามัญชนคนธรรมดา เมื่อเข้าใจดังนี้ จึงไม่มีความสามารถ ที่จะประพฤติปฏิบัติตามข้อวัตรนั้นได้ เกิดความท้อแท้จิตใจอ่อนใจในข้อวัตรปฏิบัติ

 

           ในสมัยก่อนนั้น พระอาจารย์มั่น พระอาจารย์เสาร์เทศน์สั่งสอนประชาชน ก็เทศน์เรื่อง ทุกข์ สมุทัย นิโรธและมรรค ท่านเจ้าคุณสมเด็จดุเอาว่า “ธรรมะของจริงของพระอริยเจ้า เอามาเทศน์ทำไม ไม่ควรเอามาเทศน์ให้คนธรรมดาฟัง” นี่เห็นไหมเล่าถึงคราวจะหลง มันไม่ยากนักหรอก เพราะไม่เข้าใจว่าอริยสัจ 4 นั้น มันเป็นไม่ได้ง่ายนักหรอก ให้อุบายแนะให้สัตว์ทั้งหลาย เข้าไปเห็นความจริง เมื่อสัตว์ทั้งหลายเข้าไปเห็นความจริงแล้ว เขาจึงจะรู้เองเห็นเอง การประกาศธรรมทั้งหลาย ก็ไม่อยากให้ประกาศอริยสัจ 4 อันเป็นความจริง ให้ช่วยกันปกปิดไว้เหมือนกับพระพุทธองค์ตรัสว่า ให้พิจารณาความเกิดแก่เจ็บตาย มรณัสสติคือความตาย พระพุทธเจ้าท่านให้พิจารณาให้รู้ มีอานิสงส์มาก แต่บางคนไม่อยากฟัง ไม่ยอมพูดถึง ใครพูดก็ห้ามไว้ว่า “พูดถึงความตายแล้ว มันหมดสนุกห้ามพูด” ให้พูดถึงแต่เรื่องอื่น เรื่องที่มันพามัวเมา หลงระเริง ไปตามกิเลสตัณหา คนไม่อยากเห็นงูแต่พอไปเหยียบงูเข้า ก็ร้องลั่นกลัวตาย นี่เป็นความเข้าใจผิดของคนเราโดยมาก การบำเพ็ญบุญวันนี้ก็เหมือนกัน ให้ทำความเข้าใจคำว่าบุญ บางทีเข้าใจผิด เห็นคนมาร่วมมากๆ ก็เข้าใจว่าเป็นบุญ เห็นคนมาน้อยก็เข้าใจว่าไม่เป็นบุญ ความจริงแล้วไม่ใช่อย่างนั้น บุญมิได้เกี่ยวกับความน้อยความมากของจำนวนคนหรือของ ถ้าหากทำถูกต้องตามคำสอนตามความเป็นจริงแล้ว ก็เป็นบุญทั้งนั้นเหมือนกับเราไปดูลิงนั่นแหละ ไปดูน้อยคนก็เห็นลิง ไปดูมากคนก็เห็นลิง ไม่มีใครไปดูเลยมันก็เป็นลิงของมันอยู่ มันเป็นของมันอยู่อย่างนั้น ฉะนั้นเรื่องบุญก็เช่นกันไม่ได้อยู่กับจำนวนน้อยหรือมาก คนมากสร้างความผิดก็มีอยู่ สร้างความถูกต้องก็มีอยู่ มันไม่แน่นอน ที่แน่นอนก็ตรงที่เป็นความจริง เป็นความถูกต้องตามคำสอนของพระพุทธเจ้าเท่านั้น เช่นเราพากันมาทำบุญกฐินวันนี้ ได้ทำบุญกฐินแล้วก็ดีใจ ถ้าหากได้นำมหรสพ ดนตรี มาฉลองหมดเงินหมดทองไปหลายพันหลายหมื่น ก็นึกดีใจ เราทำบุญแล้วไม่ได้พิจารณาหาเหตุผล ไม่เอาสิ่งที่ควรเอา ไม่ยอมละวางสิ่งที่ควรละวาง ก่อนจะทำบุญก็ทำความผิดเวลาทำบุญก็มาทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องเป็นความผิดความเดือดร้อนเราต้องฟัง คำว่าบุญนั่นน่ะ ถ้าเป็นบุญ มันก็ไม่เป็นบาปถ้าถูกต้อง มันก็ไม่ใช่ผิด การทำบุญแต่ละครั้งสิ้นเปลืองมาก สิ้นเปลืองของภายนอก หมดสัตว์ไปหลายตัวหมดเหล้าไปหลายลัง หมดสิ่งของไปหลายอย่าง เราไม่ได้พิจารณา มันเป็นการทำบุญนอกพระพุทธศาสนาอาตมาพูดไปก็ขัดใจคนที่ยังไม่เข้าใจถ้าเขาเข้าใจแล้วก็ทำผิดไม่ได้ เราเคยคิดไหมว่า บุญที่เราจะได้รับมันคืออะไรอยู่ที่ไหน บุญนั้นก็คือความสุขที่ปราศจากโทษ มันอยู่ที่จิตใจของเราเอง ถ้าหากใจเราไม่เป็นบุญ ใจไม่เลิกละความผิดออกไป ใจไม่ยอมละความชั่ว ความดีเข้ามาได้อย่างไร ไม่มีทางเข้ามาได้

            การทำบุญกุศลก็เพื่อละกิเลส เพื่อสำรอกกิเลสเพื่อละความโลภ ละความโกรธ ละความหลง เพื่อถอนความสกปรก ความไม่ดี ออกจากใจตัวเองต่างหาก มันไม่ใช่เรื่องร่าเริงสนุกเฮฮา เรื่องบุญคือเรื่องของความสงบระงับ บุญกุศลนั้นมันมิได้อยู่ ที่หมอน ที่สาด ที่เสื่อ มิได้อยู่ที่ผ้า เพราะคนมีสิ่งเหล่านี้แล้ว ยังฆ่ากัน ยังลักของกัน ยังด่ากัน ยังเบียดเบียนกันอยู่<< ย้อนกลับ | หน้าถัดไป >>

การปล่อยวาง
จิตที่ตื่นรู้
ตามดูจิต
สมถวิปัสสนา
บัว 4 เหล่า
ธาตุ 4
มรรค 8
ทางพ้นทุกข์
บ้านที่แท้จริง
ฝึกจิตให้มีกำลัง
ตุจโฉโปฏฐิละ
การทำจิตให้สงบ
อ่านใจธรรมชาติ
สองหน้าของสัจธรรม
ทางสายกลาง
ธรรมะกับธรรมชาติ
นอกเหตุเหนือผล
อยู่กับงูเห่า
ภาวนาพุทโธ
อยู่เพื่ออะไร
อยากเกิดแต่ไม่อยากตาย
ไม่มีอะไรได้ไม่มีอะไรเสีย
ปลาไม่เห็นน้ำ
สงบจิตได้ปัญญา
สมาธิภาวนา
ธรรมะเชิงอุปมาอุปมัย
  

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com