Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ประวัติศาสตร์  ภูมิศาสตร์ บุคคลสำคัญ ประเทศและทวีป »

ประเทศไทย 77 จังหวัด »

จังหวัดจันทบุรี

ข้อมูล » ประวัติศาสตร์-ความเป็นมา ศิลปะ-วัฒนธรรม-ประเพณี สถานที่สำคัญ-แหล่งท่องเที่ยว

ประวัติศาสตร์-ความเป็นมา จังหวัดจันทบุรี(5)

             เมื่อได้สร้างเมืองใหม่ขึ้นแล้ว รัฐบาลไทยในสมัยนั้นได้สั่งย้ายเมืองจันทบุรีจากที่ตั้งอยู่เดิม ไปอยู่ที่เมืองใหม่ และมีความปรารถนาที่จะให้ประชาชนอพยพจากเมืองเก่าที่ตั้งเป็นตัวจังหวัดเดี๋ยวนี้ไปอยูที่เมืองใหม่ด้วย แต่เนื่องด้วยตัวเมืองใหม่ตั้งอยู่บนที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 30 เมตร และตั้งอยู่ห่างจากคลองน้ำใสซึ่งเป็นคลองน้ำจืดประมาณ 1 กิโลเมตร ไม่สะดวกแก่ประชาชนในเรื่องน้ำใช้ ประชาชนจึงไม่ใคร่สมัครใจอยู่คงอยู่ที่เมืองเก่าเป็นส่วนมาก พวกที่อพยพไปอยู่จนตั้งเป็นหลักฐานก็มีแต่หมู่ข้าราชการ ซึ่งปัจจุบันยังมีบุตรหลานของข้าราชการสมัยนั้น ตั้งเคหสถานอยู่ที่บ้านทำเนียบในเมืองใหม่มาจนทุกวันนี้และเมื่อการสงครามระหว่างไทยกับญวนสงบลงแล้ว เมืองใหม่ก็ไม่มีความสำคัญอย่างไรที่ประชาชนในเมืองเก่าจะต้องอพยพไปอยู่ ถึงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายเมืองจันทบุรีจากเมืองใหม่ที่บ้านเนินวงกลับมาตั้งอยู่ที่เมืองเก่าตามเดิมและได้อยู่มาจนถึงทุกวันนี้ เมืองใหม่จึงกลายเป็นเมืองร้างมาแต่ครั้งนั้น
              ใน พ.ศ. 2436 (ร.ศ. 112) ไทยกับฝรั่งเศสได้เกิดกรณีพิพาทกันด้วยเรื่องดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง โดยฝรั่งเศสกล่าวหาว่าไทยรุกล้ำเข้าไปในดินแดนอาณานิคมของฝรั่งเศสและได้ทำร้ายเจ้าพนักงานฝรั่งเศสด้วย ฝ่ายไทยได้แก้ว่าดินแดนนั้นเป็นของไทยฝรั่งเศสบุกรุกเข้ามา ฝ่ายไทยจำเป็นต้องขัดขวาง เมื่อการโต้เถียงไม่เป็นที่ตกลงปรองดองกันแล้ว ฝรั่งเศสจึงได้ใช้อำนาจโดยส่งเรือรบเข้าไปปิดปากน้ำเจ้าพระยา ไทยกับฝรั่งเศสจึงเกิดปะทะกันด้วยอาวุธเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2436 ทั้งสองฝ่ายต่างได้รับความเสียหายด้วยกัน ฝ่ายไทยเห็นว่าจะสู้ฝรั่งเศสในทางกำลังอาวุธมิได้แล้วจึงได้ขอเปิดการเจรจากับรัฐบาลฝรั่งเศสด้วยสันติวิธี ฝ่ายฝรั่งเศสได้ยื่นคำขาดต่อรัฐบาลไทยเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2436 รวม 6 ข้อด้วยกัน มีใจความสำคัญที่ควรกล่าวคือ ให้รัฐบาลไทยยอมสละสิทธิดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ตลอดจนเกาะทั้งหลายในลำน้ำนั้นเสีย กับให้ไทยต้องเสียเงินเป็นค่าปรับให้แก่ฝรั่งเศส เป็นจำนวนเงิน 2,000,000 แฟรงค์ และก่อนที่จะได้ตกลงทำสัญญากันนี้ฝรั่งเศสจะต้องยึดเมืองจันทบุรีไว้เป็นประกัน ฝ่ายไทยต้องยอมฝรั่งเศสทุกประการ
