สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>
กรณีปราสาทพระวิหาร
ข้อมูลที่ประชาชนไทยควรทราบ เกี่ยวกับกรณีปราสาทพระวิหาร และการเจรจาเขตแดนไทย -
กัมพูชา
50 ประเด็น ถาม-ตอบ กรณีปราสาทพระวิหาร
สรุปข้อมูลสถานะของคดีตีความคำพิพากษาคดีปราสาทพระวิหารปี 2505
ลำดับเหตุการณ์ที่สำคัญเกี่ยวกับปราสาทพระวิหาร
กระทรวงการต่างประเทศ
ประวัติการกำหนดเขตแดนระหว่างสยามกับอินโดจีน ฝรั่งเศส
วิกฤตการณ์ปากน้ำ ร.ศ. 112
3 ตุลาคม ค.ศ. 1893 ฝรั่งเศสได้ส่งเรือรบ 2 ลำ ฝ่าป้อมพระจุลที่ เมืองปากน้ำ เอาปืนเรือข่มขู่ขึ้นตั้งเล็งจะระดมยิงพระบรมมหาราชวัง ผลคือ สยามตกลงทำสนธิสัญญากับฝรั่งเศสที่ต้องสละประเทศราช ได้แก่ ดินแดนลาว คือ ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำโขงรวมทั้งเกาะแก่ง ตลอด จนต้องชดใช้ค่าเสียหายให้ฝรั่งเศส 2 ล้านฟรังก์ ตามสนธิสัญญาสยาม - ฝรั่งเศส ลงวันที่ 3 ตุลาคม ค.ศ. 1893
อนุสัญญา ค.ศ. 1904
13 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1904 สยามตกลงทำอนุสัญญา ค.ศ. 1904 สละดินแดนประเทศราช ไซยะบูลี (ตรงข้ามหลวงพระบาง) จำปาศักดิ์ (รวมทั้งปราสาทวัดพู) และ เมืองมโนไพร ทางด้านฝั่งขวาของแม่น้ำโขง สุดเทือกเขาพนมดงรักไปอีก โดยอนุสัญญา ค.ศ. 1904 นี้ ได้กำหนดว่า เขตแดนสยาม - อินโดจีนฝรั่งเศส แบ่งโดยใช้ สันปันน้ำ (ข้อ 1) กับให้มี การตั้ง ข้าหลวงผสม (สยาม - อินโดจีนฝรั่งเศส) ทำการกำหนดเขตแดน หรือแผนที่ (ข้อ 3) อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะตกลงกันได้ดังนี้ ฝรั่งเศสก็ยังคงยึด เมืองด่านซ้าย (จังหวัดเลย) กับเมืองตราดไว้เป็นประกันต่อไปอีก 3 ปี อนุสัญญานี้กำหนดเขตแดนบริเวณปราสาทพระวิหารด้วย
สนธิสัญญา ค.ศ. 1907
23 มีนาคม ค.ศ. 1907 สืบเนื่องจากอนุสัญญา ค.ศ. 1904 (ข้อ 1 และ 2)
สยามยกเมืองพระตะบอง เสียมราฐ และ ศรีโสภณ ให้กับอินโดจีน ฝรั่งเศส
เพื่อแลกกับเมืองด่านซ้ายและเมืองตราดตลอดจนเกาะทั้งหลาย ใต้แหลมสิงห์จนถึงเกาะกูด
ปัจจุบันประเทศไทยมีเขตแดนทางบกร่วมกับกัมพูชา 798 กิโลเมตร
เป็นพื้นที่ที่ยังไม่ได้ปักหลักเขตแดน 195 กิโลเมตร (ตามอนุสัญญา ค.ศ. 1904
และสนธิสัญญา ค.ศ. 1907) และพื้นที่ที่ปักหลักเขตแดนแล้ว (จำนวน 73 หลัก) 603
กิโลเมตร (หลักเขตที่ 1 ช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ - หลักเขตที่ 73
บ้านหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ จังหวัด ตราด ตามสนธิสัญญา ค.ศ. 1907)
พื้นที่บริเวณปราสาทพระวิหารอยู่ในเขตแดนช่วงที่ไม่มีการ ปักหลักเขตแดน
(195 กิโลเมตร) ซึ่งอนุสัญญา ค.ศ. 1904 กำหนดให้เส้น
เขตแดนบริเวณนี้เป็นไปตามสันปันน้ำของเทือกเขาพนมดงรัก

คณะกรรมการปักปันผสมตามอนุสัญญา ค.ศ. 1904 นี้ ฝ่ายฝรั่งเศส
นำโดยพันตรีแบร์นาร์ดและฝ่ายสยามนำโดย พลตรีหม่อมชาติเดชอุดม
ได้มีการพบกันครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 18 มกราคม ค.ศ. 1907 โดยขณะนั้น
เจ้าหน้าที่จัดทำแผนที่ยังดำเนินการไม่เสร็จสิ้น โดยเมื่อฝ่ายฝรั่งเศสได้นำ
ผลสำรวจกลับไปจัดทำแผนที่ประเทศฝรั่งเศสแล้วส่งแผนที่ที่จัดทำ (แผนที่ มาตราส่วน 1
: 200,000) ให้ประเทศไทยในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1908 จำนวน 11 ระวางนั้น
แผนที่ดังกล่าวไม่ได้รับการรับรองโดยคณะกรรมการ ปักปันผสมตามอนุสัญญา ค.ศ. 1904
เพราะคณะกรรมการปักปันผสมชุดนี้
ได้สลายตัวไปก่อนที่แผนที่ชุดดังกล่าวจะจัดพิมพ์เสร็จ


