สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>
กรณีปราสาทพระวิหาร
ข้อมูลที่ประชาชนไทยควรทราบ เกี่ยวกับกรณีปราสาทพระวิหาร และการเจรจาเขตแดนไทย -
กัมพูชา
50 ประเด็น ถาม-ตอบ กรณีปราสาทพระวิหาร
สรุปข้อมูลสถานะของคดีตีความคำพิพากษาคดีปราสาทพระวิหารปี 2505
ลำดับเหตุการณ์ที่สำคัญเกี่ยวกับปราสาทพระวิหาร
กระทรวงการต่างประเทศ
กระบวนการการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก
ประเทศที่ประสงค์จะขอขึ้นทะเบียนจะต้องส่งคำขอไปยังศูนย์ มรดกโลก (World
Heritage Center) ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดย
คำขอจะต้องประกอบด้วยข้อมูลแผนบริหารจัดการพื้นที่เขตแกน (Core zone)
การกำหนดพื้นที่กันชน (Buffer zone) เพื่อกำหนดมาตรการอนุรักษ์
คุ้มครองสถานที่ที่ขอขึ้นทะเบียนและต้องแนบแผนที่กำหนดเส้นเขตแดนที่
ชัดเจนของสถานที่และพื้นที่อนุรักษ์ดังกล่าว จากนั้นในกรณีมรดกโลกทาง วัฒนธรรม
ศูนย์มรดกโลกจะส่งองค์กรที่ปรึกษาของคณะกรรมการมรดกโลก คือ International Council
on Monuments and Sites หรือ อิโคโมส (ICOMOS)
ซึ่งทำหน้าที่กลั่นกรองคำขอขึ้นทะเบียนไปสำรวจสถานที่และ
จัดทำรายงานข้อเสนอแนะเกี่ยวกับข้อมูลด้านวัฒนธรรมและเทคนิค และ
ร่างคำตัดสินเสนอเพื่อบรรจุในระเบียบวาระของการประชุมคณะกรรมการ มรดกโลก
ปัญหาที่เกิดขึ้นและกระทบต่อประเทศไทย คือ เอกสารประกอบ
คำร้องยื่นขอจดทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก (Nomination File)
ของกัมพูชาได้แนบแผนที่กำหนดเขตแกน (Core zone) เขตกันชน (Buffer zone) และเขตพัฒนา
(Development zone) ของอาณาบริเวณ
ปราสาทพระวิหารที่กัมพูชาจะยื่นขอจดทะเบียนเป็นมรดกโลกล้ำเข้ามาใน ดินแดนไทย

ภาพแสดงแนวสันปันน้ำบริเวณเขาพระวิหาร
การกำหนดขอบเขตดังกล่าว ตั้งอยู่บนพื้นฐานความเข้าใจของฝ่าย
กัมพูชาในเรื่องเส้นเขตแดนที่ต่างจากไทย ซึ่งทำให้บางส่วนของพื้นที่เขต
แกนและเขตพัฒนาที่ฝ่ายกัมพูชาระบุล้ำเข้ามาในดินแดนของไทย และ
ทำให้มีชาวกัมพูชารุกล้ำเข้ามาก่อสร้างชุมชน ร้านขายของที่ระลึก และวัด
ในดินแดนของไทย ใกล้กับตัวปราสาทพระวิหารอีกด้วย ซึ่งเกี่ยวกับเรื่อง
การรุกล้ำของชุมชนกัมพูชาดังกล่าว กระทรวงการต่างประเทศได้ทำการ
ประท้วงรัฐบาลกัมพูชาอย่างเป็นทางการมาอย่างต่อเนื่องโดยตลอด
เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2549 กัมพูชาได้ส่งเอกสารรายละเอียด
เกี่ยวกับปราสาทพระวิหารเพื่อการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกให้กับศูนย์ มรดกโลก
ซึ่งต่อมาได้รับรองและนำเสนอเข้าวาระในการประชุมคณะ กรรมการมรดกโลก สมัยที่ 31
ที่เมืองไครสต์เชิร์ช ประเทศนิวซีแลนด์ ในเดือนมิถุนายน 2550
ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยที่ 31 ฝ่ายไทย
ได้รณรงค์ทางการเมืองและการทูต จนประสบผลสำเร็จให้คณะกรรมการ
มรดกโลกมีมติเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2550 ให้เลื่อนการพิจารณา
ขึ้นทะเบียนของกัมพูชาออกไป 1 ปี และให้ไทยและกัมพูชาร่วมมือกันอย่าง
ใกล้ชิดในเรื่องนี้ โดยให้มีการพิจารณาเรื่องนี้ในการประชุมคณะกรรมการ มรดกโลก
สมัยที่ 32 เดือนกรกฎาคม 2551 ณ เมืองควิเบก ประเทศแคนาดา