               ในระหว่างที่มีการปะทะกับฝรั่งเศสนั้น ทางจันทบุรีได้เตรียมต่อสู้ป้องกันตามกำลังที่พอจะทำได้ เพราะในเวลานั้นมีกองทหารเรือตั้งอยู่ในตัวเมืองและที่ป้อมปากน้ำแหลมสิงห์ แต่เมื่อได้ทราบว่ารัฐบาลยอมให้ผรั่งเศสยึดเมืองจันทบุรี กองทหารเรือทั้งสองแห่งก็ได้รีบโยกย้ายไปอยู่ที่เกาะจิก และอำเภอขลุง ต่อมาอีกไม่กี่วัน ใน พ.ศ. 2436 นั้นเอง ฝรั่งเศสก็ได้ยกกองทหารเข้าสู่เมืองจันทบุรี ทหารโดยมากเป็นทหารญวนที่ส่งมาจากไซ่ง่อนที่เป็นฝรั่งเศสมีไม่มากนัก และส่วนมากเป็นนายทหาร จำนวนทหารฝรั่งเศสและญวนรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 600 คนเศษ ได้แยกกันอยู่เป็น 2 แห่ง คือ ที่ป้อมปากน้ำแหลมสิงห์พวกหนึ่ง ได้รื้อป้อมพิฆาตปัจจามิตรเสียแล้วสร้างตึกแถวเป็นที่พัก ทั้งได้สร้างที่คุมขังนักโทษทหารไว้ด้วย อีกพวกหนึ่งตั้งอยู่ในเมืองจันทบุรี ในบริเวณที่เรียกว่า “ค่ายทหาร” เดี๋ยวนี้ได้จัดสร้างที่พักทหาร โรงพยาบาล ที่ขังนักโทษ ที่เก็บอาวุธขึ้นในค่ายหลายคลัง ซึ่งยังคงอยู่ต่อมาจนทุกวันนี้
               ในระหว่างที่ฝรั่งเศสยึดเมืองจันทบุรีนั้น ฝรั่งเศสได้ช่วยเหลือไทยทำการปราบปรามพวกอั้งยี่และช่วยเหลือพยาบาลประชาชนที่ป่วยไข้อันเป็นบุญคุณที่ได้กระทำไว้ในครั้งนั้น แต่สิ่งที่ชั่วร้ายเลวทรามที่ทหารฝรั่งเศสและทหารญวนได้ก่อกรรมทำเข็ญไว้ก็มิใช่น้อย ทหารฝรั่งเศสที่เข้ามายึดครองจันทบุรีไม่มีอำนาจในการปกครองประชาชน อำนาจการปกครองยังเป็นของไทยอยู่ตลอดเวลาที่ฝรั่งเศสยึดครอง ฝรั่งเศสมีอำนาจเพียงปกครองทหารและคนที่ขึ้นในบังคับฝรั่งเศสเท่านั้น แต่ในบางคราวฝรั่งเศสก็ก้าวก่ายอำนาจการปกครองของไทยบ้าง ฝ่ายไทยต้องพยายามผ่อนผันอะลุ้มอล่วยเสมอมาจึงไม่ใคร่มีเรื่องขัดใจกัน จนถึงเวลาที่ฝรั่งเศสถอนทหารออกไปจากจันทบุรี และเนื่องด้วยไทยยังมีอำนาจในการปกครองในขณะที่ฝรั่งเศสยึดครองอยู่ จึงได้มีชาวจีนและญวนพื้นเมืองบางคนไม่อยากอยู่ใต้อำนาจการปกครองของไทยพากันไปเข้าอยู่ในความปกครองของฝรั่งเศสเพื่อหวังประโยชน์บางประการ จึงทำให้การบังคับบัญชาบุคคลจำพวกนี้ลำบากยิ่งขึ้น แต่พอฝรั่งเศสออกจากจันทบุรีไปแล้ว คนจำพวกนี้ก็พลอยหมดไปด้วยกลายเป็นไทยแท้ไม่มีคนในปกครองของฝรั่งเศส
               กองทหารฝรั่งเศสได้ทำการยึดจันทบุรีอยู่เป็นเวลาถึง 11 ปีเศษ เมื่อรัฐบาลไทยและฝรั่งเศสได้ทำสัญญาตกลงกันเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2446 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยฝ่ายไทยยินยอมยกดินแดนจังหวัดตราด ตลอดจนถึงจังหวัดประจันตคีรีเขตให้แก่ฝรั่งเศส กองทหารฝรั่งเศสทั้งหมดก็เริ่มถอนออกไปจากจันทบุรีจนหมดสิ้น เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2447 และรัฐบาลไทยได้ย้ายกองทหารเรือที่เกาะจิกและที่อำเภอขลุงกลับเข้ามาตั้งอยู่ในจังหวัดจันทบุรีตามเดิม
            หลังจากที่กองทหารฝรั่งเศสได้ถอนตัวออกจากเมืองจันทบุรี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้า ฯ ให้พระยาศรีสหเทพ ปลัดทูลฉลองกระทรวงมหาดไทย จัดการทำพิธีฉลองเมืองจันทบุรี ณ บริเวณศาลากลางมณฑลจันทบุรี (ศาลากลางหลังเดิม)

