Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา >>

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก
และผลกระทบที่เกิดขึ้นในประเทศไทย

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate change)

ในยุคสมัยที่พูดกันถึงเรื่อง “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ/หรือ สภาวะโลกร้อน” หลายคนคิดว่ามันเป็นเรื่องเดียวกัน อันที่จริงแล้วนักวิทยาศาสตร์ในเรื่องนี้ได้ให้ความหมายไว้ว่า

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (climate change)” เป็นคำที่กล่าวโดยรวม ถึงการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอนในช่วงระยะเวลายาวนานหลายทศวรรษ

ส่วนคำว่า “สภาวะโลกร้อน (global warming)” มีความหมายเฉพาะเจาะจงถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของความเข้มข้นของ “ก๊าซเรือนกระจก (greenhouse gases, GHG)” ซึ่งประกอบด้วยกาซหลักได้แก่ คาร์บอนไดอ๊อกไซด์ มีเทน และไนตรัสอ๊อกไซด์ โดยเมื่อกาซเหล่านี้มีการสะสมมากขึ้นในชั้นบรรยากาศรอบผิวโลกจะทำหน้าที่คล้ายเรือนกระจก คือยอมให้รังสีดวงอาทิตย์คลื่นสั้น (short-wave radiation) ผ่านเข้ามาในชั้นบรรยากาศได้ แต่เมื่อรังสีดังกล่าวตกกระทบกับพื้นโลกแล้วสะท้อนเป็นรังสีดวงอาทิตย์คลื่นยาว (long-wave radiation) ไม่สามารถแผ่กระจายออกนอกชั้นบรรยากาศได้ ทำให้เกิดการสะสมของความร้อนบริเวณผิวโลก อุณหภูมิของโลกจึงเพิ่มสูงขึ้น

เพื่อให้เข้าใจตามสมควรในเรื่องนี้ ขอนำความรู้พื้นฐานโดยย่อมาเสนอไว้ดังนี้ :-

สาเหตุและปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก

นักภูมิอากาศ (Climatologists) หลายท่านได้พบหลักฐานที่พอชี้ได้ว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมีสาเหตุและปัจจัยไม่มากนักที่เป็นตัวการทำให้เกิดการการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก ในช่วงเวลาที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามสาเหตุและปัจจัยเหล่านี้ประกอบด้วย:

เนื่องจากความผันแปรของปริมาณก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นตัวการสำคัญอันเกิดจากกิจกรรมการใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติของมนุษย์ทั้งโลก ทั้งงานวิจัยและการบริหารจัดการเพื่อลดปัญหาจึงได้รับสนใจเป็นพิเศษ ในที่นี้ขอกล่าวพอสังเขปดังนี้:-

ก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gases, GHG):

การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก/ภาวะโลกร้อน (Climate Change/ Global warming) เกิดจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณก๊าซเรือนกระจก (GHG) ได้แก่ คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2), มีเทน (CH4), ไนตรัสออกไซด์ (N2O), โคลโรฟลูโอโรคาร์บอน (CFC), โอโซน (O3)

ทั้งหมดนี้ถือเป็น GHG ที่มีศักยภาพทำให้โลกร้อน (Global Warming Potential; GWPs) อย่างไรก็ตามข้อมูลจากการตรวจวัดและคาดการณ์สำหรับอนาคตจะเป็นเรื่องของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

กราฟแสดงการเพิ่มขึ้นของก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1744 ถึง 1992 อันเป็นการเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ (exponential) ในระหว่างช่วงเวลาที่ทำการตรวจวัด แนวเส้นสีแดงที่สร้างขึ้นเป็นการคาดหมายจากแนวโน้มที่ผ่านมาและน่าจะทวีความเข้มข้นมากขึ้น

ที่มา : http://www.physicalgeography.net/fundamentals/7y.html 

การเสียสมดุลของพลังงานความร้อนของโลก (Earth's Energy Out of Balance)

โดยทฤษฎีแล้วการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกนั้นมีพื้นฐานมาจากความจริงที่ว่า อุณหภูมิของโลกนั้นขึ้นอยู่กับสมดุลระหว่างพลังงานความร้อนที่โลกได้รับ กับ พลังงานความร้อนที่โลกปล่อยออกไปสู่บรรยากาศ ดังตัวอย่างในภาพที่ 3 (ภาพการเปลี่ยนแปลงของสมดุลความร้อนในแต่ละเดือน ศึกษาได้จาก http://www.giss.nasa.gov/research/news/20050428

นักวิทยาศาสตร์ของสถาบันศึกษาด้านอวกาศกอดดาร์ดของ NASA (NASA's Goddard Institute for Space Studies (GISS) ได้ทำการศึกษาสมดุลพลังงานของโลก (Earth's energy balance) โดยใช้ทั้งแบบจำลองภูมิอากาศของโลก (global climate models) การตรวจวัดภาคพื้นดิน (ground-based measurements) และการใช้ภาพถ่ายจากดาวเทียม (satellite observations) พบว่า:

มหาสมุทรไม่แต่เพียงได้ดูดเก็บ (absorb) พลังงานความร้อนจากดวงอาทิตย์ไว้ประมาณ 0.85 วัตต์ (Watts) ต่อตารางเมตร (= 0.85x1.43x10-3=1.2155x10-3 คาลอรี่ต่อ ตารางเซนติเมตรต่อนาที หรือ cal cm-2min-1) มากกว่าที่ปลดปล่อยออกไปสู่ชั้นบรรยากาศ (radiating back to space ) แต่ปริมาณที่ดูดเก็บไว้นี้ยังคงถูกเก็บกัก (hiding) อยู่ในน้ำทะเล ผลกระทบที่จะมีต่อระบบลมฟ้าอากาศตามมายังไม่ทราบแน่ชัด