            การทำพิธีนั้นคือ ตั้งเสาธงใหญ่สูง 13 วา บนกลางป้อม ปลูกโรงพิธี โรงเลี้ยง และโรงการเล่น มีงิ้ว หุ่นจีน ลคร ยี่เก ในเวลากลางคืนมีการจุดโคมไฟทั้งบนป้อม และตามบ้านราษฎรทั่วไป มีกรมการอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในแขวงเมืองจันทบุรีมาประชุมพร้อมกัน มีพวกลูกค้าไทย จีน พม่า ตองสู่ ทั้งคนในบังคับไทย และคนในบังคับต่างประเทศทุกภาษาพร้อมเพรียงกันมาช่วยงานยิ่งเฉพาะคนในบังคับฝรั่งเศส มีความยินดีออกทุนรอน ซื้อสิ่งของมาช่วยในการเลี้ยง และมาช่วยตกแต่งทำการโดยแข็งแรง
            เย็นวันที่ 14 มกราคม พ.ศ.2447 ได้นิมนต์พระสงฆ์ 52 รูป มาเจริญพระพุทธมนต์ มีพระครูสังฆปาโมกข์ เจ้าคณะเมืองเป็นประธาน พร้อมด้วยพระครูจันทราบุราจารย์ เจ้าคณะรอง และพระครูเจ้าคณะแขวง พระสงฆ์ที่เจริญพระพุทธมนต์วันนี้ จัดตั้งเป็นห้าหมู่คือ หมู่กลางสวดภาณยักษ์ ทิศบูรพาสวดสมัย ทิศทักษิณสวดเจ็ดตำนาน ทิศอุดรสวดธรรมจักร ทิศตะวันตกสวดสิบสองตำนาน
            เวลาเย็นเมื่อยกเสาธงขึ้น พระสงฆ์พร้อมกันสวดชยันโตเป็นมงคลด้วย และมีโหรมาตั้งบูชาเสดาะเคราะห์ เมื่อเจริญพระพุทธมนต์จบแล้วมีการเลี้ยงใหญ่ พระยาศรีสหเทพพร้อมด้วยพระยาวิชชาธิบดี ไวสกงสุลและภรรยา กับกรมการผู้ใหญ่นั่งโต๊ะในโรงพิธี ส่วนกรมการผู้น้อย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พวกลูกค้าทั้งปวงนั้นเลี้ยงเกาเหลา รวมคนที่เลี้ยงประมาณ 2,000 คนเศษ เป็นการรื่นเริงมาก ของที่เลี้ยงทั้งปวงเป็นของพวกลูกค้าคนในบังคับไทย และบังคับต่างประเทศออกทุนจัดมาเลี้ยง เมื่อถึงเวลาของหวาน พระยาศรีสหเทพและผู้มารับประทานของเลี้ยงได้พร้อมกันดื่มถวายชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แล้ว ไวสกงสุลได้ดื่มถวายชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระราชวงศ์ด้วย พระยาศรีสหเทพได้ดื่มตอบให้เปรสิเดน และรีปับลิกฝรั่งเศส
            เมื่อเลี้ยงอาหารเสร็จแล้วมีการเล่นต่อไปตลอดคืน ถึงเวลาดึกมีภรรยากรมการและภรรยาไทยจีน พวกพ่อค้า คนในบังคับไทย และคนในบังคับต่างประเทศ พร้อมใจกันออกทุนเองจัดอาหารต่าง ๆ มาตั้งร้านเลี้ยง เป็นการสนุกพิสดารมาก
            รุ่งขึ้นวันที่ 15 มกราคม พ.ศ.2447 เวลาเช้าสองโมง ได้ถวายอาหารบิณฑบาต และเครื่องไทยทานแก่พระสงฆ์ เครื่องอาหารเลี้ยงพระสงฆ์นั้น พ่อค้าคนในบังคับไทย และบังคับต่างประเทศพร้อมใจกันขอรับเลี้ยงด้วย แต่ไทยทานนั้นเป็นของหลวง
            เวลาสามโมงตรง พระยาศรีสหเทพพร้อมด้วยผู้ว่าราชการเมือง กรมการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พ่อค้าทุกภาษาทั้งคนในบังคับไทยและต่างประเทศ พร้อมด้วยราษฎรในเมืองจันทบุรีมาประชุมพร้อมกันรอบเสาธง เต็มไปบนป้อม แล้วพระยาศรีสหเทพก็อ่านคำแอดเดรส มีข้อความคล้ายคลึงกันกับประกาศ ที่ได้ให้พระยาวิชชยาธิบดีออกนั้น และอ่านคำถวายพระไชยมงคล เมื่ออ่านเสร็จแล้ว พระยาศรีสหเทพชักธงมหาราชขึ้น พระสงฆ์สวดชยันโต ผู้ที่มาประชุมโห่ พลทหารทำวันทยาวุธ ยิงสลุด 3 ครั้ง และเครื่องดนตรีทั้งหลายได้ทำเพลงสรรเสริญพระบารมี เรือรบที่ปากน้ำก็ตกแต่งและยิงสลุด 21 นัด เป็นการเอิกเริกครึกครื้นทั่วไปทั้งเมือง พระยาศรีสหเทพ ฯ ขอพระราชทานถวายพระราชกุศล สังเกตเห็นพลเมืองทั้งปวง ทุกชาติ ทุกภาษา และคนในบังคับต่างประเทศทุกชาติ พร้อมกันมีความปิติยินดี แสดงความริ่นเริงโดยไม่ซ่อนเร้น และพร้อมกันเต็มใจช่วยในการพิธีฉลองเมือง นับว่ามีความซื่อตรงจงรักภักดี ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะพระสงฆ์ยิ่งแข็งแรงมากคือ นิมนต์แต่ 52 องค์ แต่ครั้นถึงเวลาถวายชัยมงคล มีพระสงฆ์ทั้งหลายในเมือง ที่ไม่ได้นิมนต์มาพร้อมกันนั่งอยู่ในบริเวณป้อมไม่ว่าที่ใด พากันสวดชยันโตพร้อมกันถวายชัยมงคล
         ในสมัยรัชกาลพระบาลสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พ.ศ.2476 ภายหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศมาเป็นระบอบประชาธิปไตยนั้น ได้ยกเลิกมณฑลเทศาภิบาล และจัดระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาคออกเป็นจังหวัด และอำเภอ เมืองจันทบุรีจึงมีฐานะเป็นจังหวัดที่สำคัญจังหวัดหนึ่งทางชายแดนฝั่งทะเลตะวันออก

ที่มา : ประวัติมหาดไทยส่วนภูมิภาคจังหวัดจันทบุรี

<<< ย้อนกลับ ||

จังหวัด » จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ตราด ปราจีนบุรี ระยอง สระแก้ว

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com