จากการตรวจวัดในช่วงสิบปีที่ผ่านมาดังกล่าว พบว่ามหาสมุทรได้ดูดเก็บพลังงานความร้อนมากขึ้นโดยเฉลี่ย 6.02 วัตต์-ปี ต่อ ตารางเมตร (1วัตต์-ปี คือ ปริมาณของพลังงานทั้งหมดที่ได้จากพลังงาน 1 วัตต์ใน 1 ปี ซึ่งมีค่า 1.43 x 10-3 คาลอรีต่อตร.ซม.ต่อนาที ใน 1 ปี) ผลการคำนวณจากแบบจำลองคณิตศาสตร์ของ GISS ได้ค่าเฉลี่ยการเพิ่มขึ้นของพลังงานความร้อนนับจากปี พ.ศ. 2423 จนถึงปี พ.ศ. 2546 เพิ่มขึ้นประมาณ 5.98 วัตต์-ปี ต่อ ตารางเมตร ซึ่งใกล้เคียงกับค่าตรวจวัดระหว่างช่วงทศวรรษที่ผ่านมา

ค่าเฉลี่ยสมดุลของความร้อนของโลกที่เปลี่ยนไปนี้ ส่วนหนึ่งที่สำคัญเกิดจากภาวการณ์เกิดก๊าซเรือนกระจกที่ทำให้ความร้อนที่สะท้อนกลับทั้งคลื่นสั้นและคลื่นยาว ไม่สามารถหลุดรอดไปจากชั้นบรรยากาศของโลกเหมือนอย่างที่เคยเป็นมาก่อนหน้าที่จะมีการสะสมของก๊าซเรือนกระจก ดังนั้นความร้อนซึ่งสะสมอยู่ในชั้นบรรยากาศโลก และสะสมให้พื้นผิวโลกทั้งส่วนที่เป็นแผ่นดินและมหาสมุทรมีรังสีสุทธิ (net Radiation) และความร้อนอันนี้ใช้เผาน้ำ (latent Heat) เผาดินและอากาศ (sensible heat) เปลี่ยนไปจากเดิมมากขึ้น ๆ

จากการศึกษาของ GISS (http://www.giss.nasa.gov/research/news/20050428)

นักวิทยาศาสตร์ในสาขานี้ได้ให้ความเห็นว่า การเสียสมดุลของพลังงานความร้อนของโลกจนถึงปัจจุบันถือได้ว่าอยู่ในระดับสูงตามมาตรฐานของประวัติศาสตร์โลก ทั้งนี้เขาได้ยกเป็นตัวอย่างให้เห็นว่า “การเสียสมดุลเพียง 1 วัตต์-ปี ต่อ ตารางเมตร ติดต่อกันตลอด 10,000 ปีที่ผ่านมา จะทำให้มีพลังงานความร้อนมากพอที่จะละลายน้ำแข็งบริเวณขั้วโลกได้จนทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นได้ถึง 1 กิโลเมตร (ถ้ามีน้ำแข็งที่จะให้ละลายได้มากถึงขนาดนั้น) หรือจะเพิ่มอุณหภูมิของมหาสมุทรในชั้น thermocline (ซึ่งเป็นชั้นความหนาระหว่างส่วนบนของน้ำทะเลที่อุ่นและที่อยู่ลึกลงไป) ได้มากกว่า 100°C”

ปัจจุบันอุณหภูมิโดยเฉลี่ยของโลกโดยเฉลี่ยยังไม่ได้เพิ่มขึ้นมากพอที่จะทำให้เกิดการเสียสมดุลของพลังงานทั้งหมดนับแต่ปี พ.ศ. 2423 เป็นต้นมา แม้ว่าพลังงานความร้อนส่วนที่เพิ่มขึ้นมาได้ถูกใช้ไปในการละลายหิมะและภูเขาน้ำแข็ง เผาส่วนที่เป็นพื้นดินและน้ำ พลังงานส่วนใหญ่ที่เกินมานับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2423 นั้นได้ถูกเก็บกักไว้ในมหาสมุทรส่วนที่ลึกลงไปและยังไม่แสดงผลกระทบอะไรที่ชัดเจนออกมา

อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ได้กล่าวว่า นอกเหนือไปจากอุณหภูมิของโลกที่เพิ่มแล้ว 0.6-0.7°C ในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา (จากสภาวะโลกร้อน) แล้วอุณหภูมิของอากาศที่จะเพิ่มขึ้นอีก ประมาณ 0.6°Cซึ่งยังคงเก็บอยู่ในน้ำทะเล (in the pipeline) กำลังจะตามมา แม้ว่าเราจะหยุดยั้งภาวะโลกร้อนจากการเกิดกาซเรือนกระจกได้อย่างทันทีทันใดก็ตาม

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate change)
ผลกระทบจากภาวะโลกร้อนเริ่มเกิดขึ้นแล้วจริงหรือ
ผลสรุปจากการศึกษาในภูมิภาคเอเชียเพื่อการบริหารจัดการ
ผลกระทบของภาวะโลกร้อนกับระบบนิเวศในทวีปเอเชีย
สัญญาณบ่งบอกผลกระทบของโลกร้อนในประเทศไทย
ผลกระทบที่เชื่อมโยงทั้งระบบ
ผลกระทบต่อระบบนิเวศชายฝั่งทะเล
องค์ความรู้ในปัจจุบันเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
บทสรุป
อ้างอิง

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com